ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การอภิปรายของ รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ไม่เป็นความจริง และไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการอภิปรายดังกล่าว
ส่วนข้อมูลต่างๆ เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทราบอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้สั่งการให้ดำเนินคดีกับทุกฝ่าย ซึ่ง พล.ต.อ.ดำรังศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รายงาน พล.อ.ประยุทธ์ มาโดยตลอด วันนี้ ขบวนการ ‘ทุนจีนสีเทา’ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ไม่มีการช่วยเหลือปกป้องใครทั้งนั้น และสิ่งที่ รังสิมันต์ ได้อธิบาย ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร
ส่วนที่มีการเชื่อมโยงเรื่องที่ดินของที่ทําการพรรครวมไทยสร้างชาติ กับ ‘ส.ว.ทรงเอ’ ก็เป็นการกล่าวหาที่ไร้ข้อมูล ตนทราบมาก่อนว่าที่ดินของพรรคนั้นเช่าถูกต้องตามกฎหมาย อดีต ส.ว. มีชื่ออยู่ตั้งแต่ปี 2560 ปัจจุบันนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรแล้ว ขณะที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ทราบอยู่แล้ว
“เราไม่ไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้อย่างแน่นอน เป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม พฤติกรรมแบบนี้ผมคิดว่ามันไม่ใช่แนวทางของคนรุ่นใหม่ ควรจะเลิกได้แล้ว การชี้แจงต่างๆ ต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมาชี้แจงต่อประชาชน ไม่ใช่ตัดเฉพาะช่วงสั้นๆ แค่บางท่อนบางตอนมาบิดเบือน เผยแพร่สู่โซเชียลมีเดีย ผมคิดว่าเป็นการเมืองที่ตรรกะวิบัติที่สุด” ธนกร กล่าว
เมื่อถามยํ้าว่า ที่ดินที่เคยเป็นของ ส.ว. ถูกเปลี่ยนมือแล้วใช่หรือไม่ ธนกร ตอบว่า เรื่องนี้มีการตรวจสอบและทราบอยู่แล้ว และคิดไว้แล้วว่า เรื่องนี้คงมีการนำมาอภิปรายอย่างเบาๆ ไม่ได้หนักหน่วง ตรงนี้ชี้แจงได้ สื่อมวลชนก็ตรวจสอบได้ ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย หากเป็นเข่นนี้ พรรคก้าวไกลก็ผิดด้วยหรือไม่ เพราะเช่าที่ของบริษัทไทยซัมมิท เหมือนกัน ซึ่งมีคดีที่หนักกว่านี้ บางคดีศาลตัดสินไปแล้ว ตนไม่อยากกล่าวหา เพราะเชื่อมั่นว่าพรรคก้าวไกล คงไม่มีพฤติกรรมแบบนี้
ธนกร ระบุด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว แต่ได้มีการพูดคุยกับตนว่าการอภิปรายเป็นอย่างไรบ้าง ตนเห็นตรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าต้องขอบคุณทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ที่มีการอภิปรายกันอย่างเต็มที่ ไม่ใช้ถ้อยคำที่สร้างความเสียหายรุนแรงอะไร แต่เสียนิดเดียว ข้อมูลต่างๆ เป็นข้อมูลเก่าที่ประชาชนทราบอยู่แล้ว เคยอภิปรายแล้วก็เอามาอภิปรายอีก เข้าใจว่าคงนําไปหาเสียงในการเลือกตั้ง ส่วนที่บอกว่า 8 ปี ล้มเหลว มองว่าเป็นการมองที่ใจมืดบอดที่สุด เห็นอยู่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น นายกฯ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด ฉะนั้น สิ่งที่ฝ่ายค้านพูด ถือว่าตรงกันข้าม
ส่วนข้อมูลต่างๆ เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทราบอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้สั่งการให้ดำเนินคดีกับทุกฝ่าย ซึ่ง พล.ต.อ.ดำรังศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รายงาน พล.อ.ประยุทธ์ มาโดยตลอด วันนี้ ขบวนการ ‘ทุนจีนสีเทา’ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ไม่มีการช่วยเหลือปกป้องใครทั้งนั้น และสิ่งที่ รังสิมันต์ ได้อธิบาย ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร
ส่วนที่มีการเชื่อมโยงเรื่องที่ดินของที่ทําการพรรครวมไทยสร้างชาติ กับ ‘ส.ว.ทรงเอ’ ก็เป็นการกล่าวหาที่ไร้ข้อมูล ตนทราบมาก่อนว่าที่ดินของพรรคนั้นเช่าถูกต้องตามกฎหมาย อดีต ส.ว. มีชื่ออยู่ตั้งแต่ปี 2560 ปัจจุบันนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรแล้ว ขณะที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ทราบอยู่แล้ว
“เราไม่ไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้อย่างแน่นอน เป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม พฤติกรรมแบบนี้ผมคิดว่ามันไม่ใช่แนวทางของคนรุ่นใหม่ ควรจะเลิกได้แล้ว การชี้แจงต่างๆ ต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมาชี้แจงต่อประชาชน ไม่ใช่ตัดเฉพาะช่วงสั้นๆ แค่บางท่อนบางตอนมาบิดเบือน เผยแพร่สู่โซเชียลมีเดีย ผมคิดว่าเป็นการเมืองที่ตรรกะวิบัติที่สุด” ธนกร กล่าว
เมื่อถามยํ้าว่า ที่ดินที่เคยเป็นของ ส.ว. ถูกเปลี่ยนมือแล้วใช่หรือไม่ ธนกร ตอบว่า เรื่องนี้มีการตรวจสอบและทราบอยู่แล้ว และคิดไว้แล้วว่า เรื่องนี้คงมีการนำมาอภิปรายอย่างเบาๆ ไม่ได้หนักหน่วง ตรงนี้ชี้แจงได้ สื่อมวลชนก็ตรวจสอบได้ ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย หากเป็นเข่นนี้ พรรคก้าวไกลก็ผิดด้วยหรือไม่ เพราะเช่าที่ของบริษัทไทยซัมมิท เหมือนกัน ซึ่งมีคดีที่หนักกว่านี้ บางคดีศาลตัดสินไปแล้ว ตนไม่อยากกล่าวหา เพราะเชื่อมั่นว่าพรรคก้าวไกล คงไม่มีพฤติกรรมแบบนี้
ธนกร ระบุด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว แต่ได้มีการพูดคุยกับตนว่าการอภิปรายเป็นอย่างไรบ้าง ตนเห็นตรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าต้องขอบคุณทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ที่มีการอภิปรายกันอย่างเต็มที่ ไม่ใช้ถ้อยคำที่สร้างความเสียหายรุนแรงอะไร แต่เสียนิดเดียว ข้อมูลต่างๆ เป็นข้อมูลเก่าที่ประชาชนทราบอยู่แล้ว เคยอภิปรายแล้วก็เอามาอภิปรายอีก เข้าใจว่าคงนําไปหาเสียงในการเลือกตั้ง ส่วนที่บอกว่า 8 ปี ล้มเหลว มองว่าเป็นการมองที่ใจมืดบอดที่สุด เห็นอยู่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น นายกฯ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด ฉะนั้น สิ่งที่ฝ่ายค้านพูด ถือว่าตรงกันข้าม



