ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุไม่ทราบกระแสข่าวแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่พอใจที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ไปชักชวนผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี ของพรรคชาติไทยพัฒนา ไปลงสมัครในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ
“เข้าใจว่าเรื่องของการย้ายพรรค เป็นเรื่องของการเมืองและก็ต้องให้เกียรติ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส. ก็ย่อมรู้ว่าหากอยู่ตรงไหน แล้วจะได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ฉะนั้น จึงไม่อยากให้ไปตำหนิ เพราะทุกพรรคก็มีการขยับขยายกัน ย้ำว่าอย่าไปมองว่าเป็น ส.ส. ขายตัว ขออย่าไปมองเช่นนั้น เพราะการเลือกตั้งผู้สมัครต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างที่จะให้ประชาชนเลือก” ธนกร กล่าว
ส่วนที่มีการมองว่าเป็นเรื่องมารยาททางการเมืองนั้น ธนกร ระบุว่า “ทุกพรรคก็ต้องมีมารยาททั้งนั้น แต่อยู่ที่ว่าแต่ละพรรคเข้าใจมารยาทแบบไหนมากกว่า แล้ววันนี้ต้องยอมรับ จากการที่ตนเองลงพื้นที่บ่อยๆ กระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ยังมีอยู่สูงมาก ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ ภาคกลาง แต่มีหลายภาค และมีนักการเมืองหลายคนติดต่อ ที่จะมาสมัครอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวนมาก และวันนี้พรรคได้เตรียมผู้สมัครไว้เกือบหมดแล้ว แต่ก็มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกันบ้าง พรรคก็จะใช้กลไกของพรรคเพื่อพิจารณาและเลือกผู้สมัครที่ประชาชนไว้วางใจ”
ธนกร เปิดเผยด้วยว่า ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปตรวจราชการ ส่วนผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้มีการเตรียมไว้หมดแล้ว แต่ยังเหลืออีก 3 เขต ที่มีผู้สมัครซ้อนกันอยู่ หากมีการพูดคุยกันไม่จบ จะต้องทำโพล ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ วางกติกาไว้ว่า ต้องไม่มีผู้สมัคร ส.ส.เป็นเด็กเส้น ต้องเลือกคนที่ประชาชนไว้วางใจมากที่สุด ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าสมัยเลือกตั้งปี 2562 ที่ตนยังอยู่พรรคพลังประชารัฐ คะแนนของ พล.อ.ประยุทธ์ ในพื้นที่มีถึง 25% เท่ากับ 25,000 จาก 100,000 คะแนน ทำให้เชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ โอกาสที่จะได้ ส.ส.นครศรีธรรมราช ยกทั้งจังหวัดมีสูง พร้อมย้ำไม่ได้คุย แต่คนนครศรีธรรมราช ‘รักลุงตู่’
ส่วนกำหนดการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะขึ้นเวทีปราศรัยที่จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 25 ก.พ.นั้น เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว และจะมีคนไปร่วมฟังเวทีปราศรัย 4-5 หมื่นคน พร้อมยืนยัน นายกรัฐมนตรีไม่ได้กังวลในการอภิปรายฯ ตามมาตรา 152 และได้แจ้งกับตนว่าพร้อมไปชี้แจง โดยไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเยอะ เพราะมีไม่กี่เรื่องที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย ซึ่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี พร้อมชี้แจง ไม่ได้กังวลอะไร
ธนกร ยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวแกนนำพรรคพลังประชารัฐ โทรศัพท์ไปล็อบบี้พรรคร่วมรัฐบาลไม่ให้เซ็นชื่อเป็นองค์ประชุม เพื่อให้การอภิปรายฯ ล่ม พร้อมย้ำว่า ไม่มีความจำเป็นแล้ว
