ยื่นหมูยื่นแมว ‘ซักฟอก’ บทสรุป ‘ฝ่ายค้าน’ ยอมตัดชื่อ ‘ทักษิณ’ แลกได้เวลา 30 ชั่วโมง

13 มี.ค. 2568 - 17:48

  • ‘ฝ่ายค้าน’ ยอมตัดชื่อ ‘ทักษิณ’ ออกจาก ‘ญัตติซักฟอก’ แลกได้เวลาอภิปราย 30 ชั่วโมง ยืนยันไม่เสียหลักการ-จุดยืน อ้างเพื่อให้เดินหน้าต่อ

  • ย้ำรายละเอียดซักฟอกคงเดิม พุ่งเป้า ‘นายกฯแพทองธาร’ ปล่อย "พ่อ" ครอบงำชักใย ชี้เป็นสิทธิ ‘คนนอก’ ฟ้องกลับได้ ไม่ขัด ‘ทักษิณ’ จะมาชี้แจงที่สภาฯ

Thaksin_Paetongtarn_Opposition_SPACEBAR_Hero_b0da3aae98.jpg

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมหารือกับ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร , พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 1 พร้อมด้วย เลขาธิการสภาฯ และฝ่ายกฎหมายของสภาฯ เกี่ยวกับญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ของฝ่ายค้าน ที่มีการพาดพิงบุคคลภายนอก คือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ บิดา แพทองธาร ว่า อย่างน้อยได้ข้อสรุปยืนยันการเปิดอภิปรายไม้ไว้วางใจแน่นอน ถือเป็นความก้าวหน้าที่ดีในการเจรจาพูดคุยระหว่างกัน ส่วนกรอบเนื้อหาในญัตติจะมีการปรับคำตามที่มีการหารือในการประชุมสภาฯ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และทางประธานสภาฯ ยอมบรรจุญัตติ แต่รายละเอียดว่าจะปรับคำเป็นอย่างไร จะต้องมีการเจรจาเกี่ยวกับกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย อาจจะต้องมีการประชุมวิปร่วมกับฝ่ายรัฐบาลด้วย ซึ่งจะประชุมกันในวันนี้

"สิ่งที่ได้กรอบชัดเจนจากการหารือร่วมกับประธานสภาฯ อย่างน้อยระยะเวลาที่ฝ่ายค้านควรจะต้องได้รับในการอภิปรายฯ ไม่ต่ำกว่า 30 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะอภิปรายกี่วัน ต้องรอดูคณะรัฐมนตรี หรือฝ่ายรัฐบาล จะใช้เวลาชี้แจงเท่าใด ทางฝ่ายค้านก็ยืนยันว่าอย่างน้อยหากจะให้มีการปรับคำเพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเดินหน้าต่อได้ ทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องให้เวลาฝ่ายค้านในการทำหน้าที่อภิปรายได้อย่างเหมาะสมที่สุด คือยืนพื้นเฉพาะเวลาของฝ่ายค้านอย่างน้อยคือ 30 ชั่วโมง" ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าว

ส่วนข้อตกลงที่มีการหารือในการประชุมสภาฯ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หากฝ่ายค้านมีการตัดชื่อ หรือปรับชื่อบุคคลภายนอกออกจากญัตติ ประธานที่ประชุมจะไม่เบรกเวลาอภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ประธานสภาฯ ค่อนข้างพูดไว้ชัดเจนว่า ตราบใดที่สามารถบรรจุญัตติลงไปได้ การอภิปรายทุกอย่างสมาชิกสามารถดำเนินการได้ หากมีการพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ซึ่งทำได้ แล้วเกิดความเสียหายก็เป็นความรับผิดชอบของสมาชิกเอง ไม่ได้เกี่ยวกับประธานฯ เพราะมีหน้าที่ควบคุมความเรียบร้อยในที่ประชุมเท่านั้น

Thaksin_Paetongtarn_Opposition_SPACEBAR_Photo01_6c89035827.jpg

ทางฝ่ายวิปรัฐบาลมีการส่งสัญญาณมาหรือไม่เกี่ยวกับขอบเขตในการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องหารือในวิป 3 ฝ่าย ในวันนี้ ก็จะได้ข้อสรุปชัดเจนว่าตกลงแล้วเราจะคุยกันในเรื่องการปรบคำในญัตติ ไปพร้อมกับเรื่องของกรอบเวลาการอภิปราย ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านยินดียอมที่จะให้มีการปรับคำในญัตติ ขณะเดียวกันพรรคร่วมรัฐบาลต้องให้เวลาเราในการอภิปรายเต็มที่

จากการหารือค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าระยะเวลาการอภิปราย 30 ชั่วโมง ที่ฝ่ายค้านขอไป ฝ่ายรัฐบาลให้ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ประธานสภาฯ เห็นด้วยกับเรา เชื่อมั่นว่าเวลาที่ได้รับ หากฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดี ก็เป็นภาพดีกับฝ่ายค้าน แต่ถ้าเตรียมเนื้อหาไม่ดี ก็อาจเป็นภาพที่ไม่ดีกับฝ่ายค้าน เชื่อว่าความเป็นผู้ใหญ่ของประธานสภาฯ ที่หารือเรื่องกรอบญัตติ และกรอบระยะเวลาในการอภิปราย หากเป็นดำริของประธานสภาฯ ฝ่ายรัฐบาลก็น่าจะยอมรับ แต่ผมพูดแทนไม่ได้ ต้องรอการหารือร่วมกันในวิป 3 ฝ่าย ช่วงเย็นนี้

