'ทักษิณ' ยื่นคำร้อง 'คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข' ขอนิรโทษกรรม ล้างมลทินข้อกล่าวหาทางการเมือง

12 ต.ค. 2569 - 18:17

  • ด้าน 'ทนายวิญญัติ' มองทำเพื่อประชาชน-ประเทศชาติ เผย แก่แล้วอยากทำธุรกิจส่วนตัว พร้อมวางมือทางการเมือง ขณะ 'ฉัตรชัย' แจงขั้นตอน เข้าอนุกลั่นกรอง ก่อนชง คกก.ชุดใหญ่ พิจารณาให้ทันใน 180 วัน

'ทักษิณ' ยื่นคำร้อง 'คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข' ขอนิรโทษกรรม ล้างมลทินข้อกล่าวหาทางการเมือง

วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา นายทักษิณ ได้มอบอำนาจให้ตนเองยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านศูนย์บริการร่วมของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไปยังประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับนิรโทษกรรม และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2568

วิญญัติ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ หวังว่า จะมีการตีความแบบกว้าง ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยพิจารณาอย่างรอบด้านจริง ๆ ซึ่งเป็นการยื่นในคดีที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมทั้งหมด ไม่ได้มีการแยกเป็นคดีอะไร

“การยื่นของทักษิณต้องการล้างมลทิน ท่านต้องการทำให้เห็นว่า สิ่งที่ท่านทำมาทั้งหมด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ และเป็นเรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น การยื่นนี้ ท่านต้องการล้างมลทินเรื่องที่กล่าวหาท่าน และท่านได้รับโทษ ท่านต้องการทำมาหากิน ใช้ชีวิตสงบสุข ท่านอายุมากแล้ว และประสงค์ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง หรือไปลงการเมืองอะไร” วิญญัติ กล่าว

ด้าน ฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดเผยว่า ขอไปดูก่อนว่า มีการยื่นเรื่องมาจริงหรือไม่ ถ้ายื่นมาจะมีการนำเข้าที่ประชุมอนุกรรมการ ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ซึ่งทักษิณมีสิทธิ์ยื่น และหากยื่นมาแล้ว จะต้องมีการนำเข้าประชุม เพื่อมาพิจารณาว่าญัตติของทักษิณเข้าข่ายที่จะพิจารณาได้หรือไม่ ถ้าเข้าข่ายที่ประชุมคณะกรรมการ จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มี ปกรณ์นิล ประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีทักษิณต้องการยื่นโดยอ้างเหตุว่า ต้องการล้างมลทิน เนื่องจากขณะนี้ประเทศต้องการความสามัคคีปรองดอง ถือเป็นเหตุผลในการยื่นได้หรือไม่ ฉัตรชัย กล่าวว่า เรื่องของการยื่นมีหลักการอยู่ ต้องมาดูว่า มีเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ ถ้าเป็นคดีทั่วไป ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ไม่เข้าข่าย ซึ่งหลายกรณีอาจต้องมีการอ้างหลักฐานหรือมูลเหตุทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ยังไม่ได้มีการนัดการประชุม เดี๋ยวจะมีการสอบถามทางปลัดกระทรวงยุติธรรมอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะประชุมในเร็ว ๆ นี้ เพราะขณะนี้กำลังรวบรวมคำร้องอยู่ โดยคณะกรรมการต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันตามที่กฎหมายกำหนด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์