“วันนี้เข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง และจะยุบสภาฯ ในเดือนหน้า ซึ่งเจตนาของฝ่ายค้านพยายามทำทุกวิถีทางที่จะดิสเครดิตรัฐบาล แต่หากมองอีกมุม ก็ถือเป็นเวทีที่รัฐบาลจะได้ชี้แจง” ธนกร กล่าว
“เข้าใจว่าเรื่องของการย้ายพรรค เป็นเรื่องของการเมืองและก็ต้องให้เกียรติ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส. ก็ย่อมรู้ว่าหากอยู่ตรงไหน แล้วจะได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ฉะนั้น จึงไม่อยากให้ไปตำหนิ เพราะทุกพรรคก็มีการขยับขยายกัน ย้ำว่าอย่าไปมองว่าเป็น ส.ส. ขายตัว ขออย่าไปมองเช่นนั้น เพราะการเลือกตั้งผู้สมัครต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างที่จะให้ประชาชนเลือก” ธนกร กล่าว
ส่วนที่มีการมองว่าเป็นเรื่องมารยาททางการเมืองนั้น ธนกร ระบุว่า “ทุกพรรคก็ต้องมีมารยาททั้งนั้น แต่อยู่ที่ว่าแต่ละพรรคเข้าใจมารยาทแบบไหนมากกว่า แล้ววันนี้ต้องยอมรับ จากการที่ตนเองลงพื้นที่บ่อยๆ กระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ยังมีอยู่สูงมาก ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ ภาคกลาง แต่มีหลายภาค และมีนักการเมืองหลายคนติดต่อ ที่จะมาสมัครอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวนมาก และวันนี้พรรคได้เตรียมผู้สมัครไว้เกือบหมดแล้ว แต่ก็มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกันบ้าง พรรคก็จะใช้กลไกของพรรคเพื่อพิจารณาและเลือกผู้สมัครที่ประชาชนไว้วางใจ”
ธนกร เปิดเผยด้วยว่า ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปตรวจราชการ ส่วนผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้มีการเตรียมไว้หมดแล้ว แต่ยังเหลืออีก 3 เขต ที่มีผู้สมัครซ้อนกันอยู่ หากมีการพูดคุยกันไม่จบ จะต้องทำโพล ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ วางกติกาไว้ว่า ต้องไม่มีผู้สมัคร ส.ส.เป็นเด็กเส้น ต้องเลือกคนที่ประชาชนไว้วางใจมากที่สุด ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าสมัยเลือกตั้งปี 2562 ที่ตนยังอยู่พรรคพลังประชารัฐ คะแนนของ พล.อ.ประยุทธ์ ในพื้นที่มีถึง 25% เท่ากับ 25,000 จาก 100,000 คะแนน ทำให้เชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ โอกาสที่จะได้ ส.ส.นครศรีธรรมราช ยกทั้งจังหวัดมีสูง พร้อมย้ำไม่ได้คุย แต่คนนครศรีธรรมราช ‘รักลุงตู่’
ส่วนกำหนดการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะขึ้นเวทีปราศรัยที่จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 25 ก.พ.นั้น เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว และจะมีคนไปร่วมฟังเวทีปราศรัย 4-5 หมื่นคน พร้อมยืนยัน นายกรัฐมนตรีไม่ได้กังวลในการอภิปรายฯ ตามมาตรา 152 และได้แจ้งกับตนว่าพร้อมไปชี้แจง โดยไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเยอะ เพราะมีไม่กี่เรื่องที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย ซึ่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี พร้อมชี้แจง ไม่ได้กังวลอะไร
ธนกร ยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวแกนนำพรรคพลังประชารัฐ โทรศัพท์ไปล็อบบี้พรรคร่วมรัฐบาลไม่ให้เซ็นชื่อเป็นองค์ประชุม เพื่อให้การอภิปรายฯ ล่ม พร้อมย้ำว่า ไม่มีความจำเป็นแล้ว
“วันนี้เข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง และจะยุบสภาฯ ในเดือนหน้า ซึ่งเจตนาของฝ่ายค้านพยายามทำทุกวิถีทางที่จะดิสเครดิตรัฐบาล แต่หากมองอีกมุม ก็ถือเป็นเวทีที่รัฐบาลจะได้ชี้แจง” ธนกร กล่าว




