แฉวงถก GBC ล่าช้า! ฝั่งเขมรต้องรอไฟเขียวจาก ‘พนมเปญ’

6 ส.ค. 2568 - 14:08

  • ‘ศบ.ทก.’ แถลงชายแดนไร้เหตุรุนแรง-ปลดล็อก ‘โดรนเกษตร’ หลัง 15 ส.ค.

  • ไทยเตรียมชงข้อสรุปเข้าที่ประชุม GBC ซัดกัมพูชาปล่อยข่าวเท็จป่วนวงเจรจา

  • พร้อมแฉวงถกล่าช้าเหตุฝั่งเขมรต้องรอไฟเขียวจาก ‘พนมเปญ’

แฉวงถก GBC ล่าช้า! ฝั่งเขมรต้องรอไฟเขียวจาก ‘พนมเปญ’

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงว่า มีเรื่องที่แจ้งให้ทราบ 4 เรื่อง

1. “ที่ผ่านมา สถานการณ์โดยทั่วไปอยู่ในสภาพปกติ มีการเสริมที่มั่นทางทหารในพื้นที่บางส่วน แต่ไม่มีการเสริมกำลังทหารแต่อย่างใด นอกจากนี้ที่ผ่านมาเราได้ตรวจพบการใช้โดรนเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ไทยเองยังคงประกาศไม่ให้มีการบินโดรนทุกชนิดทั้งประเทศ โดยฝ่ายความมั่นคงยังคงเข้มงวดในการสกัดกั้นและตรวจสอบ รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องด้วย โดยจะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 15 ส.ค.”

“นอกจากนี้ สถานการณ์บริเวณช่องอานม้าที่มีข่าวว่าทหารกัมพูชาพยายามตัดลวดหนามที่ทหารไทยวางไว้ตามขอบเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งปัจจุบันกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาเรียบร้อยแล้ว ไม่มีการกระทบกระทั่งใดๆ สถานการณ์อยู่ในภาวะปกติ และขณะนี้ฝ่ายไทยได้ดำเนินการวางลวดหนามชุดใหม่ทดแทนชุดเดิมที่ถูกตัดไปเรียบร้อย”

2. “การดำเนินการกับบุคคลที่ถูกจับกุมและเป็นคนต่างด้าว ผมขอยืนยันให้ประชาชนมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเข้มงวดในการตรวจตราและดำเนินการจับกุมต่อบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา มีการจับกุมและดำเนินคดีไปบ้างแล้ว”

“โดยหลักการปฏิบัติคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการปฏิบัติการเชิงรุกและตรวจค้นขยายผล โดยการสืบสวนสอบสวนขยายผลเกี่ยวกับผู้ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือคนต่างด้าวแฝงตัวเข้ามา เพื่อเป็นข้อมูลด้านความมั่นคง และมีการประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงต่างๆ โดยแจ้งเบาะแสรายละเอียดต่างๆ ให้ฝ่ายความมั่นคงรับทราบ เป็นลักษณะการแชร์ข้อมูลเพื่อเป็นการป้องกันป้องปรามในการที่จะใช้ข่าว หรือการรายงานข่าวบิดเบือน หรือที่จะมีผลด้านความมั่นคง”

หากมีการตรวจสอบแล้ว และฝ่ายความมั่นคงพิสูจน์ทราบแล้วไม่มีประเด็นใดๆ ที่น่าเป็นห่วง ก็จะถูกผลักดันออกนอกประเทศ และขึ้นทะเบียนไว้ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และหากตรวจพบว่าบุคคลนั้นเข้าเมืองผิดกฎหมาย แล้วมีการกระทำที่ผิดกฎหมายในด้านอื่นๆ ก็จะดำเนินการตามคดีข้อกฎหมายต่างๆ ของไทยที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ

3. “ประเด็นการใช้โดรนที่ผ่านมา ซึ่งมีการตรวจพบการใช้โดรนเพิ่มมากขึ้น ขอเน้นย้ำว่า ประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้มีการบินโดรนทุกชนิดทั่วประเทศจนถึงวันที่ 15 ส.ค. 68 ตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 30 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา”

“อย่างไรก็ตาม วันนี้ในที่ประชุม ศบ.ทก. ได้พูดคุยเรื่องการผ่อนปรนสำหรับการบินโดรนเพื่อการเกษตรในบางพื้นที่ ภายหลังวันที่ 15 ส.ค. 68 โดยเห็นพ้องว่าเกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้โดรนเพื่อการเกษตร และมีความเดือดร้อน ซึ่งประเด็นสำคัญในการหารือคือ โดรนเกษตรต่างๆ ที่จะทำการบินต้องผ่านการขึ้นทะเบียนผู้บังคับหรือผู้ควบคุมอากาศยาน และในการลงทะเบียนโดรนจะต้องลงอย่างถูกกฎหมายผ่านระบบ UAS Portal ของสำนักงานการบินพลเรือน โดยการบินนั้นสามารถบินได้เฉพาะในเวลากลางวัน ตั้งแต่เวลา 06.00–18.00 น. ซึ่งการลงทะเบียนนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย จึงอยากแจ้งให้เกษตรกรรับทราบว่า เราได้มีการพูดคุยหารือกันในเรื่องการผ่อนปรนมาตรการบินโดรนเกษตร

ขอย้ำว่าต้องภายหลังวันที่ 15 ส.ค. จะมีการออกประกาศให้ประชาชนรับทราบต่อไป และขอเน้นย้ำอีกเรื่องหนึ่งคือ ปัจจุบันตามข้อกฎหมาย ผู้ที่ซื้อโดรนหรือ UAV (อากาศยานที่ไม่มีนักบินควบคุม) มีหน้าที่ลงทะเบียน ณ จุดขาย คล้ายกับการซื้อซิมโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเรายังคงดำเนินการมาตรการนี้อย่างต่อเนื่อง

