กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีภายหลังที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศ “ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม”
ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ชี้แจงตอบโต้ว่า การที่มีผู้นำบางพรรคประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เป็นมารยาททางการเมืองที่ไม่ควรทำ ซึ่งหากผมจะถามว่า ตั้งแต่ปี 2562 ที่ผมมาดูแลประชาชนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ซึ่งหลาย ๆ เรื่องพวกผมได้ทำและเกิดประโยชน์ เช่น ปัญหาไข่ไก่
ในยุคของผมไข่ไก่ไม่เคยมีปัญหา และไม่ต้องชั่งกิโลขาย ไม่ต้องจ้างต่างชาติมาศึกษาการแก้ปัญหาไข่ไก่ด้วยการชั่งกิโล
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ในยุคของผมนั้น ยังมีการยึดที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน จากรัฐบาลในอดีตต้องเจ๊ง ยุบสภาหนี และผมต้องมาตามแก้ปัญหา
ยุคใดที่ทำให้ไทยเสียดินแดน ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะไปยินยอมรับคำพิพากษาศาลโลก และยุคใดที่โรงพักกลายเป็นสุสาน ซึ่งผลงานชัดเจน เมื่อคราวจะเลือกตั้ง พูดจาหล่อ พูดจาเพราะ แต่มีผลงานใดที่ทำให้บ้านเมืองบ้างในฐานะผู้นำประเทศ
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้ต้องการมีวิวาทะ แต่การจะตัดสินใจร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับใครยังไม่ใช่เวลา และต้องให้ประชาชนตัดสินใจว่า จะเลือกพรรคการเมืองใด เว้นแต่มี สส. ในมือเกิน 25 คน ค่อยมาพิจารณากัน และระหว่างนี้จะต้องแข่งขันกันว่า จะเสนอนโยบายใด และที่ผ่านมามีผลงานใดบ้าง สร้างความเสียหายเป็นมรดกลูกหลาน ซึ่งผมจะไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน พร้อมท้าด้วยว่า ในการดีเบตเมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.) ระหว่างการดีเบตในคอมเมนท์ ด่าใครมากกว่ากัน ระหว่างคนพูดกับผม
ร.อ.ธรรมนัส ยังขอนักการเมืองอย่าทะเลาะกัน และปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจว่า จะเลือกพรรคการเมืองใดเป็น สส. ซึ่งการที่มีอดีต สส. พรรคดังกล่าวมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เพราะอาจทำอะไรให้ประชาชน ไม่ใช่เป็นเพียงวาทะพูดแต่ไม่ทำ ซึ่งเป็นสิทธิของนักการเมืองในการสังกัดพรรค ไม่ใช่นำความแค้นในพรรคตนเองมาถล่มพรรคการเมืองอื่น
อีกทั้งยังเห็นว่า “ทุกครั้งที่มีการเปิดตัวไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคใด ท้ายที่สุดก็ต้องลาออกครั้งแล้วครั้งเล่าจากการเป็นผู้นำพรรคฯ ซึ่งเป็นบทเรียน”
ส่วนที่มีผู้พยายามโจมตีผมไปถ่ายภาพร่วมกับบุคคลต่าง ๆ นั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า หากนำรูปมาเปิดเผย กลุ่มชนชั้นนำเกือบทั่วประเทศที่ร่วมถ่ายรูปด้วย รวมถึง สส. และข้าราชการ ซึ่งจะต้องแยกแยะสแกมเมอร์และการพนันผิดกฎหมาย จะเหมารวมทุกอย่างไม่ได้ และการเล่นการเมืองต้องรู้จักแยกแยะ
น้อง ๆ หลายคนที่เล่นการเมือง ฟันน้ำนมยังไม่หลุดจากปาก อย่าอวดเก่งมาก เพราะชีวิตยังอีกไกล รักษาตัวเองดี ๆ บางคนปากกล้าพูดไปเรื่อย ผมก็แจ้งความไปเรื่อย ต่างกรรมต่างวาระ
ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า “พรรคกล้าธรรม...ทำมากกว่าพูด” และผมเข้ามาเวทีการเมืองนั้น ผมไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะประชาชนฐานราก และเหตุที่ผมมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาล ตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐ เพื่อสร้างความสามัคคี เช่น สมัยพรรคพลังประชารัฐ ที่ใช้ม็อตโต้ “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีที่นักการเมืองชอบสร้างประเด็นแตกแยกทางสังคม จนประชาชนสับสน และยังไม่ทันเริ่มการรับสมัคร สส. ก็เริ่มซัดกันนัวเนียแล้ว
พร้อมย้ำว่า “พรรคกล้าธรรมไม่แตะนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112” และไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม พรรคกล้าธรรมจะยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง และอย่าตัดสินใจแทนประชาชน
ส่วนการประกาศของ อภิสิทธิ์ จะกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคกล้าธรรมหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ เพราะไปกระทบกับพรรคการเมืองเก่าของสมาชิกส่วนหนึ่งที่ย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมว่า “พรรคดังกล่าววิบัติอย่างไร” เพราะเมื่อประกาศมาแล้ว แต่ถึงเวลาคณะกรรมการบริหารพรรคไม่เห็นด้วย ผมต้องลาออกไป ทั้งที่เป็นสถาบันการเมืองของประเทศมาอย่างยาวนาน ซึ่งผมมาสร้างพรรคฯ ของผม ไม่ต้องใช้เวลานาน แต่ใหญ่โต เพราะพูดน้อยแต่ทำมาก ไม่ต้องพูดเอาหล่อเอาเพราะ
คนเรา อดีตไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ต้องทำปัจจุบันให้ดี คนบางคนภาพหล่อ แต่อดีตก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
ส่วนที่พรรคประชาชนประกาศจะไม่ร่วมพรรคกล้าธรรม และจะไม่ยอมให้ ร.อ.ธรรมนัส ขานชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ผมไม่เคยขานชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี และมีความชัดเจน ไม่ต้องดัดจริต เน้นความชัดเจน ไม่สามารถบังคับได้ และที่ผ่านมา ผู้ที่พูดเช่นนี้ก็เสร็จทุกราย
ผมอยู่ในเวทีการเมือง ศัตรูหมู่มารที่เป็นศัตรูของผมจบไม่สวยสักราย เวรกรรมตามสนอง และผมสวดมนต์ทุกเช้าและก่อนนอน แผ่เมตตาถึงแต่ละคน
ส่วนการร่วมเวทีดีเบตนั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ผมได้พูดคุยกับคนในรัฐบาลว่า เวทีต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ผมจะไป แต่ถ้ายุให้คนทะเลาะกัน ผมจะไม่ไป เพราะเป็นคนอุณหภูมิเดือดไว
พร้อมเผยอีกว่า เมื่อคืนนี้ (23 ธ.ค.) ได้คุยกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หลังมีหลายพรรคการเมืองประกาศไม่ร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย และกล้าธรรมจะทำอย่างไรนั้น ซึ่ง อนุทิน ได้ตอบกลับมาว่า “เราก็ต้องอยู่ด้วยกัน จะไปยากอะไร”
ส่วนที่มีผู้เรียกพรรคกล้าธรรมเป็น “พรรคเทา” นั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้ย้อนถามว่า “อะไรคือเทา?” พร้อมย้ำว่าได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมและพิสูจน์ตัวเองมาทุกอย่าง
คนที่ขาว ๆ เบื้องหลังเทาทั้งนั้น เช่น พรรคที่โจมตีผมนั้น บัญชีรายชื่อมีใครขาวบ้าง บางคนดำด้วยซ้ำไป แถวนคร ทั้งน้ำมันเถื่อน ทั้งเกเร บ่อนการพนัน อย่าให้คนพูดมากกว่านี้ ผมไม่ได้ว่าใคร แต่ไปดูเมืองนครได้ เช่น ผู้การนคร แสดงให้เห็นถึงอะไร มีอดีตรัฐมนตรีนคร เป็นใคร




