ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า หลังเทศกาลสงกรานต์ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะเดินสายหาเสียงพบปะประชาชน ในรูปแบบเวทีหลัก และเวทีรอง โดยเวทีหลัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ จะนำปราศรัยด้วยตนเอง ซึ่งคิวปราศรัยค่อนข้างจะเต็ม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดสงขลา, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, นราธิวาส ส่วนจังหวัดตรัง และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีข้อจำกัดเรื่องความมั่นคง ก็อาจใช้เวลากลางวันโดยการขึ้นรถแห่
ในส่วนของภาคกลาง จังหวัดเพชรบุรี, ชลบุรี และกรุงเทพฯ ภาคอีสาน มีจังหวัดอุดรธานี, อุบลราชธานี และขอนแก่น ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก และเชียงใหม่ ซึ่งคณะกรรมการแต่ละภาค เป็นผู้นำเสนอเข้ามา และเมื่อได้สรุปก็นำเสนอ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ และต้องหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงความเหมาะสมว่าจะลงพื้นที่ไหนบ้าง ขณะที่ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอว่า ให้นอนค้างคืนในจังหวัดที่ใกล้เคียงกัน เช่น ไปจังหวัดสงขลา ที่ใกล้กับนครศรีธรรมราช ควรต้องนอนหนึ่งคืนหรือไม่ เพื่อรุ่งเช้าจะได้พบปะประชาชนในตลอด และตลอดเย็นก็ไปปราศรัยอีกที่หนึ่ง
ทั้งนี้ จากการหารือกับแกนนำพรรคในหลายภาค คะแนนความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเป็นคะแนนความนินยมส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่สำหรับผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ยังไล่ตามคะแนน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทัน ดังนั้น ต้องมีการปรับยุทธศาสตร์ในการหาเสียง ผู้สมัครจะต้องไปเนื้อเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เช่น การปรับป้ายหาเสียง เพื่อให้เลือกทั้งคน ทั้งพรรค นอกจากนี้ ตนยังเสนอหัวหน้าพรรคให้ตั้งทีมโฆษกพรรค ที่มีทั้งคนรุ่นใหม่ รุ่นเก่า และมีความเชี่ยวชาญแต่ละด้านผสมผสานกันไป ส่วนรายชื่อทีมโฆษกนั้น ได้คุยกับหัวหน้าพรรคฯ และเลขาธิการพรรคฯ คร่าวๆ แล้ว ซึ่งในพรรคฯ มีผู้ที่เหมาะสมเยอะ โดยเอาคนที่มีศักยภาพแต่ละด้านมาผสมผสานกัน เช่น ด้านต่างประเทศ, สตรี, สังคม นอกจากนี้ ได้มีการหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงการร่วมเวทีดีเบตแล้ว
“ท่านอาจจะดูก่อน คิดว่าช่วงโค้งสุดท้ายไม่แน่ พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะมองอีกมุมหนึ่งก็ได้ ต้องลองดู” ธนกร ระบุ
เมื่อถามถึงความไปได้ที่จะทำแบบเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ไม่ร่วมดีเบต แต่ใช่วิธีเดินสายให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ธนกร ตอบว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ให้สัมภาษณ์สื่อแต่ละสำนัก ซึ่งก็มีคิวนัดหมายกันเข้ามาต่อเนื่องจำนวนมาก คณะทำงานนายกฯ ก็พยายามจัดคิวอยู่ ทั้งนี้ ไม่กังวลว่าการไม่ไปร่วมดีเบต จะถูกมองว่าเป็นการพูดฝ่ายเดียว เพราะมีทีมอยู่แล้ว อีกทั้งวันนี้เวทีดีเบตมีจำนวนเยอะ และเราให้ความสำคัญมอบหมายให้คนที่เชี่ยวชาญแต่ละด้านไปร่วม
ในส่วนของภาคกลาง จังหวัดเพชรบุรี, ชลบุรี และกรุงเทพฯ ภาคอีสาน มีจังหวัดอุดรธานี, อุบลราชธานี และขอนแก่น ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก และเชียงใหม่ ซึ่งคณะกรรมการแต่ละภาค เป็นผู้นำเสนอเข้ามา และเมื่อได้สรุปก็นำเสนอ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ และต้องหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงความเหมาะสมว่าจะลงพื้นที่ไหนบ้าง ขณะที่ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอว่า ให้นอนค้างคืนในจังหวัดที่ใกล้เคียงกัน เช่น ไปจังหวัดสงขลา ที่ใกล้กับนครศรีธรรมราช ควรต้องนอนหนึ่งคืนหรือไม่ เพื่อรุ่งเช้าจะได้พบปะประชาชนในตลอด และตลอดเย็นก็ไปปราศรัยอีกที่หนึ่ง
ทั้งนี้ จากการหารือกับแกนนำพรรคในหลายภาค คะแนนความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเป็นคะแนนความนินยมส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่สำหรับผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ยังไล่ตามคะแนน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทัน ดังนั้น ต้องมีการปรับยุทธศาสตร์ในการหาเสียง ผู้สมัครจะต้องไปเนื้อเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เช่น การปรับป้ายหาเสียง เพื่อให้เลือกทั้งคน ทั้งพรรค นอกจากนี้ ตนยังเสนอหัวหน้าพรรคให้ตั้งทีมโฆษกพรรค ที่มีทั้งคนรุ่นใหม่ รุ่นเก่า และมีความเชี่ยวชาญแต่ละด้านผสมผสานกันไป ส่วนรายชื่อทีมโฆษกนั้น ได้คุยกับหัวหน้าพรรคฯ และเลขาธิการพรรคฯ คร่าวๆ แล้ว ซึ่งในพรรคฯ มีผู้ที่เหมาะสมเยอะ โดยเอาคนที่มีศักยภาพแต่ละด้านมาผสมผสานกัน เช่น ด้านต่างประเทศ, สตรี, สังคม นอกจากนี้ ได้มีการหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงการร่วมเวทีดีเบตแล้ว
“ท่านอาจจะดูก่อน คิดว่าช่วงโค้งสุดท้ายไม่แน่ พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะมองอีกมุมหนึ่งก็ได้ ต้องลองดู” ธนกร ระบุ
เมื่อถามถึงความไปได้ที่จะทำแบบเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ไม่ร่วมดีเบต แต่ใช่วิธีเดินสายให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ธนกร ตอบว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ให้สัมภาษณ์สื่อแต่ละสำนัก ซึ่งก็มีคิวนัดหมายกันเข้ามาต่อเนื่องจำนวนมาก คณะทำงานนายกฯ ก็พยายามจัดคิวอยู่ ทั้งนี้ ไม่กังวลว่าการไม่ไปร่วมดีเบต จะถูกมองว่าเป็นการพูดฝ่ายเดียว เพราะมีทีมอยู่แล้ว อีกทั้งวันนี้เวทีดีเบตมีจำนวนเยอะ และเราให้ความสำคัญมอบหมายให้คนที่เชี่ยวชาญแต่ละด้านไปร่วม




