ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ถูกมองว่ามีการแย่งผลงานการบริหารจัดการน้ำ และนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล โดยระบุว่า นโยบายหลายอย่างที่รัฐบาลทำ การที่พรรคการเมืองหลายพรรคนำไปเป็นนโยบาย คิดว่าไม่มีปัญหา เพราะเป็นเรื่องที่เราช่วยกันมาอยู่แล้ว
“แต่สิ่งที่กำลังจะชี้ให้เห็นก็คือ นโยบายหรือทุกโครงการต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นผู้อนุมัติคนสุดท้าย ฉะนั้นไม่ใช่ว่าแต่ละโครงการจะผ่านโดยปกติ เพราะนายกฯ ก็มีทีมที่ปรึกษาที่ต้องดูความเหมาะสม และดูประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นจึงไม่เป็นไปตามข่าวที่พาดหัว และไม่ใช่เป็นการแย่งชิงผลงานอะไร วันนี้หลายนโยบายนายกฯ เป็นผู้ดำเนินการ และอนุมัติเป็นคนสุดท้าย”
เมื่อถามว่าประชาชนจะเกิดความสับสนในนโยบายที่พรรคการเมืองหาเสียงหรือไม่ ธนกร กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าวันนี้ประชาชนเข้าใจอยู่แล้ว จากการที่ตนได้ลงพื้นที่กับนายกฯ ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างมาก ทั้งตัวนายกฯ และทีมงาน
“ก็ประหลาดใจเช่นกัน ในที่ที่เราไปชาวบ้านออกมาต้อนรับนายกฯ เป็นสิ่งที่เราดีใจ นายกฯ เองก็ดีใจ ที่ประชาชนออกมาต้อนรับมากขนาดนี้ ส่วนตัวมองว่าสิ่งที่นายกฯ ทำไปประชาชนรู้หมด ใน 8 ปีที่ทำมา วันนี้คงไม่ต้องบอกแล้ว เพราะในใจของประชาชนรู้อยู่แล้ว แม้บางครั้งอาจจะมีค้างคาอยู่บ้าง และนายกฯ เคยบอกแล้วว่า เราจะทำต่อในสิ่งที่ค้างคาอยู่เพื่อให้สมบูรณ์และมีความยั่งยืน”
เมื่อถามว่า อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สมาชิกกลุ่มสามมิตร จะย้ายมากับพรรค รทสช. หรือไม่ ธนกร กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ ตนอยู่พรรค รทสช. จึงอยากให้คนที่ตนเคารพและนับถือ รวมถึงอนุชา ซึ่งเปรียบเหมือนพี่ชาย ก็อยากให้มาช่วยงานนายกฯ ด้วย เพราะสิ่งที่นายกฯ ทำมาเป็นประโยชน์กับประชาชนหลายด้าน ในการที่เราจะมีคนที่ดีและมีอุดมการณ์เดียวกันมาช่วยนายกฯ เป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้ว แล้วตนเชื่อว่าไม่ได้มีแค่นั้น ในช่วงเวลาไม่นานนี้จะมีผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านแสดงความจำนงมาช่วยพรรค รทสช. ถ้าพูดไปแล้วจะหาว่าคุย แต่เป็นข้อเท็จจริง
ธนกร กล่าวว่า หลังจากที่นายกฯ เปิดตัวเป็นสมาชิกพรรค รทสช. และได้ลงพื้นที่ทำให้กระแสดีขึ้นมาก จึงทำให้เรามีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บางพื้นที่ทับซ้อนอยู่หลายจุด แต่เรามีกติกาอยู่แล้วว่าจะเลือกคนที่พี่น้องประชาชนไว้วางใจสูงสุด ถึงวันนั้นก็อาจจะต้องทำโพล
อย่างไรก็ตามคนที่ไม่ได้รับเลือกให้เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก็จะให้เข้ามาช่วยงานได้พรรค วันนี้การลงพื้นที่ของนายกฯ เอง ได้กำชับทีมงานให้ปฏิบัติตามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเคร่งครัด ส่วนไหนเป็นเรื่องของราชการ และส่วนไหนเป็นเรื่องของการเมืองให้แยกกันชัดเจน ดังนั้นไม่ต้องห่วง เพราะให้เป็นไปตามกฎหมาย
