วันนี้ (6 ม.ค.) หลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งที่ 1/2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตอบคำถามสื่อในหลายประเด็น
หนึ่งในนั้น คือกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัยที่ จ.เชียงราย ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และช่วงหนึ่งได้พูดในทำนองว่าจะไม่มีการปรับพรรครวมไทยสร้างชาติออก ถือว่าเป็นการพูดเกินอำนาจในการแต่งตั้งรัฐมนตรีหรือไม่
ภูมิธรรม ตอบว่า ไม่ทราบทักษิณมีข้อมูลอะไร หรือพูดในสถานะไหน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องตลกมาก มันไม่มีความรู้สึกในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล หรือ ครม. ที่อยู่ๆจะปรับตำแหน่ง ขอสื่อต้องเลือกฟังแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเราจะกลายเป็นเครื่องมือให้เขาปั่นประเด็นต่างๆ ไปมากมาย
“ขอยืนยันได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นๆ และยังไม่มีประเด็นที่จะไปคุยกัน ซึ่งอำนาจในการปรับ ครม. ทั้งหมด อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯบอกว่าโอเค ก็โอเค แต่ถ้านายกฯบอกว่ายังไม่ทราบก็ยังไม่ทราบ ไม่ว่าใครจะมา ซึ่งต้นข่าวก็ทำนายผิดมาตลอด ก็ยังจะไปให้เครดิตอะไรเขา”
— ภูมิธรรม กล่าว
ส่วนเรื่องนี้จะทำให้เกิดการระวังตัวในรัฐบาลหรือไม่ ภูมิธรรม มองว่า ไม่ต้องระวัง เพราะเราคุยกันแบบตลก ทุกคนที่ถูกเอ่ยชื่อก็มานั่งคุยกันว่ามันตลกดี อย่าไปฟังเขามาก ทายมาหลายครั้งก็ผิดมาหลายครั้ง
ส่วนการปราศรัยของทักษิณในลักษณะที่ใช้ถ้อยคำรุนแรง จะทำให้การเมืองร้อนขึ้นมาอีกหรือไม่ ภูมิธรรม ตอบว่า ที่วิจารณ์กันก็ขอให้วิจารณ์กันให้เต็มที่ แต่ถ้าถามคนในรัฐบาลทุกคนก็จะบอกว่าไม่มีอะไรเลย ยังไม่รู้สึกอะไรเลย และยังแปลกใจกับข่าวที่เอาไปเล่นกันจนเป็นประเด็นมากมาย พร้อมย้ำว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังกลมเกลียวกันดี ไม่มีปัญหาอะไร และไม่กังวลอะไรกับการที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
- ‘4 ลูกเรือไทย’ อยู่ระหว่างเจรจาขอปล่อยตัว บอกอย่ารู้รายละเอียดมาก เดี๋ยวเจรจาลำบาก
ส่วนความคืบหน้าการปล่อยตัว 4 ลูกเรือไทย ที่ถูกทางการเมียนมาจับกุม ภูมิธรรม ระบุว่ากระทรวงการต่างประเทศ ทหาร ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด กำลังพยายามทำหน้าที่ซึ่งทางเมียนมาตอบสนองโดยปล่อยคนไทย 151 มา ส่วน 4 ลูกเรือเป็นกระบวนการที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายให้ครบถ้วน
ย้ำว่ากระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามประสานงานอยู่ ขณะนี้ทั้ง 4 คนอยู่ที่จังหวัดเกาะสอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พาญาติไปเยี่ยมเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะใช้เวลาเจรจานานเท่าไหร่ยังตอบไม่ได้ พร้อมขอให้รอให้จบก่อนดีกว่า อย่ารู้รายละเอียดมาก เพราะจะทำให้การพูดคุยยากลำบาก
- ย้ำสัมพันธ์เหล่าทัพยังดี ชมเปราะ ผบ.ทอ. ฝีมือทำอาหารสุดยอด ชี้เป็นบุญปากได้ชิม
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามถึงบรรยากาศการร่วมรับประทานอาหารร่วมกับ ผบ.เหล่าทัพวานนี้ ( 5 ม.ค.) ภูมิธรรม เล่าว่า ไม่ได้พูดคุยประเด็นไหนเป็นพิเศษ เพียวแต่ก่อนหน้านี้เคยร่วมรับประทานอาหารกับ ผบ.เหล่าทัพ ที่สถานทูตไทย ประจำเวียดนาม และมีคนบอกว่า พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ทำกะเพราเนื้ออร่อยมาก รวมถึงพะโล้ ซึ่งเป็นสูตรของคุณแม่ ก็เลยพูดไปว่าถ้าแบบนี้ ต้องเชิญผมไปทานข้าว จึงเป็นที่มาของการนัดรับประทานอาหารร่วมกันวานนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าฝีมือใช้ได้เลย พร้อมชม ผบ.ทอ. ว่า ฝีมือยอดจริงๆ เป็นบุญที่ได้ทานเมื่อวานนี้
