ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า เป็นการไปพบปะและปราศรัยกับประชาชน ซึ่งตนจะเดินทางร่วมคณะไปด้วย เพราะเป็นวันหยุดราชการ
“การลงพื้นที่ในฐานะพรรคการเมืองเราปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะอาศัยนอกเวลาราชการและวันหยุด ส่วนนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ไหนบ้างทางพรรครวมไทยสร้างชาติคงจะเตรียมการไว้อย่างเรียบร้อย เพราะอีกไม่นานก็จะมีการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองจะต้องนำเสนอนโยบายให้กับประชาชน ถือเป็นเรื่องดีที่พรรคการเมืองหลายพรรคได้มีกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ก็จะทำให้มีสีสันทางการเมือง ขณะเดียวกันในส่วนของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีมุ่งมั่นทำงานช่วยเหลือประชาชนในทุกเรื่อง ลงพื้นที่ทำงานให้ประชาชนอยู่ตลอด” ธนกร ระบุ
ส่วนประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ที่การลงพื้นที่ปฏิบัติงานมักจะสอดแทรกการหาเสียงไปด้วยนั้น มองว่า ที่ผ่านมาทุกพรรคก็ปฏิบัติแบบนี้ คิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิด และสิ่งที่นายกฯ ทำก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย ประชาชนได้ประโยชน์
“นายกรัฐมนตรีเป็นลูกผู้ชาย คงไม่ได้ไปเอาเปรียบใคร และที่ผ่านมาทุกคนก็เห็นว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนที่ไม่เคยคิดว่าจะเอาเปรียบใคร และนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำว่าผลงานที่ผ่านมาในหลายปีประชาชนก็ทราบดีว่าประชาชนได้ประโยชน์มากมาย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน ตนเชื่อว่าหากเรานำผลงานของนายกรัฐมนตรีไปเสนอกับประชาชนว่าจะทำงานต่ออย่างไร ตนเชื่อว่าประชาชนจะไว้วางใจนายกรัฐมนตรีอีก” ธนกร ระบุ
ธนกร ย้ำด้วยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ โดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และ เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ได้วางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ แม้แต่การคัดเลือกผู้สมัคร ก็เห็นว่าไม่มีเด็กเส้น โดยเป็นผู้ที่อยู่กับประชาชนมาโดยตลอด และคาดว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ดังนั้น การเป็นกลุ่มเป็นก้อนภายในพรรค ก็จะถูกสลายไปโดยธรรมชาติ เพราะระบบภายในพรรคได้ถูกออกแบบไว้ดีมาก
ส่วนกรณี วันชัย สอนศิริ ส.ว. ผวนชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็น ‘รวมทาสสร้างชัย’ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณถึงพฤติกรรมดังกล่าวด้วย เพราะถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองแล้ว
“แต่ละคนก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง เพราะฉะนั้น การที่จะพูดจาอะไรท่านก็เป็นผู้ใหญ่ที่พวกเราเคารพ แต่ก็ถือเป็นวิจารณญาณ ตนว่าให้ประชาชนตัดสินใจดีกว่าว่าพฤติกรรมของแต่ละคนเป็นแบบไหนอย่างไร เพราะประชาชนเป็นผู้ที่ทราบทั้งหมดว่าอะไรเป็นอย่างไร และตนมักพูดเสมอว่าการหาเสียงหรือทำงานการเมืองสมัยใหม่นี้ อย่าไปทำในลักษณะด้อยค่า หรือดูถูกดูแคลนโจมตีดิสเครดิตกันไปมา แม้แต่ตนเองก็พยายามที่จะลดตรงนี้ลง ควรจะเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจจะสำคัญที่สุด โดยเฉพาะนโยบายที่จับต้องได้” ธนกร ระบุ
ธนกร ย้ำด้วยว่า ไม่ขอก้าวล่วงคำพูดของอีกฝ่าย เพราะประชาชนเห็นอยู่แล้ว และถือเป็นเป็นสิทธิที่จะพูดได้ แต่เชื่อว่าความดีของนายกรัฐมนตรีจะปกป้องคุ้มครองตัวนายกฯ เอง
ทั้งนี้ สำหรับกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ถือเป็นการขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันเสาร์ที่ 28 มกราคม นายกฯ และคณะจะเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ และการปราศรัยจะเริ่มขึ้นเวลา 17.00 น. เริ่มด้วย เอกนัฏ จากนั้นเป็น ธนกร, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, พีระพันธ์ และปิดท้ายด้วย พล.อ.ประยุทธ์
