‘ธนกร วังบุญคงชนะ’ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่าวันที่ 2 ส.ค.นี้ เวลา 16.00 น. ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคได้นัดประชุม สส. เพื่อกำหนดทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 4 ส.ค.นี้
จากนั้นวันที่ 3 ส.ค. พรรคจะจัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของการก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยพิธีจะเริ่มเวลา 10.00 น. มีทั้งพิธีทางศาสนาอิสลาม และศาสนาพุทธ
นอกจากนี้ ‘ธนกร’ ยังระบุถึงกรณีที่ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินสายพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ และถูกมองว่าเป็นการปลุกมวลชนให้ออกมาชุมนุมกดดันพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล โดย ‘ธนกร’ มองว่า ‘พิธา’ และพรรคก้าวไกล ควรใช้เวลานี้ ตรวจสอบข้อกฎหมายและหาทางช่วย สส. ที่จะถูกดำเนินคดี มากกว่าใช้เวลาไปเดินสายพบมวลชน สะท้อนให้เห็นว่า ‘พิธา’ ไม่ได้ห้ามปราม แต่กลับเห็นด้วยในการเคลื่อนไหวคของแฟนคลับและกลุ่มผู้สนับสนุน ที่ออกมาแสดงความเห็นกดดันไปยังพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่พรรคก้าวไกล ประกาศให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว
“ทุกพรรคการเมือง เขายังคงเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในระบบรัฐสภากันทั้งนั้น แต่อาจไม่ได้ถูกใจพรรคก้าวไกล หลังจากดูทิศทางการเมืองแล้ว กลัวตัวเองจะถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้านใช่หรือไม่ จึงออกมาขู่ต่างๆ นานา รวมถึงใช้มวลชนมากดดันซึ่งเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม แบบนี้ เป็นการมองแค่พรรคของตัวเอง มากกว่าที่จะมองประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะการจัดการชุมนมกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศ จึงอยากให้พรรคก้าวไกลคิดให้ดี” ธนกร ระบุ
จากนั้นวันที่ 3 ส.ค. พรรคจะจัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของการก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยพิธีจะเริ่มเวลา 10.00 น. มีทั้งพิธีทางศาสนาอิสลาม และศาสนาพุทธ
นอกจากนี้ ‘ธนกร’ ยังระบุถึงกรณีที่ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินสายพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ และถูกมองว่าเป็นการปลุกมวลชนให้ออกมาชุมนุมกดดันพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล โดย ‘ธนกร’ มองว่า ‘พิธา’ และพรรคก้าวไกล ควรใช้เวลานี้ ตรวจสอบข้อกฎหมายและหาทางช่วย สส. ที่จะถูกดำเนินคดี มากกว่าใช้เวลาไปเดินสายพบมวลชน สะท้อนให้เห็นว่า ‘พิธา’ ไม่ได้ห้ามปราม แต่กลับเห็นด้วยในการเคลื่อนไหวคของแฟนคลับและกลุ่มผู้สนับสนุน ที่ออกมาแสดงความเห็นกดดันไปยังพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่พรรคก้าวไกล ประกาศให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว
“ทุกพรรคการเมือง เขายังคงเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในระบบรัฐสภากันทั้งนั้น แต่อาจไม่ได้ถูกใจพรรคก้าวไกล หลังจากดูทิศทางการเมืองแล้ว กลัวตัวเองจะถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้านใช่หรือไม่ จึงออกมาขู่ต่างๆ นานา รวมถึงใช้มวลชนมากดดันซึ่งเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม แบบนี้ เป็นการมองแค่พรรคของตัวเอง มากกว่าที่จะมองประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะการจัดการชุมนมกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศ จึงอยากให้พรรคก้าวไกลคิดให้ดี” ธนกร ระบุ