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ

4. “ในเวทีประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย - กัมพูชา (GBC) ความคืบหน้าเมื่อคืนวันที่ 5 ส.ค. คณะเลขานุการของทั้งสองฝ่ายได้ประชุมเจรจากันถึงเวลา 00.15 น. ของเช้าวันที่ 6 ส.ค. เนื่องจากฝ่ายเลขานุการกัมพูชาไม่สามารถตัดสินใจได้ในบางหัวข้อ ต้องส่งเรื่องต่างๆ นี้กลับไปให้ทางกรุงพนมเปญพิจารณาก่อน จนทำให้เกิดความล่าช้าในการตกลงใจ จนกระทั่งเมื่อเช้าวันที่ 6 ส.ค. ข่าวดี สองฝ่ายสามารถสรุปข้อตกลงได้ และปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารให้ประธานทั้งสองฝ่ายพิจารณา”

ผมเน้นย้ำว่าเป็นข้อตกลงของฝ่ายเลขานุการร่วมสองฝ่าย ยังไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้ายของการประชุมนี้ โดยฝ่ายไทยจะนำเรื่องที่เป็นข้อสรุป ข้อตกลงกับฝ่ายกัมพูชามาให้ทางประธานไปพิจารณา ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ช่วงบ่ายวันที่ 6 ส.ค. ซึ่งการประชุมนี้จะเป็นการประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) วาระพิเศษด้วย เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป ก่อนที่ประธานฝ่ายไทยจะเดินทางไปประชุม GBC วันที่ 7 ส.ค. ที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นการบ่งบอกให้เห็นถึงระเบียบและกลไกต่างๆ ของการทำงานของเราว่าการตัดสินใจหรือตกลงใจจะต้องผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไรบ้าง คือผ่าน สมช. และ ครม. ให้ความเห็นชอบ ก่อนนำไปหารือในเวที GBC วันที่ 7 ส.ค.

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวด้วยว่า “ที่ผ่านมา อยากแจ้งข่าวดีของไทย ทาง รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ติดต่อโดยตรงไปยังคณะเลขานุการ GBC ฝ่ายไทยเพื่อติดตามความคืบหน้าในการเจรจา พร้อมส่งกำลังใจและชื่นชมการทำงานอย่างหนักถึงวินาทีสุดท้ายของทีมไทยแลนด์ของเรา ขอให้ประสบความสำเร็จในการเจรจาเพื่อบรรลุและปกป้องผลประโยชน์ของไทย โดยเรื่องนี้ทางทีมโฆษก ศบ.ทก. จะเดินทางไปมาเลเซียเพื่อร่วมประชุม GBC และจะรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม อย่างที่ได้เน้นย้ำทุกๆ วัน ทุกๆ ครั้งที่มีการแถลงข่าว คือให้ติดตามข้อมูลจากศูนย์เฉพาะกิจชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจะเป็นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประชุม GBC ในวันที่ 7 ส.ค. จะมีการนำข้อมูลต่างๆ มาอัปเดตให้พี่น้องประชาชนรับทราบด้วย”

ด้าน มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า “เมื่อวันที่ 5 ส.ค. กองทัพบกและกระทรวงการต่างประเทศได้นำเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าเยี่ยมเชลยศึกกัมพูชาที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัว 18 นาย ขอย้ำว่าเป็นข้อริเริ่มของฝ่ายไทยเอง เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม และหลักปฏิบัติของ ICRC อย่างครบถ้วนและเคร่งครัด”

สำหรับขั้นตอนต่อไป กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการเชิงรุกเพื่อประสานงานกับสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย และสำนักงานใหญ่ของ ICRC ที่นครเจนีวาอย่างใกล้ชิดต่อไป และพร้อมความร่วมมือในการชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องต่างๆ ของฝ่ายไทย

มาระตี นะลิตา อันดาโม

มาระตี กล่าวอีกว่า “สำหรับการจัดประชุมออนไลน์กับเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลก ในวันที่ 7 ส.ค. 2568 นั้น จะเน้นย้ำการดำเนินการเชิงรุกในการชี้แจงข้อเท็จจริง ที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์และพิสูจน์ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลและสื่อมวลชนต่างประเทศ ตลอดจนประชาคมโลกเข้าใจผิด จากการบิดเบือนข้อมูลเท็จของฝ่ายกัมพูชา ที่มีออกมาอย่างแพร่หลายมากจนถึงปัจจุบัน ย้ำว่าหลักการของไทยคือยุติความขัดแย้งโดยสันติวิธี และกลับสู่การเจรจากับฝ่ายกัมพูชา ด้วยความจริงใจและความสุจริตใจ”

อาจรู้สึกว่าช่วงเวลานี้ การเผยแพร่ข่าวปลอมจากฝ่ายกัมพูชา และการใส่ร้ายฝ่ายไทย ถึงขั้นมีการแต่งนิยาย มีความถี่เป็นพิเศษ ในช่วงอยู่ระหว่างการเจรจาตามกรอบ GBC ขอย้ำว่าฝ่ายไทยเชื่อมั่นในการรักษาบรรยากาศที่ดี โดยไม่ใส่ร้ายอีกฝ่าย เป็นส่วนสำคัญในการลดความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่ประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว บรรยากาศที่จะเอื้อต่อการประชุม GBC นั้นมีความสำคัญมาก ซึ่งจะยกระดับเป็นการหารือระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง 2 ประเทศ จึงขอให้ทีมเจรจาประสบความสำเร็จในภารกิจนี้

มาระตี นะลิตา อันดาโม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์