ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณี เศรษฐา ทวีสิน หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงาน 8 ปีของรัฐบาล รายได้ประชาชนตกต่ำ
โดย ธนกร ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง นโยบายภายใต้การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ทำให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น และประเทศมีความก้าวหน้า โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ดังนั้น ก่อนที่จะวิจารณ์นโยบายการบริหารรัฐบาล อยากให้ เศรษฐา กลับไปดูนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทยก่อน เพราะวันนี้ ไม่ใช่แค่ประชาชนสับสน ตนคิดว่าแม้กระทั่งผู้สมัครฯ, แกนนำพรรคเพื่อไทย บางส่วนเองก็ยังงงๆ ว่าตกลงเป็นอย่างไรกันแน่
อีกทั้ง มีรายงานข่าวว่า ทีมเศรษฐกิจและฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยังเห็นไม่ตรงกัน และยังมีรายงานด้วยว่า จะมีการยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนเศรษฐาร้อนตัว ออกมาบอกว่าไม่จริง จึงแนะนำว่าพรรคเพื่อไทย ควรตั้งสติให้ดี ก่อนจะออกนโยบายอะไร อย่างน้อยให้ลูกพรรคตัวเองเข้าใจตรงกัน
“เห็นออกมาพูดกันคนละที แล้วข้อมูลไม่ตรงกันอีก เลยไม่รู้ว่าตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่” ธนกร กล่าว
ธนกร ระบุด้วยว่า ไม่เหมือนนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ตกผลึกแบบเป็นรูปธรรม ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกคน สามารถชี้แจงกับประชาชนได้ มีที่มาที่ไปของคน ยกตัวอย่าง เรื่องบัตรสวัสดิการพลัส 1,000 บาท ให้มาก 10,000 บาท วงเงินเดือนละ 1,000 บาท รวมทั้งปีได้ 12,000 บาท ถ้าเปรียบเทียบ 10,000 บาท ในระยะเวลา 6 เดือน ที่เป็นการให้ครั้งเดียว แต่สิ่งที่เราทำได้ทุกเดือน พุ่งเป้าไปสู่กลุ่มที่มีความเดือดร้อนจริง การใช้เงินไม่ใช่หว่านไปทั่ว โดยไม่สนงบประมาณแผ่นดิน ส่วนที่บอกว่าช่วยจะกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เมื่อหารออกมาเป็นรายวัน คือ 55 บาทต่อวัน ซึ่งไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร เพราะไม่แตกต่างกับบัตรสวัสดิการ ที่รัฐบาลทำอยู่
“กระทั่งวันนี้ ยังไม่รู้ว่าพรรคเพื่อไทย จะเอาเงินมาจากไหน ตกลงรูปแบบเป็นดิจิทัล เป็นเหรียญแบบคูปอง หรือแบบไหน และอยากฝาก กกต. ให้พิจารณาให้ดี ควรคำนึงถึงผลกระทบด้านต่างๆ ภาระงบประมาณที่จะตามมา อย่าปล่อยให้นโยบายขายฝันแบบนี้ ออกมาทำลายระบบการเงินการคลัง” ธนกร กล่าว
โดย ธนกร ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง นโยบายภายใต้การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ทำให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น และประเทศมีความก้าวหน้า โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ดังนั้น ก่อนที่จะวิจารณ์นโยบายการบริหารรัฐบาล อยากให้ เศรษฐา กลับไปดูนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทยก่อน เพราะวันนี้ ไม่ใช่แค่ประชาชนสับสน ตนคิดว่าแม้กระทั่งผู้สมัครฯ, แกนนำพรรคเพื่อไทย บางส่วนเองก็ยังงงๆ ว่าตกลงเป็นอย่างไรกันแน่
อีกทั้ง มีรายงานข่าวว่า ทีมเศรษฐกิจและฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยังเห็นไม่ตรงกัน และยังมีรายงานด้วยว่า จะมีการยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนเศรษฐาร้อนตัว ออกมาบอกว่าไม่จริง จึงแนะนำว่าพรรคเพื่อไทย ควรตั้งสติให้ดี ก่อนจะออกนโยบายอะไร อย่างน้อยให้ลูกพรรคตัวเองเข้าใจตรงกัน
“เห็นออกมาพูดกันคนละที แล้วข้อมูลไม่ตรงกันอีก เลยไม่รู้ว่าตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่” ธนกร กล่าว
ธนกร ระบุด้วยว่า ไม่เหมือนนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ตกผลึกแบบเป็นรูปธรรม ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกคน สามารถชี้แจงกับประชาชนได้ มีที่มาที่ไปของคน ยกตัวอย่าง เรื่องบัตรสวัสดิการพลัส 1,000 บาท ให้มาก 10,000 บาท วงเงินเดือนละ 1,000 บาท รวมทั้งปีได้ 12,000 บาท ถ้าเปรียบเทียบ 10,000 บาท ในระยะเวลา 6 เดือน ที่เป็นการให้ครั้งเดียว แต่สิ่งที่เราทำได้ทุกเดือน พุ่งเป้าไปสู่กลุ่มที่มีความเดือดร้อนจริง การใช้เงินไม่ใช่หว่านไปทั่ว โดยไม่สนงบประมาณแผ่นดิน ส่วนที่บอกว่าช่วยจะกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เมื่อหารออกมาเป็นรายวัน คือ 55 บาทต่อวัน ซึ่งไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร เพราะไม่แตกต่างกับบัตรสวัสดิการ ที่รัฐบาลทำอยู่
“กระทั่งวันนี้ ยังไม่รู้ว่าพรรคเพื่อไทย จะเอาเงินมาจากไหน ตกลงรูปแบบเป็นดิจิทัล เป็นเหรียญแบบคูปอง หรือแบบไหน และอยากฝาก กกต. ให้พิจารณาให้ดี ควรคำนึงถึงผลกระทบด้านต่างๆ ภาระงบประมาณที่จะตามมา อย่าปล่อยให้นโยบายขายฝันแบบนี้ ออกมาทำลายระบบการเงินการคลัง” ธนกร กล่าว