เมื่อถามว่าการรับประทานอาหารร่วมกันจะส่งผลให้การทำงานกับเหล่าทัพราบรื่นขึ้นหรือไม่นั้น ภูมิธรรม ระบุว่า การทำงานร่วมกับเหล่าทัพ ไม่เคยไม่ราบรื่น
เมื่อถามว่า ผบ.ทอ. ได้รายงานความคืบหน้า การจัดซื้อเครื่องบินรบฝูงใหม่กริพเพน หรือไม่ ภูมิธรรม ตอบว่า เราคุยกันทุกเรื่อง ไม่ได้มีประเด็นอะไรสำคัญ ไม่ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นงานมากนัก ไม่ได้คุยเรื่อง พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ส่วนใหญ่คุยเรื่อง ที่มาที่ไปของ ผบ.เหล่าทัพ แต่ละคน เราคุยเพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน ซึ่งทำให้เรารู้สึกผูกพันกันมากขึ้น
แต่ยอมรับว่าเมื่อวานนี้ ได้พูดคุยกับ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร. ซึ่งนั่งอยู่ด้วยกัน และได้พูดคุยกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเรือดำน้ำ การจัดซื้อเรือฟริเกตสมรรถนะสูง แต่ไม่ได้พูดคุยลงรายละเอียดกันมาก เพราะเพียงนั่งกินข้าวก็เป็นข่าวแล้ว แต่ยอมรับว่าเมื่อวานนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี
ส่วนกองทัพเรือจะเสนอซื้อเรือฟริเกต 2 ลำ ในงบปี 2569 นี้หรือไม่ ภูมิธรรม ตอบว่า ยังไม่เห็นเลย ยังไม่มีเรื่องส่งขึ้นมา ทำจริงหรือไม่ยังไม่รู้ แต่ย้ำไปแล้วว่าให้พยายามทำให้เห็นภาพรวมทั้งหมด
- ไฟเขียวยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อ.ยะหา จ.ยะลา สั่งทบทวนยุทธศาสตร์วิธีการแก้ปัญหาพื้นที่ หลัง 20 ปีไฟใต้ไม่ดับ เชื่อ ‘ทักษิณ’ นั่งที่ปรึกษาประธานอาเซียน ช่วยได้
ทั้งนี้ สำหรับประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งที่ 1/2568 ภูมิธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา ออกจากพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
แต่วันนี้ได้มีการตั้งคำถามว่าที่ทำอยู่เดินมาถูกทางแล้วหรือไม่ เพราะเกี่ยวพันกับการทำงานด้านอื่น ทั้งเรื่องความมั่นคง ที่ยังเผชิญกับสถานการณ์ความรุนแรง จึงได้ฝากเป็นคำถามว่าวิธีการและยุทธศาสตร์ในการทำงาน เพื่อกำหนดเป้าหมายทั้งหมดว่ามาถูกต้อง และถูกทางแล้วหรือไม่ ซึ่งได้ให้โจทย์ไปหลายข้อ เพื่อให้กลับไปช่วยกันคิด เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นมากกว่า 20 ปีแล้ว แต่ไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างที่ควรจะเป็น หากไม่มีการทบทวนหรือประเมินก็จะเป็นอยู่แบบเดิม
ส่วนกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาของประธานอาเซียน อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ภูมิธรรม เชื่อว่า น่าจะเป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพราะมีเรื่องมาเลเซียเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และทางนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็ปรารถนาอยากทำให้พื้นที่ชายแดนของทั้ง 2 ประเทศสงบ และเป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ความมุ่งหวังที่ตรงกัน และมีทักษิณเป็นที่ปรึกษา น่าจะทำให้ไทยได้ผลประโยชน์ และเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น




