ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 กรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการบังคับโทษคดีถึงที่สุด ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มี อัยการสูงสุด และ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ ส่วนจำเลยคือ ทักษิณ โดยการไต่สวนนัดนี้เป็นนัดที่ 5
โดยไต่สวน พยานกลุ่มแพทย์ รพ.ตำรวจ 6 ปาก ช่วงครึ่งเช้า ได้แก่ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. อดีตนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ , พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่ (สบ.8) อดีตรองแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ พ.ต.อ.นพ.ชนะ จงโชคดี นายแพทย์ (สบ.5) แพทย์เจ้าของไข้ ที่รับตัวนายทักษิณคืนวันที่ 22 ส.ค. 2566
พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ อดีตนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ เบิกความว่า ห้องพักชั้น 14 เป็นห้องแยกการรักษ าในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องใช้ห้องพักผู้ป่วยทุกห้อง แต่ตนเองนี้ไม่ได้มีส่วนร่วมในการรักษา แค่รับทราบจากการรายงานของแพทย์ที่รับตัว
พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ เบิกความว่า ไม่มีการผ่าตัดกระดูกคอทับเส้นประสาท แม้ว่าจะทำแผนการรักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกคอ เนื่องจากจำเลยปฏิเสธการรักษา แต่มีการผ่าตัดในอาการอื่น คือ ผ่าตัดนิ้วล็อค และ ผ่าตัดเส้นเอ็นไหล่ฉีก
ขณะที่ พ.ต.อ.นพ.ชนะ จงโชคดี แพทย์เจ้าของไข้ ที่ศาลถามถึงอาการด้วยว่า เข้าขั้นป่วยวิกฤตหรือไม่ และสามารถกลับได้หรือไม่ พ.ต.อ.นพ.ชนะ เบิกความว่า บางอาการถือว่าไม่วิกฤต พอรักษาไปสักพัก ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัว สามารถส่งกลับไปรักษาที่ รพ.ราชทัณฑ์ได้ อีกทั้งระบุว่าขณะที่เวลาเข้าตรวจจำเลยบางครั้งจะนอนอยู่เตียงคนไข้ และบางครั้งจะนั่งที่โซฟา
พ.ต.อ.นพ.ชนะ ชี้แจงกรณีผู้คุม ว่า พบผู้คุมทั้งในห้องและหน้าห้อง โดยก่อนเข้าตรวจจะต้องถูกเก็บโทรศัพท์ไว้
สุดท้ายศาลได้ขอให้ส่งหลักฐานเอกสารเพิ่มเติม 2 เรื่อง คือ 1.ข้อมูลเกี่ยวกับนักโทษที่เข้ารักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ และ 2.เอกสารบันทึกการรักษาของแพทย์
สำหรับช่วงบ่าย ศาลได้ไต่สวน พล.ต.ต.นพ.สามารถ ม่วงศิริ รองนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ , พล.ต.ต. ศุภฤกษ์ พัฒนปรีชากุล นายแพทย์ (สบ.7) และ พล.ต.ท.นพ.สุรพล เกษประยูรอดีต แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ
พล.ต.ต.นพ.สามารถ ม่วงศิริ รองแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ แพทย์ออโธปิดิกส์ ผู้ช่วยการผ่าตัดอาการบาดเจ็บของจำเลย และควบคุมดูแลการพักรักษาหลังการผ่าตัด เบิกความว่า จำเลยได้รับบาดเจ็บเอ็นหัวไหล่ขวาขาด ระหว่างพักรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ
พล.ต.ต.ศุภฤกษ์ พัฒนปรีชากุล อายุรกรรมเชี่ยวชาญด้านหัวใจ รพ.ตำรวจ เบิกความว่า ได้ดูแลและให้คำปรึกษาจำเลยที่เกี่ยวกับโรคประจำตัวเดิมที่มีประวัติการรักษาจากต่างประเทศ และดูแลอาการเจ็บป่วยที่เป็นสาเหตุการส่งตัวมารักษาที่ รพ.ตำรวจ 23ส.ค.66
อีกทั้งให้คำปรึกษาถึงความเสี่ยงระดับกลางของจำเลยที่อาจส่งผลต่อโรคประจำตัว ในการผ่าตัดอาการบาดเจ็บ พร้อมทั้งให้ความเห็นต่อศาลถึงความจำเป็นในการพักรักษาตัวต่อที่ รพ.ตำรวจ
พล.ต.ท.นพ.สุรพล เกษประยูร อดีตนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ แพทย์ลงมือผ่าตัดเอ็นหัวไหล่ขาด ทักษิณ เบิกความว่า การตรวจรักษาทักษิณตั้งแต่การผ่าตัดนิ้วล็อกและเอ็นหัวไหล่ขาด หากไม่มีอาหารแทรกซ้อนก็จะส่งตัวกลับ รพ.ราชทัณฑ์ ได้ หลังจาก 7 วัน แต่จำเลยมีอาการแทรกซ้อนจึงมีเหตุต้องให้รักษาตัวที่ รพ.ตำรวจต่อ
อย่างไรก็ตามศาลมีคำสั่งเลื่อนไปไต่สวนพยานบุคคลต่อในวันที่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น. โดยเป็นนำแพทย์จาก 'แพทยสภา' เข้ามาเบิกความ 3 ปาก และอนุญาตให้จำเลยนำ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ เข้าไต่สวนนัดสุดท้าย 30 ก.ค.นี้ เวลา 09.30น.