การปรับคำในญัตติ คือเปลี่ยนจากคำว่า ทักษิณ เป็นพ่อนายกฯ หรือไม่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า เรื่องรายละเอียดคำ ผมบอกได้แค่ว่า มีการปรับคำแน่นอนเพื่อให้สามารถบรรจุญัตติได้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับกรอบเวลาการอภิปรายด้วย ขอให้รอทางวิปฯ หารือกันก่อน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

Thaksin_Paetongtarn_Opposition_SPACEBAR_Photo02_2f1469702b.jpg

ส่วนจะไม่เป็นการเสียจุดยืนเดิมหรือไม่ ที่พรรคประชาชายืนยันมาก่อนหน้านี้ว่าจะต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลได้ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า คิดว่าเราไม่ได้เสียหลักการอะไร ท่านประธานฯตอนที่ทำหนังสือคัดค้านมาก็บอกว่าปรับคำได้โดยที่สาระสำคัญยังคงอยู่ ทางประธานฯ ยืนยันในที่ประชุมสภาฯ เมื่อช่วงเช้าไว้ชัด เป็นบันทึกในที่ประชุมว่าสมาชิกสามารถอภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอกได้ โดยต้องรับผิดชอบเอง เชื่อว่าคำพูดของประธานสภาฯย่อมผูกมัดกับรองประธานสภาฯ ทุกคน เป็นคำวินิจฉัยที่วางไว้หลักการเดียวกัน ยืนยันว่าไม่เสียหลักการ เพียงแค่ปรับคำเล็กน้อยมีการตัดชื่อบุคคลออก ส่วนเนื้อหาสาระในญัตติไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อ

เมื่อถามถึงสัดส่วนในการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอกคือทักษิณจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้เราอภิปรายไปที่ แพทองธาร นายกฯ แต่หนีไม่พ้นการพาดพิงบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในญัตติเราเขียนชัดเจนว่า เราอภิปรายนายกฯ ในแง่ที่นายกฯ ยอมให้ทักษิณชี้นำชักใยอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นไม่ว่าเราจะอภิปรายพาดพิงใครก็ตาม ตามกรอบเราอภิปราย แพทองธาร เพียงคนเดียว

จากการหารือกับประธานสภาฯมั่นใจในการวางตัวเป็นกลางของประธานฯ มากขึ้นหรือไม่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า มั่นใจมากขึ้น เป็นที่มาของการใช้เวทีการประชุมสภาฯ เพื่อหารือให้เป็นบันทึกการประชุม เชื่อว่าจะเป็นเวทีที่ผูกมัดพวกเราทุกคน เพราะเรามีความรับผิดชอบต่อคำพูดตัวเอง ไม่ใช่ไปตกลงกันข้างหลังโดยที่ประชาชนไม่รับรู้

ส่วนจะกังวลหรือไม่หากมีการพาดพิงไปยังบุคคลภายนอก แล้วบุคคลภายนอกอยากจะชี้แจงจนถึงกระทั่งการฟ้องร้องดำเนินคดีหากกล่าวหารุนแรงนั้น ถือเป็นสิทธิของผู้ที่ถูกพาดพิงที่จะดำเนินการ แต่พรรคร่วมฝ่ายค้าน จะพาดพิงบุคคลใดก็ต้องมีข้อเท็จจริง คงไม่พาดพิงซี้ซั้ว ซึ่งจะนำมาสู่การดำเนินคดีของพวกเราเอง

ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

หากพวกเราพาดพิงคนที่ถูกพาดพิงก็สามารถฟ้องร้องได้ และพวกเราก็มีข้อมูลที่จะไม่พาดพิงซี้ซั้ว จนนำมาสู่การฟ้องร้อง ผมเชื่อว่าทักษิณก็เป็นบุคคลสาธารณะ หากต้องการจะชี้แจงต่อประชาชน สื่อมวลชนย่อมให้ความสนใจอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาชี้แจงในสภาฯ ก็ได้ หรือหากท่านจะมาในสภาฯพวกผมก็ยินดี แต่ถ้าไม่มา ก็สามารถใช้เวทีใดๆ ชี้แจงได้อยู่แล้ว ส่วนเหตุผลการเปลี่ยนคำก็เพื่อที่จะให้กระบวนการเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่เสียหลักการ และประธานสภาฯ ก็ยอมรับว่า เราไม่เห็นด้วยกับการวินิจฉัยของท่านได้ เพียงแต่เพื่อให้กระบวนการเดินหน้าไปได้ เราจำเป็นต้องปรับคำ

ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

Thaksin_Paetongtarn_Opposition_SPACEBAR_Photo03_3187d6dd98.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์