งบประมาณและบทบาทของหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กลายเป็นประเด็นถกเถียงอันร้อนแรงในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เมื่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการฯ ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของ กอ.รมน. พร้อมเสนอให้พิจารณายุบหน่วยงาน
วันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า จากการพิจารณาแผนงานยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พบว่ามีคณะอนุกรรมการดำเนินงานถึง 5 ชุด ตั้งแต่การประสานแผน การเสนอแนวทางกระจายอำนาจ การจัดการศึกษา การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ไปจนถึงการส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม
โดยเห็นว่า หากคณะทำงานเหล่านี้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้น่าจะลดลงได้มาก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจำเป็นต้องติดตามว่าคณะอนุกรรมการทั้งหมดมีการทำงานจริงและเกิดผลมากน้อยเพียงใด
ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือบทบาทของ กอ.รมน. ซึ่งวันมูหะมัดนอร์เห็นว่า มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น และควรพิจารณายุบหน่วยงานมากกว่าการตัดลดงบประมาณ
ภารกิจที่เด่น ๆ ของ กอ.รมน. ผมยังไม่เห็นอะไรเด่นเลย ถ้าจะพูดถึงเด่น เด่นอยู่อย่างเดียว 2-3 เดือนที่แล้วคือยิง สส. ภารกิจยิง สส.เป็นหน้าที่ของ กอ.รมน.หรือเปล่า ผมไม่ทราบ จะปฏิเสธบอกว่าไม่ใช่ก็จับได้แล้ว ขณะนี้ขึ้นศาลอยู่ รถของ กอ.รมน., ปืนของ กอ.รมน., คนของ กอ.รมน.
— วันมูหะมัดนอร์ มะทา
วันมูหะมัดนอร์ เสนอว่า รัฐควรทบทวนหน่วยงานที่อาจมีความซ้ำซ้อน เพื่อคืนงบประมาณและบุคลากรให้กับหน่วยงานที่มีภารกิจโดยตรง โดยมองว่างบประมาณจำนวนมากสามารถนำไปใช้กับการแก้ไขปัญหาประชาชน เช่น ความยากจนหรือการดูแลผู้เจ็บป่วยได้มากกว่า
กอ.รมน.แจงยังจำเป็น ชี้เป็น “ช่องว่าง” ระหว่างหน่วยงานความมั่นคง
หลังถูกตั้งคำถาม พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. ชี้แจงว่า บทบาทของ กอ.รมน. ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่ทำงานซ้ำซ้อน แต่ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานและบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ยกตัวอย่างว่า แม้แต่สหรัฐอเมริกายังมีหน่วยงานลักษณะเดียวกันอย่างกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security) แม้จะมีตำรวจ เอฟบีไอม ซีไอเอ และกองกำลังทหารอยู่แล้ว เพราะยังมีช่องว่างด้านการประสานงานระหว่างหน่วยงาน พร้อมยืนยันว่า กอ.รมน. พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนข้อสังเกตเรื่องงบประมาณกำลังพล โดยเฉพาะประเด็น “ทหารผี” หรือกำลังพลที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่จริง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ระบุว่า มีการตรวจสอบทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการลงโทษเต็มอำนาจ พร้อมยืนยันว่างบประมาณที่ไม่ได้ใช้ตามภารกิจจะถูกส่งคืนทุกปี
สมช.รับสถานการณ์ใต้ยังท้าทาย เตรียมลดระดับกฎหมายพิเศษบางพื้นที่
ขณะที่ ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. ชี้แจงถึงสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า แม้ยุทธศาสตร์ชาติตั้งเป้าหมายให้ยุติความรุนแรงภายในปี 2570 แต่จากการประเมินสถานการณ์ยังพบว่าความรุนแรงยังคงมีอยู่ ถือเป็นความท้าทายสำคัญ
ปัจจุบันพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มี 33 อำเภอ และยังคงใช้กฎหมายพิเศษอยู่ 18 อำเภอ โดยหากพื้นที่ใดมีสถานการณ์คลี่คลาย จะพิจารณาปรับลดหรือยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษ รวมถึงปรับรูปแบบการดูแลพื้นที่ โดยบางอำเภออาจใช้กำลังอาสารักษาดินแดน (อส.) แทนกำลังทหาร
ส่วนกรณีบุคคลที่อ้างเป็นสมาชิกกลุ่มบีอาร์เอ็นและต้องการกลับคืนสู่สังคม ซึ่งไม่ได้แจ้งผ่านหน่วยงานรัฐ แต่ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน เลขาธิการ สมช. ระบุว่า หากต้องการดำเนินการอย่างจริงจังควรเข้าสู่กระบวนการผ่าน สมช. หรือ กอ.รมน.
‘อนุทิน’ ลั่น “ยุบไม่ได้” ชี้ กอ.รมน.อยู่คู่ชาติไทยมานาน
หลังปม “ยุบ กอ.รมน.” กลายเป็นประเด็นร้อน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็ถูกถามถึงความเห็นต่อข้อเสนอของ วันมูหะมัดนอร์ ซึ่งมองว่าหน่วยงานมีภารกิจซ้ำซ้อนและควรถูกทบทวนบทบาท อย่างไรก็ตาม นายกฯ ไม่ได้แสดงท่าทีตอบโต้โดยตรง แต่กล่าวสั้น ๆ ว่า “ให้ไปถามวันมูหะมัดนอร์” พร้อมระบุว่ายังไม่ได้พูดคุยกับเจ้าตัวเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว
ขณะเดียวกันก็มองว่า วันมูหะมัดนอร์เป็นคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงอาจสะท้อนความรู้สึกจากประสบการณ์ที่พบเห็นสถานการณ์มาอย่างยาวนาน และเชื่อว่าทุกฝ่ายต่างปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
นายกฯ ยังย้ำว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นอ่อนไหว พร้อมชี้ว่า วันมูหะมัดนอร์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกับรัฐบาลในฐานะประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยจะร่วมคณะเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการในวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้ด้วย รวมถึงที่ผ่านมาก็ได้ร่วมลงพื้นที่และพบปะกับฝ่ายความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง
มันจะไปยุบ (กอ.รมน.) ได้อย่างไร อยู่คู่ชาติไทยมาตั้งกี่ปีแล้ว
— อนุทิน ชาญวีรกูล
ครม.โยก ‘ปิยะศิริ’ จาก ศอ.บต. นั่งปลัดยุติธรรม
อีกด้านหนึ่ง คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงและกระบวนการยุติธรรม โดยให้ พงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
พร้อมรับโอน ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
สำหรับ ปิยะศิริ เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และเคยเป็นผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก่อนเข้าสู่สายงาน ศอ.บต. และได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ ศอ.บต. ในปี 2568
สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาล ทั้งในมิติความมั่นคง การลดความรุนแรง การสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน และการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการถกเถียงเรื่องบทบาทของ กอ.รมน. และการปรับกลไกการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนถึงความพยายามทบทวนแนวทางบริหารจัดการปัญหาที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน
ท้ายที่สุด การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงการใช้งบประมาณหรือมาตรการด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังต้องเดินควบคู่ไปกับการสร้างพื้นที่พูดคุย การพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจ ตลอดจนความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดความรุนแรงและสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน




