ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ส่วนตัวยังคงทำหน้าที่ สส. ด้วยความซื่อสัตย์ต่อประชาชน และต่ออุดมการณ์ที่ยึดมั่นมาตลอด ไม่ว่าเสียงจากพรรค หรือเวทีการเมืองจะเป็นเช่นไร จุดยืนของผมยังเหมือนเดิม การตัดสินใจทุกครั้งต้องตั้งต้นจากประโยชน์ของประเทศ และศรัทธาของประชาชน ผมเคารพพรรค เคารพผู้ใหญ่ทุกท่าน แต่ในสถานการณ์ที่ศรัทธาต่อรัฐบาลกำลังสั่นคลอน จึง ขอแสดงจุดยืนอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะยังคงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยต่อไป
พร้อมย้ำว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ และความไม่มั่นใจในอนาคต ขณะที่นโยบายสำคัญหลายเรื่องไม่สามารถผลักดันได้จริงตามที่เคยสัญญาไว้ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้กำลังบั่นทอนความมั่นใจของประชาชนต่อการบริหารจัดการด้านอธิปไตยและความมั่นคง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรนิ่งเฉยหากต้องการยืนอยู่ข้างผลประโยชน์ของชาติ ที่สำคัญที่สุด คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีมติชัดเจนให้ นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง สะท้อนถึงวิกฤตความชอบธรรมในสายตาประชาชนและสังคมโลกที่ไม่อาจเพิกเฉยหรือมองข้ามได้อีกต่อไป
“ผมเข้าใจดีว่า การนิ่งเฉยในยามที่ประชาชนตั้งคำถาม อาจดูเหมือนปลอดภัยในทางการเมือง แต่สุดท้ายอาจเป็นการทำลายศรัทธาในระยะยาว ทั้งต่อตัวผม และต่อพรรค แม้วันนี้จะมีคำตอบชัดเจนจากหลายฝ่าย แต่ผมยังเชื่อว่า ประชาชนจะจำได้เสมอว่า ใครเลือกยืนอยู่ข้างหลักการตั้งแต่วันแรก สำหรับผม ความซื่อสัตย์ต่อประชาชนสำคัญกว่าความสบายใจในระบบ และเมื่อถึงเวลา ความจริงจะพูดแทนเราเอง”
— ธนกร กล่าว
ส่วนกรณีที่ หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังพูดไม่ตรงกันเรื่องเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาล ธนกร มองว่า เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ เดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ควรจะหาเวลาพูดคุยทำความเข้าใจกันเองก่อน ว่าจะเอาอย่างไรแน่จะดีกว่าหรือไม่
ส่วนที่ เดชอิศม์ออกมาให้สัมภาษณ์ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ธนกร มองว่า นักการเมืองต่างเป็นเพื่อนฝูงกันทั้งนั้น รู้จักกันหมด ขนาดพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ใครๆ ก็ว่าไม่มีวันเผาผีกัน ก็ยังจับมือกันตั้งรัฐบาลมาแล้ว หากวันหนึ่งได้มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันจริงๆ แล้วจะมองหน้าคนในรัฐบาลด้วยกันเองได้อยู่หรือไม่ ดังนั้น การจะให้สัมภาษณ์อะไรอยากให้คิดก่อนพูด อย่าให้ปากเป็นนายเรา เพราะในอนาคตหากต้องกลืนน้ำลายตัวเอง มันจะไม่สง่างาม อย่างไรก็ตาม วันนี้สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดคือ การที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังคิดจะเปลี่ยนขั้วไปร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยนั้น ต้องถามว่า มีใครเขาชวนคุณแล้วหรือยัง
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยยังหวังจะได้เป็นรัฐบาลต่อไป โดยพยายามติดต่อขอเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชน ธนกร ระบุว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยยอมทุกอย่าง ทิ้งแม้กระทั่งศักดิ์ศรีเพื่อให้ตัวเองได้เป็นรัฐบาลต่อ ทั้งๆ ที่รัฐบาลชุดนี้หมดความชอบธรรมไปแล้ว การเมืองที่มุ่งแต่จะกอดเก้าอี้เอาไว้ ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับประเทศและประชาชนเลย วันนี้ประชาชนกำลังรอผู้นำที่จะมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนเพียงบางกลุ่ม ที่เอาประโยชน์ชาติไปแลกกับประโยชน์ของตัวเอง




