ความหวังกลับบ้านของประชาชนตามศูนย์พักพิง อยู่ที่การเจรจาจีบีซี ‘ไทย-กัมพูชา’ 4 ส.ค.

2 ส.ค. 2568 - 12:04

  • ‘กระทรวงการต่างประเทศ’ นัดถกทูตต่างประเทศประจำไทย-ทูตไทยในต่างประเทศ

  • ตอกย้ำข้อเท็จจริงและชี้แจงสถานการณ์ต่อประชาคมโลกอย่างโปร่งใส

  • ชี้ความหวังการกลับบ้านของประชาชนตามศูนย์พักพิง ขึ้นอยู่กับผลเจรจาจีบีซีไทย-กัมพูชา 4 ส.ค.นี้

ความหวังกลับบ้านของประชาชนตามศูนย์พักพิง อยู่ที่การเจรจาจีบีซี ‘ไทย-กัมพูชา’ 4 ส.ค.

ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความหวังของประชาชนที่อยู่ระหว่างการอพยพตามศูนย์พักพิงต่าง ๆ ในการกลับเข้าที่พักอาศัยของตนเอง ว่า ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่าย ในการประชุมที่จะเกิดขึ้นหลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย - กัมพูชา: General Border Committee หรือ GBC ไทย-กัมพูชา ที่จะเกิดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคมนี้

พร้อมเผยในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคมนี้ กระทรวงการต่างประเทศ จะดำเนินการชี้แจงเชิงรุกต่อภายหลังการนำคณะทูตลงพื้นที่ให้เห็นถึงความเสียหายที่เหตุขึ้นต่อพลเรือนแล้ว ด้วยการนำข้อมูลข้อเท็จจริงดังกล่าว มาบรรยายชี้แจงข้อเท็จจริงสรุปต่อเอกอัครราชทูต ผู้แทนสถานทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคมนี้ และภายในสัปดาห์เดียวกัน นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะประชุมทางออนไลน์ร่วมกับเอกอัครราชทูตไทย กงสุลใหญ่ไทย และผู้แทนไทยประจำต่างประเทศทั่วโลก เพื่อย้ำแนวทางของประเทศไทยต่อนานาชาติ และตอบโต้ต่อข้อมูลที่บิดเบือนในพื้นที่ต่าง ๆ เนื่องจาก แม้การโจมตีทางทหารหยุดแล้ว แต่การโจมตีด้วยข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนยังไม่หยุด

ทั้งนี้ การดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ ยึดแนวทางการเจรจา 2 ฝ่ายกับกัมพูชา ซึ่งมีกลไกต่าง ๆ อยู่หลายระดับ และชื่นชมความพยายามของมิตรประเทศ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดการเจรจา 2 ฝ่ายที่มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่นำมา ซึ่งการหยุดยิงซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการนำสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ กระทรวงการต่างประเทศ จึงได้เชิญประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงประเทศที่มีบทบาทในการรักษาสันติภาพ และความมั่นคงของโลก อย่าง สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น รวมถึงเชิญสื่อต่างประเทศ รวม 23 สำนักข่าวในภูมิภาคต่างของโลกไปดูสถานที่จริง

นอกจากนี้ยังขอบคุณคณะทูต-ทูตทหาร และพี่น้องสื่อมวลชนทั้งไทย และเทศทุกคน ที่รับฟังและช่วยนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องจากประเทศไทยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งที่ประเทศไทยต้องการสื่อสารถึงประชาคมโลก ผ่านการสร้างความเข้าใจกับคณะทูต-ทูตทหาร และสื่อไทย และเทศ เพื่อยืนยันว่า:

  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้บนหลักวิทยาศาสตร์
  • การดำเนินการนำคณะทูต-ผู้ช่วยทหาร โปร่งใส่ ตรวจสอบได้
  • หลักฐานที่นำเสนอ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ว่ากัมพูชาโจมตีสถานที่พลเรือน ที่อยู่เขตโซนสีเขียว อย่างปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาล โรงเรียน จนทำให้พี่น้องประชาชนที่ไม่มีอาวุธ เด็กที่บริสุทธิ์ ต้องเสียชีวิตจริง บาดเจ็บจริง
  • ทหารไทยจึงต้องใช้สิทธิ “Self Defense” เพื่อดำเนินการเพื่อปกป้องอธิปไตยและพี่น้องประชาชน ไม่ได้ดำเนินการเพื่อรุกราน

ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเชื่อว่า “การเจรจาเพื่อนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ต้องเอาความจริงมาคุยกันบนโต๊ะ” และการนำคณะทูตลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้นั้น จะต้องรอทหารประเมินความปลอดภัยก่อน เพราะคืนก่อนวันเดินทาง 31 กรกฎาคม ยังมีการเก็บกู้ระเบิด หัวกระสุนปืนใหญ่ มาทำลายในหลาย ๆ ลูก และในหลาย ๆ จุด

พร้อมขอบคุณทีมกระทรวงการต่างประเทศ ทีมกองทัพไทย ทีมกระทรวงมหาดไทย ทีมสำนักโฆษก และทีมกรมประชาสัมพันธ์ที่ร่วมด้วยช่วยกันพิสูจน์ความจริง ให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาชาวโลก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์