ไม่ได้เก็บตัวแต่อยู่ที่ตั้ง ‘ผู้กอง’ ยันไม่เคยออกหน้าสู่ขอใคร

16 ก.พ. 2569 - 17:59

  • 'ธรรมนัส' ย้ำยังไม่มีเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

  • ขอรอ กกต. รับรองผลเลือกตั้งก่อนเดินหน้าคุยรายละเอียด

  • เตือนเสี่ยงสูญญากาศการเมือง หากเกิดปมกฎหมายตาม 'รธน.'

ไม่ได้เก็บตัวแต่อยู่ที่ตั้ง ‘ผู้กอง’ ยันไม่เคยออกหน้าสู่ขอใคร

ยืนยัน ยังไม่คุยชัดเจนในรายละเอียดการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการกับพรรคภูมิใจไทย ต้องรอ กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่น่าเป็นห่วง

'ธรรมนัส พรหมเผ่า' ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ปฏิเสธถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ขณะนี้มีการเจรจาร่วมรัฐบาลกัน แต่ในส่วนของพรรคกล้าธรรมเก็บตัวเงียบทั้งวันหรือไม่ โดยระบุว่าตนไม่ได้เก็บตัวและยังประจำการอยู่ที่ตั้ง และติดตามข่าวสารจากสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่า “การเจรจายังไม่ได้มีการลงรายละเอียดจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ และไม่ได้มีการต่อรองอะไรกันทั้งนั้น” ซึ่งตามหลักการแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลต้องดูความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะเซ็นรับรองผลการเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือมีการนับคะแนนเกิน 95% แล้วหรือยัง ถึงจะมีการพูดคุยเจรจาในรายละเอียดจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนกรณีที่พรรคอื่น ๆ รวมถึงพรรคเพื่อไทย เข้าแสดงเจตจำนงในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นการแสดงความยินดีและแสดงเจตจำนงในการสนับสนุน 'อนุทิน ชาญวีรกูล' หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เพียงแต่พรรคกล้าธรรมยังไม่ได้ดำเนินการในส่วนนี้ พร้อมย้ำจุดยืนว่า

"ยังคงประจำการอยู่ที่ตั้ง และเป็นคนที่ไม่เคยออกหน้าไปสู่ขอ หรือออกตัวขอเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลก่อน โดยส่วนใหญ่จะมอบหมายให้หัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรคเป็นผู้ดำเนินการทุกครั้ง และขณะนี้ได้พูดคุยภายในพรรคแล้วว่า ต้องรอความชัดเจนของผลการเลือกตั้งก่อน และตามมารยาททางการเมืองต้องให้พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดเป็นผู้ดำเนินการนัดเจรจา"

ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และปูทางให้ 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' นั่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ย้ำว่า ยังไม่มีคนของพรรคการเมืองใดพูดถึงประเด็นนี้ มีเพียงสื่อนำเสนอข่าวรายวัน

สำหรับประเด็นที่พรรคการเมืองอื่น ๆ ได้มีการพูดคุย และแสดงเจตจำนงว่าจะไม่ขอร่วมกับพรรคกล้าธรรมนั้น ธรรมนัส เปรียบเทียบว่า เมื่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เคยสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และมี สส. บางกลุ่มที่เป็นคนปล่อยข่าวปั่นกระแส เสี้ยมให้เกิดการถกเถียงกันเป็นวงกว้าง และปัจจุบันกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ไปสังกัดอยู่ในพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด จึงไม่ทราบรายละเอียดว่าเขามีความคิดเห็นกันอย่างไร

ทั้งนี้ กรณีที่มีการปล่อยข่าวว่าพรรคกล้าธรรมอยากได้กระทรวงเกษตรไว้บริหารเองหรือไม่ หากได้ร่วมรัฐบาล ธรรมนัส ยืนยันว่า การเป็นนักการเมือง จะไปยึดกระทรวงนั้น กระทรวงนี้ เป็นไปไม่ได้ และไม่มีการผูกขาดในการบริหารกระทรวงต่างๆ มองว่า การจัดสรรและการเจรจาอยู่ที่พรรคแกนนำ ไม่ใช่ตนจะอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการผิดมารยาททางการเมือง พร้อมย้ำว่า การเจรจาเป็นเรื่องสำคัญ และขอให้ติดตามความชัดเจนจากคณะผู้บริหารพรรคกล้าธรรมเท่านั้น

ส่วนทิศทางของพรรคการเมืองขนาดเล็ก มีเพียงการพูดคุยว่า หากพรรคกล้าธรรมเดินไปทางใด ก็จะขอร่วมอุดมการณ์ด้วยเท่านั้น ส่วนสไตล์การทำการเมืองของตนยังยืนยันว่า ไม่เคยทำใครก่อน และขณะนี้ยังไม่มีเรื่องบาดหมางใจกัน ส่วนการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการสู้ศึกเลือกตั้ง ไม่ใช่การฮั้วเลือกตั้งหรือหลบให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ส่วนกระแสข่าวว่ามีเรื่องบาดหมางกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ไม่เป็นความจริง เพราะเนวินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมือง และไม่ควรดึงบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องในการหารือ เพราะอาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ประเด็นที่พรรคประชาชนเชิญชวนพรรคกล้าธรรมมาร่วมตรวจสอบในการเป็นฝ่ายค้าน ธรรมนัส ย้ำว่า อย่าเพิ่งคิดไกลไปกว่านั้น ขอให้รอความชัดเจนจาก กกต. ก่อน เพราะไม่รู้สถานการณ์จะออกมาในรูปแบบใด และผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เนื่องจากมีคนร้องเรียนความไม่โปร่งใสในหลายประเด็น และเสี่ยงทำให้เกิดสูญญากาศทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล

ทั้งนี้ หากสำนักงานอัยการสูงสุดชี้ว่า กกต. ทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญตามมาตรา 85 จริง ย้ำว่าเป็นเรื่องที่ น่ากลัวและน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่หากเกิดความผิดจริงและนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ พรรคกล้าธรรมก็มีความพร้อม และมั่นใจว่าคะแนนเสียงจะเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม

ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่าพรรคการเมืองต่าง ๆ จะได้ประจำกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ มองว่าเป็นเรื่องที่จะทำให้ข้าราชการทำงานลำบากมากขึ้น และอาจทำให้การดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนติดขัด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์