สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข หรือ PHEOC โดยมี ชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ นพ.ภูวเดช สุระโคตร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวง เข้าร่วมประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ภายหลังการประชุม สมศักดิ์ ได้อ่านแถลงการณ์ประณามกัมพูชา ว่า “ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมได้รับทราบเหตุการณ์การโจมตีพี่น้องประชาชนไทยที่เกิดขึ้น รู้สึกโกรธและเศร้าสลดอย่างสุดซึ้ง จากเหตุการณ์ที่กองกำลังกัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีอย่างไร้มนุษยธรรมต่อโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ และพื้นที่พลเรือนในอีกหลายจังหวัดตามแนวชายแดน”
การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการคุกคามอธิปไตยของชาติ แต่ยังเป็นการเหยียบย่ำคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง สถานการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในวันนี้ (วันที่ 24 กรกฎาคม 2568) นั้นใหญ่หลวงเกินกว่าจะยอมรับได้ จากการโจมตีในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ถึง 35 ราย ในจำนวนนี้ต้องเสียชีวิตถึง 11 ราย และยังมีทหารผู้กล้าของเราได้รับผลกระทบอีก 8 นาย
โดยมีรายละเอียดความสูญเสียในแต่ละพื้นที่ดังนี้
จังหวัดสุรินทร์:
ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย (โดยเป็นเด็กอายุ 8 ขวบ 1 ราย)
บาดเจ็บสาหัส 1 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 3 ราย
ทหารบาดเจ็บสาหัส 3 ราย บาดเจ็บปานกลาง 1 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย
จังหวัดอุบลราชธานี:
ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บสาหัส 4 ราย
จังหวัดศรีสะเกษ:
ประชาชนเสียชีวิต 8 ราย (โดยเป็นเด็กอายุ 15 ปี 1 ราย)
บาดเจ็บสาหัส 3 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 8 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย
ทหารเสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย
จังหวัดบุรีรัมย์:
ประชาชนบาดเจ็บปานกลาง 1 ราย
กระทรวงสาธารณสุขขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีโรงพยาบาลและประชาชนชาวไทย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวาอย่างร้ายแรง ซึ่งในบรรดาผู้เสียชีวิตนั้นมีเด็กผู้บริสุทธิ์รวมอยู่ด้วย การทำร้ายเด็กถือเป็นการกระทำที่น่าละอายและไม่อาจให้อภัยได้ที่สุด โรงพยาบาลต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยเสมอ การจงใจยิงอาวุธใส่สถานพยาบาล คือการกระทำที่ข้ามเส้นแบ่งความเป็นมนุษย์ ดังที่ มาตรา 18 แห่งอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ‘โรงพยาบาลพลเรือนจะต้องไม่ถูกโจมตีไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ แต่จะต้องได้รับความเคารพและคุ้มครองจากคู่ขัดแย้งตลอดเวลา’
สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การกระทำของกัมพูชาในครั้งนี้ จึงเข้าข่ายการละเมิดอย่างร้ายแรงและถือเป็น ‘อาชญากรรมสงคราม’ อย่างชัดเจน ผู้สั่งการและผู้ลงมือจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำอันเลวร้ายนี้เป็นการส่วนตัว
ในนามของกระทรวงสาธารณสุข เราขอเรียกร้องอย่างหนักแน่นที่สุด ดังนี้
- รัฐบาลกัมพูชาต้องแสดงความรับผิดชอบ และหยุดการกระทำโดยทันที
- รัฐบาลกัมพูชาต้องร่วมเยียวยาความสูญเสียทั้งหมด
ขอยืนยันว่า ความปรารถนาสูงสุดของกระทรวงสาธารณสุข คือการหยุดยั้งความโหดเหี้ยมนี้ เราขอเรียกร้องให้ประเทศกัมพูชายุติการกระทำอันเป็นอาชญากรรมสงครามนี้โดยทันที และหันกลับมาเคารพหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทิ้งท้ายว่า “สุดท้ายนี้ ผมขอส่งความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย และขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนว่า กระทรวงสาธารณสุขจะระดมสรรพกำลังทั้งหมดในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด และรัฐบาลไทยจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของชาติ และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนไทยทุกคน”
นอกจากนี้ สมศักดิ์ มีกำหนดการที่จะลงพื้นที่ร่วมกับ นพ.โอภาส เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บริเวณชายแดน อีกทั้งได้มอบหมายให้ นพ.วีรวุฒิ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ฯ โดยให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์ตลอดจนกว่าจะคลี่คลาย ส่วน นพ.ภูวเดช ให้เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าในพื้นที่ และสั่งการให้ลงพื้นที่ในวันนี้ทันที
พร้อมทั้งมอบหมายให้ นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข และ ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขฝ่ายการเมือง เป็นผู้แถลงข่าวความเคลื่อนไหว