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่านายกฯ จะยุบสภาฯ ในวันที่ 15 มีนาคม 2566 ถือว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ธนกร กล่าวว่า เท่าที่ตนมีข้อมูล คือต้องปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อน และการตัดสินใจยุบสภาฯ เป็นของนายกฯ ซึ่งคิดว่ามีความเป็นไปได้หมด “แต่ยุบสภาฯ แน่ๆ อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงยุบสภาฯ แน่นอน และ ส.ส.จึงย้ายพรรคได้ตามปกติ”
เมื่อถามว่า ส่วนตัวได้ตัดสินใจว่าจะลงเลือกตั้งแบบใด ธนกร กล่าวว่า ตนตัดสินใจที่จะลง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่วนจะอยู่ในอันดับที่ 1-10 หรือไม่นั้น ตรงนี้แล้วแต่คณะกรรมการภายในพรรค ตนอยู่ตรงไหนก็อยู่ได้
เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวการที่ กกต. จะใช้เวลาในการเตรียมการเลือกตั้ง 45 วัน เพราะพรรค รทสช. ยังฟอร์มทีมไม่เสร็จ ธนกร กล่าวว่า “ไม่จริงเลย ตนบอกตั้งแต่ตนแล้วว่าทางพรรค รทสช. มีระบบพรรคที่มีความเข้มแข็ง การบริหารกลไกภายในพรรค ทางหัวหน้าพรรคได้วางยุทธศาสตร์ไว้ดีมาก ฉะนั้นมีความพร้อมหมดแล้ว ทั้งนโยบายพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และจะทยอยเปิดนโยบายต่างๆ ออกมาทีละชุด เรามีทีมเศรษฐกิจที่เก่ง เชื่อว่าหากเปิดตัวออกมาพี่น้องประชาชนจะเซอร์ไพรส์”
เมื่อถามว่า จะหลังจากที่นายกฯ ขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ.ชุมพรแล้ว ได้วางแผนที่จะจัดปราศรัยในเวทีต่อไปในพื้นที่อื่นแล้วหรือยัง ธนกร กล่าวว่า พรรคกำลังคุยกันอยู่ หลังจากนี้นายกฯ จะใช้เวลานอกราชการในมิติทางการเมือง จะลงพื้นที่ไปช่วยเหลือว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พบปะกับพี่น้องประชาชนในหมวกของสมาชิกพรรค รทสช. ฉะนั้นในจุดนี้จะมีความต่อเนื่องมากขึ้น
ธนกร กล่าวต่อว่า การคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มีกติกา และวางระบบไว้ดีมาก บอกได้เลยว่าผู้สมัคร ส.ส. ไม่มีเด็กเส้น ที่ผ่านมาหลายพรรคการเมืองแบ่งกันหลายกลุ่ม ก็จะมีปัญหาทุกครั้ง พรรค รทสช. ก็มีหลายกลุ่ม แต่ทุกอย่างสลายโดยกลไกของพรรค เป็นแนวของนายกฯ ที่ได้วางกรอบไว้แบบนี้
เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะรับตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค รทสช. ธนกร กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของซูเปอร์บอร์ด เป็นคณะกรรมการปกติ ที่ทำให้พรรคทำงานได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ไม่ใช่รูปแบบหรือลักษณะแต่งตั้งของทหาร แต่เป็นการบริหารจัดการองค์กรแบบใหม่ ซึ่งจะทำให้ไม่มีความขัดแย้งเลย เพราะทุกอย่างมีกติกาที่วางไว้แล้ว ทั้งการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และการวางนโยบาย อย่าลืมว่านายกฯ เป็นนักบริหารตั้งแต่กองทัพจนมาบริหารราชการแผ่นดิน 7-8 ปีแล้ว อยู่ในสมองของท่าน และเป็นไอเดียที่ดีมาก ซึ่งทุกคนให้การยอมรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเวทีปราศรัยที่สองของ พล.อ.ประยุทธ์ เบื้องต้นได้กำหนดไว้ที่ จ.เพชรบุรี
