‘สมศักดิ์’ ประณาม ‘กัมพูชา’ โจมตี รพ. โวยหยุดกระทำ ‘อาชญากรรมสงคราม’

24 ก.ค. 2568 - 16:44

  • ‘กระทรวงสาธารณสุข’ ประณาม ‘เขมร’ โจมตีโรงพยาบาล

  • เด็ก-ประชาชนบริสุทธิ์เสียชีวิตจากเหตุปะทะ

  • ย้ำให้ ‘กัมพูชา’ แสดงความรับผิดชอบ-ยุติการกระทำเป็นอาชญากรรมสงคราม

‘สมศักดิ์’ ประณาม ‘กัมพูชา’ โจมตี รพ. โวยหยุดกระทำ ‘อาชญากรรมสงคราม’

สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข หรือ PHEOC โดยมี ชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ นพ.ภูวเดช สุระโคตร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวง เข้าร่วมประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ภายหลังการประชุม สมศักดิ์ ได้อ่านแถลงการณ์ประณามกัมพูชา ว่า “ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมได้รับทราบเหตุการณ์การโจมตีพี่น้องประชาชนไทยที่เกิดขึ้น รู้สึกโกรธและเศร้าสลดอย่างสุดซึ้ง จากเหตุการณ์ที่กองกำลังกัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีอย่างไร้มนุษยธรรมต่อโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ และพื้นที่พลเรือนในอีกหลายจังหวัดตามแนวชายแดน”

การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการคุกคามอธิปไตยของชาติ แต่ยังเป็นการเหยียบย่ำคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง สถานการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในวันนี้ (วันที่ 24 กรกฎาคม 2568) นั้นใหญ่หลวงเกินกว่าจะยอมรับได้ จากการโจมตีในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ถึง 35 ราย ในจำนวนนี้ต้องเสียชีวิตถึง 11 ราย และยังมีทหารผู้กล้าของเราได้รับผลกระทบอีก 8 นาย

โดยมีรายละเอียดความสูญเสียในแต่ละพื้นที่ดังนี้

จังหวัดสุรินทร์:

ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย (โดยเป็นเด็กอายุ 8 ขวบ 1 ราย)

บาดเจ็บสาหัส 1 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 3 ราย

ทหารบาดเจ็บสาหัส 3 ราย บาดเจ็บปานกลาง 1 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย

จังหวัดอุบลราชธานี:

ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บสาหัส 4 ราย

จังหวัดศรีสะเกษ:

ประชาชนเสียชีวิต 8 ราย (โดยเป็นเด็กอายุ 15 ปี 1 ราย)

บาดเจ็บสาหัส 3 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 8 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย

ทหารเสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย

จังหวัดบุรีรัมย์:

ประชาชนบาดเจ็บปานกลาง 1 ราย

กระทรวงสาธารณสุขขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีโรงพยาบาลและประชาชนชาวไทย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวาอย่างร้ายแรง ซึ่งในบรรดาผู้เสียชีวิตนั้นมีเด็กผู้บริสุทธิ์รวมอยู่ด้วย การทำร้ายเด็กถือเป็นการกระทำที่น่าละอายและไม่อาจให้อภัยได้ที่สุด โรงพยาบาลต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยเสมอ การจงใจยิงอาวุธใส่สถานพยาบาล คือการกระทำที่ข้ามเส้นแบ่งความเป็นมนุษย์ ดังที่ มาตรา 18 แห่งอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ‘โรงพยาบาลพลเรือนจะต้องไม่ถูกโจมตีไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ แต่จะต้องได้รับความเคารพและคุ้มครองจากคู่ขัดแย้งตลอดเวลา’

สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การกระทำของกัมพูชาในครั้งนี้ จึงเข้าข่ายการละเมิดอย่างร้ายแรงและถือเป็น ‘อาชญากรรมสงคราม’ อย่างชัดเจน ผู้สั่งการและผู้ลงมือจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำอันเลวร้ายนี้เป็นการส่วนตัว

ในนามของกระทรวงสาธารณสุข เราขอเรียกร้องอย่างหนักแน่นที่สุด ดังนี้

  • รัฐบาลกัมพูชาต้องแสดงความรับผิดชอบ และหยุดการกระทำโดยทันที
  • รัฐบาลกัมพูชาต้องร่วมเยียวยาความสูญเสียทั้งหมด

ขอยืนยันว่า ความปรารถนาสูงสุดของกระทรวงสาธารณสุข คือการหยุดยั้งความโหดเหี้ยมนี้ เราขอเรียกร้องให้ประเทศกัมพูชายุติการกระทำอันเป็นอาชญากรรมสงครามนี้โดยทันที และหันกลับมาเคารพหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทิ้งท้ายว่า “สุดท้ายนี้ ผมขอส่งความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย และขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนว่า กระทรวงสาธารณสุขจะระดมสรรพกำลังทั้งหมดในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด และรัฐบาลไทยจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของชาติ และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนไทยทุกคน”

นอกจากนี้ สมศักดิ์ มีกำหนดการที่จะลงพื้นที่ร่วมกับ นพ.โอภาส เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บริเวณชายแดน อีกทั้งได้มอบหมายให้ นพ.วีรวุฒิ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ฯ โดยให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์ตลอดจนกว่าจะคลี่คลาย ส่วน นพ.ภูวเดช ให้เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าในพื้นที่ และสั่งการให้ลงพื้นที่ในวันนี้ทันที

พร้อมทั้งมอบหมายให้ นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข และ ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขฝ่ายการเมือง เป็นผู้แถลงข่าวความเคลื่อนไหว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์