‘ธนกร’ ไม่โหวต ปธ.สภาฯ จ้องแก้ ม.112

1 ก.ค. 2566 - 16:51

  • ‘ธนกร’ ลั่น ไม่โหวตให้ ปธ.สภาฯ ที่มาจากพรรค จ้องแก้ ม.112 ฉะ ก้าวไกล แย่งเก้าอี้ หวังแค่ดันกฎหมายสุ่มเสี่ยงเข้าสภาฯ

  • ชี้ อย่าอ้างเสียงประชาชนใช้สภาฯ เปลี่ยนประเทศตามใจแค่บางกลุ่ม

  • มั่นใจ คนรักสถาบันทั้งประเทศ ไม่ยอมแน่

Thanakorn_announce_do_not_vote_council_president_from_party_that_want_modify_article_112_SPACEBAR_Hero_2a47484666.jpeg
ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยถึงกรณีที่สภาฯ เตรียมประชุมเพื่อเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ว่า ไทม์ไลน์ทางการเมืองในการเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาฯ ก่อนจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี ในช่วงกลางเดือนนี้ ถือว่าเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ส่วนตัวและพรรครวมไทยสร้างชาติมีความชัดเจนแล้วว่า การเลือกตัวประธานสภาฯ รวมถึงนายกรัฐมนตรีนั้น เราจะไม่สนับสนุน ไม่เลือก บุคคลที่มีวาระมุ่งแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อย่างแน่นอน เนื่องจากกฎหมายดังกล่าว ถือเป็นความมั่นคงของรัฐ เป็นกฎหมายสำคัญเพื่อปกป้องประมุขของประเทศ จึงจะไม่โหวตให้ทั้งบุคคลและพรรคการเมืองใดที่มีวาระการแก้ไขกฎหมายนี้ 

เมื่อถามว่า พรรคที่ได้อันดับ 1 คือพรรคก้าวไกล ต้องการได้เก้าอี้ประธานสภาฯ มีความมุ่งหมายเพื่อเสนอวาระแก้ไขมาตรา 112 ชัดเจนนั้น ธนกร ระบุว่า พรรคก้าวไกลมีความชัดเจนตั้งแต่แรก เมื่อตอนหาเสียงกับประชาชนไว้อยู่แล้วว่าจะเข้าสภาฯ เพื่อแก้กฎหมายดังกล่าว และทุกการปราศรัย รวมถึง ทุกเวทีดีเบตของทั้งหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรค ก็ชูธงในเรื่องนี้ ทุกคนต่างทราบดี จึงคิดว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่พรรคก้าวไกลและผู้สนับสนุน ไม่ยอมถอยหรือยกเก้าอี้ประธานสภาฯ​ ให้กับเพื่อไทย  

เมื่อถามว่าประธานสภาฯ ก็ไม่ได้มีอำนาจมากมาย แต่เหตุใดพรรคก้าวไกลจึงไม่ยอมถอย ธนกร กล่าวว่า การที่พรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยยังคุยกันไม่ลงตัว เรื่องประธานสภาฯ​ นั้น ส่วนตัวมองว่า พรรคก้าวไกลมีเป้าหมายชัดเจนเรื่องการแก้กฎหมายนี้ รวมไปถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบสภาฯ ตามที่แคนดิเดตประธานสภาฯ คือนายปดิพัทธ์ สันติภาดาได้ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ไว้แล้วว่าต้องการเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบสภาฯ เพราะถ้าหากประธานสภาฯ เป็นของพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกลอาจจะไม่แน่ใจว่าจะมีเสนอวาระแก้ไขกฎหมายนี้หรือไม่ 

“ในสมัยประชุมสภาครั้งที่แล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น มองว่าเป็นกฎหมายสำคัญมีไว้เพื่อคุ้มครองประมุขของประเทศ หากมีการเสนอแก้ไข ลดทอนให้กฎหมายเบาลง อาจเป็นความสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของรัฐ จึงขอเรียกร้องไปยังพรรคก้าวไกล ว่า อย่าอ้างเสียงประชาชนที่เลือกมา 14 ล้าน เพราะ ไม่ใช่ว่า 14 ล้านคนที่เลือกพรรคก้าวไกลมาจะเห็นด้วยกับการแก้กฎหมายทั้งหมด ขออย่าใช้สภาเปลี่ยนแปลงอะไรตามอำเภอใจของคนแค่บางกลุ่ม เพราะคนไทยที่เหลืออีกกว่า 40-50 ล้าน คนที่รักสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งประเทศรวมถึงตัวผมด้วยนั้น จุดยืนชัดเจน ไม่ยอมให้แก้กฎหมายนี้อย่างแน่นอน” ธนกรย้ำ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์