ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวบางช่วงบางตอนผ่านไลฟ์สดรายการ CARETalk (24 ม.ค. 2566) จากเพจ ‘CARE คิด เคลื่อน ไทย’ โดยได้ประเมินถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า “ฝั่งประชาธิปไตยรวมกันมันเกิน 300 เสียงแน่ ยังไงๆ ก็เกิน ไทยรัฐโพลน่าสนใจ อันดับ 1 คือเพื่อไทย อันดับ 2 คือ ก้าวไกล แต่ก็เป็นโพลเช็กเรตติ้ง อาจจะมีเอียงนิดๆ มี Bias จากกลุ่มตัวอย่าง ยังไม่สะท้อนภาพทั้งประเทศ สิ่งที่น่าสนใจในนั้น คือ กทม.แทบแบ่งคนละครึ่งระหว่างเพื่อไทยกับก้าวไกล เหลือเศษนิดหน่อย”
“โพลไหนก็บอกเพื่อไทย กับก้าวไกล ชนะ แต่โพลที่ไม่เหมือนใคร คือ ซูเปอร์โพล นอกนั้นจะออกมาแนวใกล้ๆ กัน ตอนสมัยคุณปู (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ได้ 264 เสียง ตอนนั้นเพื่อไทยได้คะแนนนิยม 48% แต่ในวันนี้คะแนนนิยมของเพื่อไทยก็ใกล้เคียงกัน ไทยรัฐโพลบอกเพื่อไทย 48% นิด้าโพลบอก 42% แต่วันเลือกตั้งจริงๆ ยังไงก็ได้เกินกว่า 48% ยังไงเพื่อไทยก็แลนด์สไลด์แน่นอน”
พร้อมกันนี้ ได้พาดพิงไปถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ในทำนองว่า “พล.อ.ประวิตร อยากเป็นนายกฯ แน่นอน ใส่กางเกงยีนส์มาลุยแล้ว ต้องยอมรับท่านอยากเป็น ก็เป็นความท้าทายของท่าน ต้องการแข่งกับ รวมไทยสร้างชาติ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร ต่างมี ส.ว.คอยยกมือให้ ต่างคนต่างหวัง กูได้เท่านี้ เอา ส.ว.มาช่วยยกมือ ก็ได้เป็นนายกฯ ก็สาธุ ฝั่งประชาธิปไตยได้เกิน 300”
“พล.อ.ประยุทธ์ ควรกลับไปเลี้ยงหลานเถอะ แม้ท่านไม่มีหลาน ก็ควรไปเลี้ยงลูก รอตอนผมกลับบ้านแล้วไปเที่ยวกัน เอาประสบการณ์มาแชร์กัน จากซีกของท่านที่ใช้อำนาจสุดๆ ส่วนของผมที่แคร์ประชาชนสุด แล้วมาแชร์กันเขียนหนังสือด้วยกันสักเล่ม”
นอกจากนี้ ทักษิณ ยังย้ำถึงความตั้งใจที่จะกลับประเทศไทย โดยอ้างว่า “ที่ผมเคยพูดว่า จะกลับไทยใน พ.ศ.นี้ ซึ่งผมตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ ผมไปทำออกซิเจนให้ทันก่อนสิ้นปี แต่สุดท้ายสถานการณ์ยังอันตราย ลูกๆ เขาเป็นห่วง”
แต่ผมยืนยันว่า ‘ยังไงก็กลับ’ และผมย้ำเลยนะว่า ไม่อาศัยพรรคการเมืองใดรวมถึงเพื่อไทยด้วย อาศัยแค่หัวใจตัวเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงผม แล้วย้ำอีกครั้งว่า “อิ๊งค์จะเป็นคนประกาศเองว่าผมกลับเมื่อไหร่ จะไม่มีการออกกฎหมายให้ผม ไม่มีการเกี๊ยะเซียะกับพลังประชารัฐเพื่อออกกฎหมายแน่นอน ผมสร้างตัวเองด้วยตัวเองมาโดยตลอด เรื่องที่จะให้ผมไปง้อคนคงยาก ผมช่วยเหลือตัวเองได้ และยังไงผมก็ต้องกลับ ไม่ไหว เพราะผมโดนกลั่นแกล้งตลอดเวลาที่ผ่านมา”
ทั้งนี้ เมื่อมีการถามถึงกรณี จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน และอดีตประธาน นปช. ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ทักษิณ อย่างต่อเนื่องนั้น เจ้าตัวก็ตอบในทำนองว่า ตนเองมีคนเรียกหลายชื่อ ทักษิณ แม้ว โทนี่ แต่คิดว่าจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ถูกเห่า ตลอด 16 ปี เพราะโดนเห่ามาตลอด ใครนึกอะไรไม่ได้ก็เห่าตนไว้ก่อน พร้อมกล่าวด้วยว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในประเทศ คนก็กล่าวหาเพราะรู้ว่าตนฟ้องไม่ได้ ฃ
