ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยได้รับการต้อนรับจาก เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค พร้อมเปิดเผยว่า พรรคสนับสนุนจุดยืนทางการเมืองของตนในการเลือกตั้งสมัยหน้าที่ต้องการทำงานการเมืองเพื่อประเทศและประชาชน รวมทั้งส่งเสริมให้คนดี คนเก่ง คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี อีกสมัย
เพราะจากผลงานการบริหารที่ผ่านมา ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ BCG การดูแลภาคเกษตร การส่งออก การแก้ปัญหาโควิด-19 ฯลฯ ซึ่งเป็นท่านนายกฯดำเนินการ รวมทั้งโครงการ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งท่านนายกฯ เป็นผู้นำร่องให้ไทยเปิดประเทศด้านการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย จนประสบความสำเร็จ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ กลายเป็นโมเดลที่หลายประเทศทำตาม
ประกอบกับสถานการณ์โลกและภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยผู้นำประเทศที่มีประสบการณ์ มีวิสัยทัศน์ กล้าคิด กล้าทำ ตัดสินใจได้เด็ดขาด ที่สำคัญ ต้องเป็นผู้นำที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีใครสามารถกล่าวหาท่านเรื่องทุจริตคอร์รัปชันได้เลย
“วันนี้ การเมืองไทยเปลี่ยนไปแล้ว คนไทยแยกแยะได้แล้ว ใครที่ทำงานการเมืองแบบนักบริหารยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้งหรือใครทำการเมืองแบบธนกิจการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง พวกพ้องและคนในครอบครัวเท่านั้นโดยไม่สนใจประชาชน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อท่านตัดสินใจเสนอตัวบริหารประเทศต่อ ท่านก็ก้าวสู่สนามการเมืองอย่างเปิดเผย พร้อมแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ทำต่อ/ทำใหม่/ทำเพิ่ม สานต่อนโยบายและการบริหารประเทศ เพราะเป้าหมายประเทศ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน จำเป็นต้องทำต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผมจะเข้าช่วยดูแลในส่วนภาคใต้ ร่วมกับพี่ๆ แกนนำพรรค และมั่นใจว่าชนะเลือกตั้งยกจังหวัดหลายแห่ง” ธนกร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันนี้ ยังมีนักการเมืองหลายรายมาหารือกับ ธนกร และ เอกนัฏ ประกอบด้วย ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ อดีต รมช.คมนาคม อดีต ส.ส.ขอนแก่น และ เอกภาพ พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด
เพราะจากผลงานการบริหารที่ผ่านมา ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ BCG การดูแลภาคเกษตร การส่งออก การแก้ปัญหาโควิด-19 ฯลฯ ซึ่งเป็นท่านนายกฯดำเนินการ รวมทั้งโครงการ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งท่านนายกฯ เป็นผู้นำร่องให้ไทยเปิดประเทศด้านการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย จนประสบความสำเร็จ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ กลายเป็นโมเดลที่หลายประเทศทำตาม
ประกอบกับสถานการณ์โลกและภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยผู้นำประเทศที่มีประสบการณ์ มีวิสัยทัศน์ กล้าคิด กล้าทำ ตัดสินใจได้เด็ดขาด ที่สำคัญ ต้องเป็นผู้นำที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีใครสามารถกล่าวหาท่านเรื่องทุจริตคอร์รัปชันได้เลย
“วันนี้ การเมืองไทยเปลี่ยนไปแล้ว คนไทยแยกแยะได้แล้ว ใครที่ทำงานการเมืองแบบนักบริหารยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้งหรือใครทำการเมืองแบบธนกิจการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง พวกพ้องและคนในครอบครัวเท่านั้นโดยไม่สนใจประชาชน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อท่านตัดสินใจเสนอตัวบริหารประเทศต่อ ท่านก็ก้าวสู่สนามการเมืองอย่างเปิดเผย พร้อมแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ทำต่อ/ทำใหม่/ทำเพิ่ม สานต่อนโยบายและการบริหารประเทศ เพราะเป้าหมายประเทศ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน จำเป็นต้องทำต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผมจะเข้าช่วยดูแลในส่วนภาคใต้ ร่วมกับพี่ๆ แกนนำพรรค และมั่นใจว่าชนะเลือกตั้งยกจังหวัดหลายแห่ง” ธนกร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันนี้ ยังมีนักการเมืองหลายรายมาหารือกับ ธนกร และ เอกนัฏ ประกอบด้วย ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ อดีต รมช.คมนาคม อดีต ส.ส.ขอนแก่น และ เอกภาพ พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด




