มีรายงานจากกระทรวงยุติธรรม ภายหลังจากเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 ทางคณะกรรมการพักการลงโทษของเรือนจำกลางคลองเปรม ได้นำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป ซึ่งปรากฏว่ามติในที่ประชุมได้ลงความเห็นให้มีผู้ต้องขังเด็ดขาดของเรือนจำกลางคลองเปรม จำนวน 10 ราย ผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษ ซึ่ง 1 ในนั้นมีชื่อของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม รายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดทั้งหมดที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำกลางคลองเปรมมีความเห็นชอบ ได้ถูกประมวลและนำเสนอไปยังคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน จะได้พิจารณากลั่นกรองตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสารตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด จากนั้นคาดว่าคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์จะมีการประชุมหารือและให้ความเห็นชอบพิจารณาผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษกรณีทั่วไป เพื่อเตรียมเสนอรายชื่อไปยังคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม
ทั้งนี้ การประชุมของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จะเกิดขึ้นไม่เกินวันที่ 24 เม.ย. 2569 เพื่อจะได้เสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ (หรือ “คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม”) ซึ่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ
และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52
มีรายงานด้วยว่า การประชุมของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 29 เม.ย. 2569 พงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้ธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย ดำเนินการเป็นประธานในที่ประชุมแทน
โดยคณะฯ จะได้พิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตัวเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย
และเมื่อคณะฯ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษ และให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดรายใดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ก็ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำรับทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร
ในการคุมประพฤติจากการพักโทษ นักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด (3 วันหลังจากได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติ) และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยด้วยว่า กรณีพิจารณาเรื่องการติดหรือไม่ติดกำไล EM ของทักษิณ หากได้รับการพักโทษปล่อยตัวคุมประพฤติในวันที่ 11 พ.ค. 2569 ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ในแต่ละลำดับชั้น โดยเฉพาะคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์และระดับกระทรวงยุติธรรม ที่จะพิจารณาจากปัญหาเรื่องสุขภาพและอายุของผู้ต้องขังที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี รวมถึงสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของสถานที่คุมประพฤติและชุมชนโดยรอบด้วย ว่ามีความเสี่ยงกระทำผิดซ้ำหรือน่าห่วงกังวลอย่างใดหรือไม่
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า สถานที่คุมประพฤติของทักษิณ หากเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า เลขที่ 472 ซ.จรัญสนิทวงศ์ 69 ย่านบางพลัด กรุงเทพฯ ทักษิณ จะต้องเดินทางไปรายงานตัวภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติ โดยจะต้องเดินทางไปรายงานตัวกับเจ้าพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งเป็นสำนักงานที่เป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่เขตดังกล่าว
ทั้งนี้ ขั้นตอนการรายงานตัวของผู้ถูกคุมความประพฤติ คือ ต้องรายงานตัวทุกเดือน แต่หากรายงานตัวครบ 4 เดือน ครั้งถัดไปสามารถขยายเวลาได้เป็น 2 เดือนค่อยรายงานตัว ซึ่งก็เป็นไปตามเกณฑ์ที่ใช้กับผู้ถูกคุมประพฤติรายอื่น ๆ




