ธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า จากที่ตนได้ลงพื้นที่หลายจังหวัดโดยเฉพาะภาคใต้ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาพักผ่อนใช้บริการตลอดทั้งปี
โดยผู้ประกอบการ ที่พักโรงแรม ร้านอาหาร และประชาชนในพื้นที่ ต่างเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี รัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขยายแคมเปญมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นปลายปี ไปจนถึงต้นปีหน้า
ธนกร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนขอเสนอให้รัฐบาลต่อยอดนอกจาก “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” ไม่เพียงแค่ 2-3 จังหวัดภาคเหนือเท่านั้น แต่ควรขยายใช้มาตรการนี้กับทุกจังหวัด เป็น “เที่ยวคนละครึ่ง ทั่วประเทศ” โดยเพิ่มวงเงินการใช้จ่ายที่รัฐบาลจะออกให้คนละ 400 บาทนั้น ประชาชนเรียกร้องให้มีการเพิ่มวงเงินสูงขึ้นจากเดิม 400 บาท ปรับให้เป็น 800-1,500 บาท ก็จะเป็นจำนวนเงินที่ครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น สร้างแรงจูงใจให้ประชาชน วางแผนเดินทางทั้งจองที่พัก ซื้อตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถโดยสารต่างๆ มากขึ้น
“รัฐบาล ควรขยายโครงการ “เราเที่ยวด้วยกันคนละครึ่ง” ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลชุดนี้สามารถนำมาต่อยอดให้เกิดความสำเร็จต่อเนื่องได้ เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวทุกจังหวัดให้ดียิ่งขึ้น”
ธนกร กล่าวด้วยว่า ในส่วนที่จะเปิดลงทะเบียนโครงการแอ่วเหนือคนละครึ่งในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นั้น ขอเสนอให้ขยายพื้นที่ทั่วประเทศไปพร้อมกัน และเพิ่มวงเงินให้มากกว่า 400 บาท จะช่วยให้ประชาชน มีแรงจูงใจกล้าที่จะออกไปเที่ยวในประเทศ เที่ยวได้ทุกจังหวัดไม่เฉพาะแค่ภาคเหนือเท่านั้น แต่พื้นที่ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคกลาง ก็สามารถเที่ยวได้ทั้งปี
“มั่นใจว่าจะสร้างเม็ดเงินจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นนี้ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ปี 2567 และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยไปถึง 35 ล้านคนได้แน่นอน” ธนกร กล่าว




