ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้แจงกรณีที่่ไม่ปรากฏชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในรายชื่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยยืนยัน ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทางพรรคฯ ได้ทำไพรมารีโหวตเสร็จแล้ว ส่วนการที่ไม่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร
“วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคฯ อยู่แล้ว เป็นสมาชิกพรรคและผู้นำในการลงพื้นที่ปราศรัยด้วยตนเอง ทุกอย่างที่เป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ การที่ไม่มีชื่อในบัญชีรายชื่อไม่เป็นปัญหาอะไร ทุกอย่างก็เดินหน้าได้ และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นกำลังหลักของพรรคฯ เช่นเดิม” ธนกร ระบุ
พร้อมยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อย่างไรก็ตาม พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ และผู้สมัคร ส.ส. ก็มีความพร้อม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ที่สำคัญ พี่น้องประชาชนตอบรับเป็นอย่างมาก จากการประกาศเป็นแคนดิเดตนายกฯ และคิดว่ากระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในบางพื้นที่แม้เป็นอันดับที่ 2 หรือ 3 ก็ไม่เป็นไร แต่เกณฑ์โดยรวมเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่พรรคฯ ได้วางไว้
เมื่อถามอีกว่า สมาชิกพรรคจะต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อที่จะสามารถตอบคำถามประชาชนได้ ธนกร กล่าวว่า ไม่ได้มีความแตกต่างกัน ตนบอกไปแล้วว่า ในสมัยปี 2562 พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแค่แคนดิเดตนายกฯ เรายังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ปีนี้ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะให้ความไว้วางใจมากกว่าปี 2562 อีก
เมื่อถามว่า ศักดิ์ศรีของความเป็นนายกฯ ควรเป็น ส.ส. ที่มาจากผู้แทนฯ หรือไม่ ธนกร มองว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีความจำเป็น อยู่ที่มุมมองเท่านั้น ทั้งนี้เป็น ส.ส.หรือไม่เป็น ก็มาจากพี่น้องประชาชน คนที่เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนหนึ่งเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เพราะนโยบายพรรค เลือกผู้สมัครที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ตนคิดว่าไม่ใช่ปัญหา
อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ถาม พล.อ.ประยุทธ์ ถึงเหตุผลที่จะไม่ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้แค่วิเคราะห์ในฐานะที่ใกล้ชิดกับนายกฯ ซึ่งไม่ได้มีความแตกต่างอะไร เพราะประชาชนทั่วประเทศทราบอยู่แล้ว เชื่อว่ากระแสความนิยมและคะแนนเสียง จะมากกว่าปี 2562 ส่วนการจัดลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นเรื่องการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค พร้อมยืนยัน ไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาหรือไม่ ทั้งในส่วนบ้านเล็กและบ้านใหญ่ ธนกร ตอบว่า “ตนไม่มีบ้านใหญ่ บ้านเล็ก บ้านน้อย ตนคิดว่าอยู่ที่ความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสม มีองค์ประกอบหลายอย่าง โดยหลักการคิดว่าคณะกรรมการบริหารพรรคเอง ต้องคุยกับประธานยุทธศาสตร์ด้วย” ส่วนการที่พรรคฯ ส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ 2 คนนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไร
“ปกติเสนอกัน 3 คน เราเสนอ 2 คน เป็นความเหมาะสม ลงตัวที่สุดแล้ว เพราะนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ และตนเชื่อว่าภาพลักษณ์ของนายพีระพันธุ์ ก็มีความใกล้เคียงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้ง 2 ท่านมีความคล้ายกันมากในหลายๆ เรื่อง ตนเชื่อว่าประชาชนคงให้โอกาสทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายพีระพันธุ์” ธนกร ระบุ
พร้อมกันนี้ มั่นใจว่าประชาชนจะไม่สับสน ในกรณีที่ว่า หากเลือก พล.อ.ประยุทธ์ แต่อาจได้ พีระพันธุ์ แทน โดยยกตัวอย่างพรรคอื่นที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ 3 คน และคิดว่าเรื่องนี้ ทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติ มีพลังมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ยังมองว่าแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย นั้นเป็นไปไม่ได้ แต่มั่นใจว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ อาจแลนด์สไลด์ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช
“วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคฯ อยู่แล้ว เป็นสมาชิกพรรคและผู้นำในการลงพื้นที่ปราศรัยด้วยตนเอง ทุกอย่างที่เป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ การที่ไม่มีชื่อในบัญชีรายชื่อไม่เป็นปัญหาอะไร ทุกอย่างก็เดินหน้าได้ และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นกำลังหลักของพรรคฯ เช่นเดิม” ธนกร ระบุ
พร้อมยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อย่างไรก็ตาม พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ และผู้สมัคร ส.ส. ก็มีความพร้อม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ที่สำคัญ พี่น้องประชาชนตอบรับเป็นอย่างมาก จากการประกาศเป็นแคนดิเดตนายกฯ และคิดว่ากระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในบางพื้นที่แม้เป็นอันดับที่ 2 หรือ 3 ก็ไม่เป็นไร แต่เกณฑ์โดยรวมเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่พรรคฯ ได้วางไว้
เมื่อถามอีกว่า สมาชิกพรรคจะต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อที่จะสามารถตอบคำถามประชาชนได้ ธนกร กล่าวว่า ไม่ได้มีความแตกต่างกัน ตนบอกไปแล้วว่า ในสมัยปี 2562 พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแค่แคนดิเดตนายกฯ เรายังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ปีนี้ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะให้ความไว้วางใจมากกว่าปี 2562 อีก
เมื่อถามว่า ศักดิ์ศรีของความเป็นนายกฯ ควรเป็น ส.ส. ที่มาจากผู้แทนฯ หรือไม่ ธนกร มองว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีความจำเป็น อยู่ที่มุมมองเท่านั้น ทั้งนี้เป็น ส.ส.หรือไม่เป็น ก็มาจากพี่น้องประชาชน คนที่เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนหนึ่งเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เพราะนโยบายพรรค เลือกผู้สมัครที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ตนคิดว่าไม่ใช่ปัญหา
อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ถาม พล.อ.ประยุทธ์ ถึงเหตุผลที่จะไม่ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้แค่วิเคราะห์ในฐานะที่ใกล้ชิดกับนายกฯ ซึ่งไม่ได้มีความแตกต่างอะไร เพราะประชาชนทั่วประเทศทราบอยู่แล้ว เชื่อว่ากระแสความนิยมและคะแนนเสียง จะมากกว่าปี 2562 ส่วนการจัดลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นเรื่องการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค พร้อมยืนยัน ไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาหรือไม่ ทั้งในส่วนบ้านเล็กและบ้านใหญ่ ธนกร ตอบว่า “ตนไม่มีบ้านใหญ่ บ้านเล็ก บ้านน้อย ตนคิดว่าอยู่ที่ความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสม มีองค์ประกอบหลายอย่าง โดยหลักการคิดว่าคณะกรรมการบริหารพรรคเอง ต้องคุยกับประธานยุทธศาสตร์ด้วย” ส่วนการที่พรรคฯ ส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ 2 คนนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไร
“ปกติเสนอกัน 3 คน เราเสนอ 2 คน เป็นความเหมาะสม ลงตัวที่สุดแล้ว เพราะนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ และตนเชื่อว่าภาพลักษณ์ของนายพีระพันธุ์ ก็มีความใกล้เคียงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้ง 2 ท่านมีความคล้ายกันมากในหลายๆ เรื่อง ตนเชื่อว่าประชาชนคงให้โอกาสทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายพีระพันธุ์” ธนกร ระบุ
พร้อมกันนี้ มั่นใจว่าประชาชนจะไม่สับสน ในกรณีที่ว่า หากเลือก พล.อ.ประยุทธ์ แต่อาจได้ พีระพันธุ์ แทน โดยยกตัวอย่างพรรคอื่นที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ 3 คน และคิดว่าเรื่องนี้ ทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติ มีพลังมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ยังมองว่าแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย นั้นเป็นไปไม่ได้ แต่มั่นใจว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ อาจแลนด์สไลด์ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช




