ภายหลัง นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายกรณีการนำเข้ายางพาราที่ จ.กาญจนบุรี พร้อมแฉถึง ‘กลุ่มสัมภเวสี’ ตั้งสโลแกน ‘เจอ จ่าย จบ ไม่จ่าย เป็นเจ็บ’ ขู่เรียกรับ ‘กล้วย’ หรือรีดเงินผู้ประกอบการยางพารา พร้อมฝากไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และหัวหน้าพรรคการเมืองที่รับผิดชอบ
ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่า รัฐบาลให้ความสนใจและเพิ่มระดับความเข้มข้นป้องกันไม่ให้นำสินค้าการเกษตรเข้าสู่ราชอาณาจักร ซึ่งเคยได้ประกาศเอาไว้ว่า จะทำสงครามกับสินค้าเถื่อนทุกประเภท และระบุว่า จากการอภิปรายที่รับฟังนั้น รู้สึกไม่ค่อยดี โดยเฉพาะคำพูดสุดท้าย ผู้ซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำทิ่มตำตนเอง และชี้แจงว่าไม่สามารถย้อนกลับไปอดีตได้ แต่เลือกที่จะทำเพื่อบ้านเมือง
ทั้งนี้ รัฐบาลได้เพิ่มความเข้มงวดการขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีการร้องเรียนจากชาวสังขละบุรี ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยอ้างว่า ได้รับผลกระทบจากยางพาราที่กองอยู่ ส่งกลิ่นเหม็น กระทบต่อสุขภาพของประชาชน และทราบว่าผู้ประกอบการที่ไปยื่นร้องทุกข์ เป็นเครือญาติของพวกท่าน ส่วนที่กล่าวหาพาดพิงว่า ‘ชุดเฉพาะกิจ’ มีการเรียกร้องรับผลประโยชน์ ขอให้เปิดเผยรายชื่อบุคคลที่กระทำการดังกล่าว ขออย่ากล่าวหาแบบคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ขอให้เปิดเผยรายชื่อ
เมื่อท่านกล้าเปิดหน้าแล้วท่านต้องพูดให้สุด ว่ามันผู้นั้นคือใคร ที่บังอาจเรียกรับผลประโยชน์ นโยบายในการปราบปรามสินค้าเถื่อนทุกประเภท โดยเฉพาะยางพารา เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมและชาวสวนยางว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการฝ่ายความมั่นคง โดยกองทัพบก มีความเข้มข้นตรวจค้นตรวจสอบอย่างทุกประเภท ในการนำเข้าและส่งออกว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร
— ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ส่วนด่านที่มีการตั้งนั้น เป็นของกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากชาวบ้านได้ร้องเรียนว่า มีกลุ่มพ่อค้าหัวใสที่ไปปลูกยางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพราะค่าแรงงานถูก ต้นทุนการผลิตต่ำ และลักลอบนำเข้ามาขายในประเทศไทย และสินค้าบางล็อตขนส่งไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับวงการยางพารา และถือเป็นรอบหลายปีที่ราคาขึ้น และเป็นทางที่รัฐบาลทำถูกต้อง
รมว.เกษตรฯ ชี้แจงเพิ่มเติมกรณีในช่วงเช้า มีการแถลงผลงานการปราบปรามการนำเข้าหมูเถื่อน ร่วมกับ ‘ชุดเฉพาะกิจ’ พร้อมชี้ให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของทีมงานดังกล่าวที่มีความเข้มข้น ย่อมกระทบต่อผู้เสียประโยชน์ ที่ไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นกลุ่มพ่อค้ากลุ่มนักธุรกิจหัวใส ที่ทำมาหากินบนความทุกข์ยากลำบากของประชาชนคนไทย ซึ่งขณะนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ดูแลเกษตรกรทั้งประเทศ 31 ล้านคน และภาคแรงงานที่อยู่ในแวดวงเกษตรอีก 21 ล้านคน
การอภิปรายและเสียดสีไม่ควรมีอยู่ในเวทีวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติ ผมรับที่จะสืบหาข้อเท็จจริง ว่าบริษัทที่ได้รับผลกระทบคือบริษัทของใคร เป็นเครือข่ายของใคร และจะนำเสนอต่อประชาชนรับทราบ วัดสิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกร จากนี้ให้ประชาชนจะได้ตัดสินใจเอง ว่าการบริหารราชการแผ่นดินของผมเองและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ได้ทำงานตอบโจทย์เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างไร ขณะที่ชุดเฉพาะกิจพญานาคฆราช มีการทำงานโดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน ไม่มีเบี้ยเลี้ยงในการทำงาน และชุดนี้ไม่ทำงานเฉพาะสายการเมืองเท่านั้น แต่ทำงานโดยมีผู้แทนจากอัยการสูงสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่จากฝ่ายความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมด้วย
— ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า