“ผมโดนประจำ 16 ปีแล้ว เป็นเรื่องธรรมดา ผมเฉยๆ ผมโดนมาเยอะ โดนอีกสักตัวสองตัว ก็ไม่เป็นไร ผมปลง ผมเฉย โดนมาเยอะแล้ว” ทักษิณ ระบุ
“โพลไหนก็บอกเพื่อไทย กับก้าวไกล ชนะ แต่โพลที่ไม่เหมือนใคร คือ ซูเปอร์โพล นอกนั้นจะออกมาแนวใกล้ๆ กัน ตอนสมัยคุณปู (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ได้ 264 เสียง ตอนนั้นเพื่อไทยได้คะแนนนิยม 48% แต่ในวันนี้คะแนนนิยมของเพื่อไทยก็ใกล้เคียงกัน ไทยรัฐโพลบอกเพื่อไทย 48% นิด้าโพลบอก 42% แต่วันเลือกตั้งจริงๆ ยังไงก็ได้เกินกว่า 48% ยังไงเพื่อไทยก็แลนด์สไลด์แน่นอน”
พร้อมกันนี้ ได้พาดพิงไปถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ในทำนองว่า “พล.อ.ประวิตร อยากเป็นนายกฯ แน่นอน ใส่กางเกงยีนส์มาลุยแล้ว ต้องยอมรับท่านอยากเป็น ก็เป็นความท้าทายของท่าน ต้องการแข่งกับ รวมไทยสร้างชาติ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร ต่างมี ส.ว.คอยยกมือให้ ต่างคนต่างหวัง กูได้เท่านี้ เอา ส.ว.มาช่วยยกมือ ก็ได้เป็นนายกฯ ก็สาธุ ฝั่งประชาธิปไตยได้เกิน 300”
“พล.อ.ประยุทธ์ ควรกลับไปเลี้ยงหลานเถอะ แม้ท่านไม่มีหลาน ก็ควรไปเลี้ยงลูก รอตอนผมกลับบ้านแล้วไปเที่ยวกัน เอาประสบการณ์มาแชร์กัน จากซีกของท่านที่ใช้อำนาจสุดๆ ส่วนของผมที่แคร์ประชาชนสุด แล้วมาแชร์กันเขียนหนังสือด้วยกันสักเล่ม”
นอกจากนี้ ทักษิณ ยังย้ำถึงความตั้งใจที่จะกลับประเทศไทย โดยอ้างว่า “ที่ผมเคยพูดว่า จะกลับไทยใน พ.ศ.นี้ ซึ่งผมตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ ผมไปทำออกซิเจนให้ทันก่อนสิ้นปี แต่สุดท้ายสถานการณ์ยังอันตราย ลูกๆ เขาเป็นห่วง”
แต่ผมยืนยันว่า ‘ยังไงก็กลับ’ และผมย้ำเลยนะว่า ไม่อาศัยพรรคการเมืองใดรวมถึงเพื่อไทยด้วย อาศัยแค่หัวใจตัวเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงผม แล้วย้ำอีกครั้งว่า “อิ๊งค์จะเป็นคนประกาศเองว่าผมกลับเมื่อไหร่ จะไม่มีการออกกฎหมายให้ผม ไม่มีการเกี๊ยะเซียะกับพลังประชารัฐเพื่อออกกฎหมายแน่นอน ผมสร้างตัวเองด้วยตัวเองมาโดยตลอด เรื่องที่จะให้ผมไปง้อคนคงยาก ผมช่วยเหลือตัวเองได้ และยังไงผมก็ต้องกลับ ไม่ไหว เพราะผมโดนกลั่นแกล้งตลอดเวลาที่ผ่านมา”
ทั้งนี้ เมื่อมีการถามถึงกรณี จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน และอดีตประธาน นปช. ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ทักษิณ อย่างต่อเนื่องนั้น เจ้าตัวก็ตอบในทำนองว่า ตนเองมีคนเรียกหลายชื่อ ทักษิณ แม้ว โทนี่ แต่คิดว่าจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ถูกเห่า ตลอด 16 ปี เพราะโดนเห่ามาตลอด ใครนึกอะไรไม่ได้ก็เห่าตนไว้ก่อน พร้อมกล่าวด้วยว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในประเทศ คนก็กล่าวหาเพราะรู้ว่าตนฟ้องไม่ได้ ฃ
“ผมโดนประจำ 16 ปีแล้ว เป็นเรื่องธรรมดา ผมเฉยๆ ผมโดนมาเยอะ โดนอีกสักตัวสองตัว ก็ไม่เป็นไร ผมปลง ผมเฉย โดนมาเยอะแล้ว” ทักษิณ ระบุ