“การลงพื้นที่ในฐานะพรรคการเมืองเราปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะอาศัยนอกเวลาราชการและวันหยุด ส่วนนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ไหนบ้างทางพรรครวมไทยสร้างชาติคงจะเตรียมการไว้อย่างเรียบร้อย เพราะอีกไม่นานก็จะมีการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองจะต้องนำเสนอนโยบายให้กับประชาชน ถือเป็นเรื่องดีที่พรรคการเมืองหลายพรรคได้มีกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ก็จะทำให้มีสีสันทางการเมือง ขณะเดียวกันในส่วนของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีมุ่งมั่นทำงานช่วยเหลือประชาชนในทุกเรื่อง ลงพื้นที่ทำงานให้ประชาชนอยู่ตลอด” ธนกร ระบุ
ส่วนประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ที่การลงพื้นที่ปฏิบัติงานมักจะสอดแทรกการหาเสียงไปด้วยนั้น มองว่า ที่ผ่านมาทุกพรรคก็ปฏิบัติแบบนี้ คิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิด และสิ่งที่นายกฯ ทำก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย ประชาชนได้ประโยชน์
“นายกรัฐมนตรีเป็นลูกผู้ชาย คงไม่ได้ไปเอาเปรียบใคร และที่ผ่านมาทุกคนก็เห็นว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนที่ไม่เคยคิดว่าจะเอาเปรียบใคร และนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำว่าผลงานที่ผ่านมาในหลายปีประชาชนก็ทราบดีว่าประชาชนได้ประโยชน์มากมาย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน ตนเชื่อว่าหากเรานำผลงานของนายกรัฐมนตรีไปเสนอกับประชาชนว่าจะทำงานต่ออย่างไร ตนเชื่อว่าประชาชนจะไว้วางใจนายกรัฐมนตรีอีก” ธนกร ระบุ
ธนกร ย้ำด้วยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ โดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และ เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ได้วางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ แม้แต่การคัดเลือกผู้สมัคร ก็เห็นว่าไม่มีเด็กเส้น โดยเป็นผู้ที่อยู่กับประชาชนมาโดยตลอด และคาดว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ดังนั้น การเป็นกลุ่มเป็นก้อนภายในพรรค ก็จะถูกสลายไปโดยธรรมชาติ เพราะระบบภายในพรรคได้ถูกออกแบบไว้ดีมาก
ส่วนกรณี วันชัย สอนศิริ ส.ว. ผวนชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็น ‘รวมทาสสร้างชัย’ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณถึงพฤติกรรมดังกล่าวด้วย เพราะถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองแล้ว
“แต่ละคนก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง เพราะฉะนั้น การที่จะพูดจาอะไรท่านก็เป็นผู้ใหญ่ที่พวกเราเคารพ แต่ก็ถือเป็นวิจารณญาณ ตนว่าให้ประชาชนตัดสินใจดีกว่าว่าพฤติกรรมของแต่ละคนเป็นแบบไหนอย่างไร เพราะประชาชนเป็นผู้ที่ทราบทั้งหมดว่าอะไรเป็นอย่างไร และตนมักพูดเสมอว่าการหาเสียงหรือทำงานการเมืองสมัยใหม่นี้ อย่าไปทำในลักษณะด้อยค่า หรือดูถูกดูแคลนโจมตีดิสเครดิตกันไปมา แม้แต่ตนเองก็พยายามที่จะลดตรงนี้ลง ควรจะเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจจะสำคัญที่สุด โดยเฉพาะนโยบายที่จับต้องได้” ธนกร ระบุ
ธนกร ย้ำด้วยว่า ไม่ขอก้าวล่วงคำพูดของอีกฝ่าย เพราะประชาชนเห็นอยู่แล้ว และถือเป็นเป็นสิทธิที่จะพูดได้ แต่เชื่อว่าความดีของนายกรัฐมนตรีจะปกป้องคุ้มครองตัวนายกฯ เอง
ทั้งนี้ สำหรับกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ถือเป็นการขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันเสาร์ที่ 28 มกราคม นายกฯ และคณะจะเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ และการปราศรัยจะเริ่มขึ้นเวลา 17.00 น. เริ่มด้วย เอกนัฏ จากนั้นเป็น ธนกร, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, พีระพันธ์ และปิดท้ายด้วย พล.อ.ประยุทธ์