“แต่สิ่งที่กำลังจะชี้ให้เห็นก็คือ นโยบายหรือทุกโครงการต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นผู้อนุมัติคนสุดท้าย ฉะนั้นไม่ใช่ว่าแต่ละโครงการจะผ่านโดยปกติ เพราะนายกฯ ก็มีทีมที่ปรึกษาที่ต้องดูความเหมาะสม และดูประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นจึงไม่เป็นไปตามข่าวที่พาดหัว และไม่ใช่เป็นการแย่งชิงผลงานอะไร วันนี้หลายนโยบายนายกฯ เป็นผู้ดำเนินการ และอนุมัติเป็นคนสุดท้าย”
เมื่อถามว่าประชาชนจะเกิดความสับสนในนโยบายที่พรรคการเมืองหาเสียงหรือไม่ ธนกร กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าวันนี้ประชาชนเข้าใจอยู่แล้ว จากการที่ตนได้ลงพื้นที่กับนายกฯ ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างมาก ทั้งตัวนายกฯ และทีมงาน
“ก็ประหลาดใจเช่นกัน ในที่ที่เราไปชาวบ้านออกมาต้อนรับนายกฯ เป็นสิ่งที่เราดีใจ นายกฯ เองก็ดีใจ ที่ประชาชนออกมาต้อนรับมากขนาดนี้ ส่วนตัวมองว่าสิ่งที่นายกฯ ทำไปประชาชนรู้หมด ใน 8 ปีที่ทำมา วันนี้คงไม่ต้องบอกแล้ว เพราะในใจของประชาชนรู้อยู่แล้ว แม้บางครั้งอาจจะมีค้างคาอยู่บ้าง และนายกฯ เคยบอกแล้วว่า เราจะทำต่อในสิ่งที่ค้างคาอยู่เพื่อให้สมบูรณ์และมีความยั่งยืน”
เมื่อถามว่า อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สมาชิกกลุ่มสามมิตร จะย้ายมากับพรรค รทสช. หรือไม่ ธนกร กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ ตนอยู่พรรค รทสช. จึงอยากให้คนที่ตนเคารพและนับถือ รวมถึงอนุชา ซึ่งเปรียบเหมือนพี่ชาย ก็อยากให้มาช่วยงานนายกฯ ด้วย เพราะสิ่งที่นายกฯ ทำมาเป็นประโยชน์กับประชาชนหลายด้าน ในการที่เราจะมีคนที่ดีและมีอุดมการณ์เดียวกันมาช่วยนายกฯ เป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้ว แล้วตนเชื่อว่าไม่ได้มีแค่นั้น ในช่วงเวลาไม่นานนี้จะมีผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านแสดงความจำนงมาช่วยพรรค รทสช. ถ้าพูดไปแล้วจะหาว่าคุย แต่เป็นข้อเท็จจริง
ธนกร กล่าวว่า หลังจากที่นายกฯ เปิดตัวเป็นสมาชิกพรรค รทสช. และได้ลงพื้นที่ทำให้กระแสดีขึ้นมาก จึงทำให้เรามีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บางพื้นที่ทับซ้อนอยู่หลายจุด แต่เรามีกติกาอยู่แล้วว่าจะเลือกคนที่พี่น้องประชาชนไว้วางใจสูงสุด ถึงวันนั้นก็อาจจะต้องทำโพล
อย่างไรก็ตามคนที่ไม่ได้รับเลือกให้เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก็จะให้เข้ามาช่วยงานได้พรรค วันนี้การลงพื้นที่ของนายกฯ เอง ได้กำชับทีมงานให้ปฏิบัติตามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเคร่งครัด ส่วนไหนเป็นเรื่องของราชการ และส่วนไหนเป็นเรื่องของการเมืองให้แยกกันชัดเจน ดังนั้นไม่ต้องห่วง เพราะให้เป็นไปตามกฎหมาย
