ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านที่อพยพออกมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่ จ.อุบลราชธานี ว่า “วันนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจ เพราะเขาต้องออกจากบ้านมา บางคนก็ห่วงวัวหรือควาย แต่ต้องเอาความปลอดภัยไว้ก่อน และคนไทยก็มีน้ำใจช่วยดูแลอาหารการกินให้เขาไม่เดือดร้อน กินอิ่มนอนหลับ อีกไม่นานก็คงได้กลับบ้าน และวันนี้เป็นวันเกิด ก็เป็นอีกวันของชีวิต คิดว่ามีหน้าที่ก็ทำไปก่อน ไม่ต้องไปห่วงอะไร สนุกสนาน”
วันนี้เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ผมได้คุยกับทางทหารแล้ว ทางทหารก็เดินตามยุทธการ เมื่อจบยุทธการแล้ว หากทางฝั่งกัมพูชาอยากจะพูดคุยต่อก็ค่อยพูดคุย แต่ถ้ายังไม่จบยุทธการ ก็ต้องทำให้จบยุทธการ
ส่วนกรณีที่ประเทศกัมพูชาได้ยื่นเรื่องนี้ถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC) แล้ว
ทักษิณกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เรื่องนี้ฝั่งกัมพูชาเป็นคนเริ่มก่อน ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ในเมื่อเราไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก เราก็จะไม่ขึ้นศาลโลก แต่ UNSC อาจจะได้รับการร้องขอ หากว่าเราเป็นฝ่ายรุกราน แต่บังเอิญเราใช้ความอดทนอดกลั้น ตอนนั้นประชาชนที่ติดตามข่าวสารอาจจะหงุดหงิดว่าทำไมประเทศไทยถึงใจเย็น ซึ่งถ้าเราไม่ใจเย็น เราก็จะเข้าแผนของกัมพูชา จนในที่สุดกัมพูชาก็เป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน อย่างเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ก็เช่นเดียวกัน เราก็มีสิทธิ์ตอบโต้ อันนี้เราไม่เข้าข้อที่เรียกว่าเป็นการรุกรานก่อน เมื่อไม่เข้าข้อกฎหมายข้อนี้ UNSC ก็ไม่สามารถเอาประเทศไทยขึ้นศาลโลกได้”
เมื่อถามว่า คิดว่ากรณีนี้จะมีการเข้ามาแทรกแซงจาก UNSC หรือไม่? ทักษิณกล่าวว่า “ไม่...เพียงแต่อยากให้ความขัดแย้งยุติโดยเร็ว ซึ่งเราก็ไม่ได้บอกว่าเราอยากจะมีเรื่อง แต่เขาหาเรื่อง แต่พอเกิดขึ้นแล้วก็ต้องว่ากันตามกติกา เมื่อจะจบก็ต้องมาคุยกันว่าเราจะกลับไปเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันได้หรือไม่ เราจะอยู่ด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกันได้หรือไม่ ถ้าได้ก็อยู่ หากไม่ได้ก็ต้องว่ากันไป ไม่เป็นไร”
เมื่อถามว่า ที่ทางการไทยมีความต้องการอยากให้ประเทศกัมพูชากลับขึ้นสู่โต๊ะเจรจา? ทักษิณกล่าวว่า “กัมพูชาพยายามที่จะหลีกเลี่ยง ต้องการจะสร้างให้ตัวเองได้เปรียบ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็จะขอขึ้นแต่ศาลโลก ซึ่งประเทศไทยไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกอยู่แล้ว ในโลกนี้มีเพียง 70 กว่าประเทศที่ยอมรับอำนาจศาลโลก จาก 190 กว่าประเทศ ไม่ใช่ว่าเราเป็นส่วนน้อย แต่เรากลับอยู่ในกลุ่มส่วนใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก เพราะฉะนั้นกัมพูชาจะให้ไทยขึ้นศาลโลกได้ก็ต่อเมื่อไทยเป็นฝ่ายรุกรานก่อน ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่ เราอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด เมื่อมาถึงวันนี้แล้ว ผมมั่นใจว่าเราทำดีที่สุดแล้ว”
เมื่อถามว่า เงื่อนไขของกัมพูชาบอกว่าต้องให้ประเทศไทยเป็นฝ่ายหยุดยิงก่อนถึงจะยอมเจรจา? ทักษิณกล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นเพียงเงื่อนไขปลีกย่อย ที่ทหารในพื้นที่รู้ดี แต่ผมบอกกับทหารว่าหากทหารมียุทธการและยุทธวิธีอย่างไรก็ทำให้จบ จากนั้นค่อยมาคุยกัน”
ส่วนกรณีที่ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย และประธานอาเซียน เสนอเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชา
ทักษิณชี้แจงว่า “ที่จริงแล้วปัญหาเกิดจากความขัดแย้งจาก 2 ประเทศ ที่เราสามารถคุยกันเองก็ได้ ถ้าหากกัมพูชาอยากคุย ซึ่งจะคุยผ่านใครค่อยว่ากันอีกที แต่วันนี้ถือว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งทั้ง 2 ประเทศที่จะคุยกันก็ได้”
เมื่อถามว่า ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน จะมีวิธีแก้ภาพลักษณ์ประเทศไทยอย่างไร กรณีต่างชาตินำเสนอข่าวว่าไทยเป็นฝ่ายรังแก? ทักษิณกล่าวว่า “ตอนนี้ไม่มีความคิดนั้น เขายิงเข้ามาก่อน และยิงเข้ามาในที่ของประชาชน เป็นสิ่งที่แย่ที่สุด ทั่วโลกได้ประณามแล้ว และย้ำว่าไทยโต้กลับเฉพาะพื้นที่ทหารเท่านั้น”
เมื่อถามว่า การสื่อสารของรัฐบาลที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล่าช้ากว่ากัมพูชา? ทักษิณกล่าวว่า “ตอนนี้เราสื่อสารไปเยอะพอสมควร แต่กัมพูชาใช้หลักวิธีโกหกไปเรื่อย ๆ และให้คนในประเทศตัวเองเข้าใจว่าตัวเองเก่ง แต่ที่จริงแล้วเป็นการโกหก”
ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตทั้งพลเรือนและทหาร? ทักษิณกล่าวว่า “ทางรัฐบาลมีมติให้เพิ่มค่าชดเชยสำหรับผู้เสียชีวิตคนละ 1 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส 7 แสนบาท ซึ่งรัฐบาลพยายามจะดูแลอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าครอบครัวของพวกเขาสามารถอยู่ต่อไปได้”
เมื่อถามว่า คนไทยอาจเข้าใจว่าเป็นเรื่องความไม่พอใจระหว่าง 2 ตระกูล? ทักษิณกล่าวว่า “ไม่จริง ไม่เกี่ยวเลย ถ้าไม่พอใจจะต้องทำวิธีอื่น แต่อันนี้เราถือว่าสถาบันชาติสำคัญที่สุด เรื่องส่วนตัวความสัมพันธ์มาทีหลัง ถ้าใครจำอดีตได้ สมัยโปเซนตง วันนั้นผมมีความสัมพันธ์อันดีกับสมเด็จฮุนเซน แต่ผมถือว่าต้องป้องกันชีวิตคนไทยก่อน ถ้าคุยกันแล้วเขายังไม่สามารถดูแลคนไทยได้ ผมจึงส่งคอมมานโดไปรับคนไทยกลับในปี 46 ฉะนั้น เราถือว่าสถาบันชาติสำคัญที่สุด เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวมาทีหลัง”
ความสัมพันธ์ส่วนตัวแค่คุยกันได้ วันนั้นเราคุยแล้ว แต่คุยแล้วหลังจากนั้นมันบ้าไปแล้ว เลยไม่รู้จะคุยอะไร
พร้อมยืนยันว่า “อีกไม่นานสถานการณ์จะสงบ ซึ่งผมมั่นใจ”
เมื่อถามย้ำว่า จากประสบการณ์ เรื่องนี้จะจบอย่างไร? ทักษิณกล่าวว่า “จบแน่นอน และจะใช้เวลาไม่นาน”
เมื่อถามว่า จะยืดเยื้อออกไปเป็นเดือนหรือไม่? ทักษิณกล่าวว่า “ไม่นาน” ทำให้ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่า “ที่ ‘ไม่นาน’ จะทำให้กัมพูชาต้องล่าถอยออกไปใช่หรือไม่? ทักษิณกล่าวว่า
“คนเรามันก็ต้องมีวันจบ”