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่านายกฯ จะยุบสภาฯ ในวันที่ 15 มีนาคม 2566 ถือว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ธนกร กล่าวว่า เท่าที่ตนมีข้อมูล คือต้องปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อน และการตัดสินใจยุบสภาฯ เป็นของนายกฯ ซึ่งคิดว่ามีความเป็นไปได้หมด “แต่ยุบสภาฯ แน่ๆ อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงยุบสภาฯ แน่นอน และ ส.ส.จึงย้ายพรรคได้ตามปกติ”
เมื่อถามว่า ส่วนตัวได้ตัดสินใจว่าจะลงเลือกตั้งแบบใด ธนกร กล่าวว่า ตนตัดสินใจที่จะลง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่วนจะอยู่ในอันดับที่ 1-10 หรือไม่นั้น ตรงนี้แล้วแต่คณะกรรมการภายในพรรค ตนอยู่ตรงไหนก็อยู่ได้
เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวการที่ กกต. จะใช้เวลาในการเตรียมการเลือกตั้ง 45 วัน เพราะพรรค รทสช. ยังฟอร์มทีมไม่เสร็จ ธนกร กล่าวว่า “ไม่จริงเลย ตนบอกตั้งแต่ตนแล้วว่าทางพรรค รทสช. มีระบบพรรคที่มีความเข้มแข็ง การบริหารกลไกภายในพรรค ทางหัวหน้าพรรคได้วางยุทธศาสตร์ไว้ดีมาก ฉะนั้นมีความพร้อมหมดแล้ว ทั้งนโยบายพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และจะทยอยเปิดนโยบายต่างๆ ออกมาทีละชุด เรามีทีมเศรษฐกิจที่เก่ง เชื่อว่าหากเปิดตัวออกมาพี่น้องประชาชนจะเซอร์ไพรส์”
เมื่อถามว่า จะหลังจากที่นายกฯ ขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ.ชุมพรแล้ว ได้วางแผนที่จะจัดปราศรัยในเวทีต่อไปในพื้นที่อื่นแล้วหรือยัง ธนกร กล่าวว่า พรรคกำลังคุยกันอยู่ หลังจากนี้นายกฯ จะใช้เวลานอกราชการในมิติทางการเมือง จะลงพื้นที่ไปช่วยเหลือว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พบปะกับพี่น้องประชาชนในหมวกของสมาชิกพรรค รทสช. ฉะนั้นในจุดนี้จะมีความต่อเนื่องมากขึ้น
ธนกร กล่าวต่อว่า การคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มีกติกา และวางระบบไว้ดีมาก บอกได้เลยว่าผู้สมัคร ส.ส. ไม่มีเด็กเส้น ที่ผ่านมาหลายพรรคการเมืองแบ่งกันหลายกลุ่ม ก็จะมีปัญหาทุกครั้ง พรรค รทสช. ก็มีหลายกลุ่ม แต่ทุกอย่างสลายโดยกลไกของพรรค เป็นแนวของนายกฯ ที่ได้วางกรอบไว้แบบนี้
เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะรับตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค รทสช. ธนกร กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของซูเปอร์บอร์ด เป็นคณะกรรมการปกติ ที่ทำให้พรรคทำงานได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ไม่ใช่รูปแบบหรือลักษณะแต่งตั้งของทหาร แต่เป็นการบริหารจัดการองค์กรแบบใหม่ ซึ่งจะทำให้ไม่มีความขัดแย้งเลย เพราะทุกอย่างมีกติกาที่วางไว้แล้ว ทั้งการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และการวางนโยบาย อย่าลืมว่านายกฯ เป็นนักบริหารตั้งแต่กองทัพจนมาบริหารราชการแผ่นดิน 7-8 ปีแล้ว อยู่ในสมองของท่าน และเป็นไอเดียที่ดีมาก ซึ่งทุกคนให้การยอมรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเวทีปราศรัยที่สองของ พล.อ.ประยุทธ์ เบื้องต้นได้กำหนดไว้ที่ จ.เพชรบุรี



