ทำเนียบรัฐบาล (30 พฤษภาคม 2566) นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองที่มีกระแสข่าวการดีลลับจับขั้วตั้งรัฐบาล ว่า เรื่องดีลลับนั้นไม่ทราบ แต่พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้ทำอะไร มีการหารือเรื่องการทำงานในพรรคมากกว่า และไม่ได้พบปะกับใคร ได้พูดคุยกับเลขาธิการพรรคอยู่บ่อยๆ เป็นการคุยเรื่องอนาคตมากกว่า ว่าจะปรับส่วนไหนบ้างเพื่อให้พรรคเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น
“เราไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองอะไร และอยู่นิ่งๆ ให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่กังวลคือวันนี้ภาคเอกชน หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม มีความกังวลเรื่องนโยบายของรัฐบาลใหม่ เรื่องค่าแรง 450 บาท ทั้งนี้รัฐบาลใหม่แม้จะประกาศเป็นนโยบายกับประชาชน แต่ถ้ากระทบกับเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ควรจะมีการพูดคุยและทบทวน เพราะหลายนโยบายทำยาก ตนไม่ไปก้าวล่วงแต่มีความเป็นห่วงมากกว่า”
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีสัญญาณพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบันจะย้ายขั้วหรือไม่ ธนกร กล่าวว่า ไม่ได้ยินสัญญาณ และคิดว่าหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน มีความสนิทสนมและเป็นกัลยาณมิตรของนายกรัฐมนตรี และมีการพูดคุยกันตลอดไม่มีสัญญาณอะไร
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมีความหวังที่จะรอส้มหล่นหรือไม่ ธนกร กล่าวว่า คงไม่ และนายกฯ ตอบเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม แล้ว และอยู่เฉยๆ ทำงานทุกวันจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แต่ดูแล้วคงใช้เวลา ส่วนว่าที่ ส.ส.ยังไม่ได้รับรอง แม้จะมีรัฐบาลใหม่แล้วถ้าเป็นไปตามที่สื่อมวลชนคาด ก็คิดว่ามีขวากหนามหลายด่านที่น่าเป็นห่วงเหมือนกัน
“ผมพร้อมเป็นฝ่ายค้าน และห่วงรัฐบาลใหม่หากตั้งไปแล้วแต่มีเรื่องหุ้นสื่อ หากไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็น่าเป็นห่วง บางครั้งหลายฝ่ายพูดเลยจุดไปหน่อยว่าถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะเกิดความขัดแย้ง แต่วันนี้บ้านเมืองมาไปไกลแล้วอย่าให้ไปถึงขั้นนั้นเลย ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย เมื่อเกิดปัญหาควรแก้และหารือพูดจากันมากกว่า” ธนกร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองภาพการพบกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พบกับนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (พท.) ที่สนามแข่งขันฟุตบอลที่อังกฤษอย่างไร ธนกร กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของทุกฝ่ายที่รู้จักกัน นักการเมืองเมื่อเลือกตั้งสู้กันเต็มรูปแบบ หลังเลือกตั้งก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น การไปเจอใครเป็นปกติ ตนไปต่างประเทศยังเห็นนักการเมืองบางคน ทุกอย่างทำเปิดเผยไม่มีใครว่าอะไร
“เราไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองอะไร และอยู่นิ่งๆ ให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่กังวลคือวันนี้ภาคเอกชน หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม มีความกังวลเรื่องนโยบายของรัฐบาลใหม่ เรื่องค่าแรง 450 บาท ทั้งนี้รัฐบาลใหม่แม้จะประกาศเป็นนโยบายกับประชาชน แต่ถ้ากระทบกับเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ควรจะมีการพูดคุยและทบทวน เพราะหลายนโยบายทำยาก ตนไม่ไปก้าวล่วงแต่มีความเป็นห่วงมากกว่า”
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีสัญญาณพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบันจะย้ายขั้วหรือไม่ ธนกร กล่าวว่า ไม่ได้ยินสัญญาณ และคิดว่าหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน มีความสนิทสนมและเป็นกัลยาณมิตรของนายกรัฐมนตรี และมีการพูดคุยกันตลอดไม่มีสัญญาณอะไร
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมีความหวังที่จะรอส้มหล่นหรือไม่ ธนกร กล่าวว่า คงไม่ และนายกฯ ตอบเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม แล้ว และอยู่เฉยๆ ทำงานทุกวันจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แต่ดูแล้วคงใช้เวลา ส่วนว่าที่ ส.ส.ยังไม่ได้รับรอง แม้จะมีรัฐบาลใหม่แล้วถ้าเป็นไปตามที่สื่อมวลชนคาด ก็คิดว่ามีขวากหนามหลายด่านที่น่าเป็นห่วงเหมือนกัน
“ผมพร้อมเป็นฝ่ายค้าน และห่วงรัฐบาลใหม่หากตั้งไปแล้วแต่มีเรื่องหุ้นสื่อ หากไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็น่าเป็นห่วง บางครั้งหลายฝ่ายพูดเลยจุดไปหน่อยว่าถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะเกิดความขัดแย้ง แต่วันนี้บ้านเมืองมาไปไกลแล้วอย่าให้ไปถึงขั้นนั้นเลย ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย เมื่อเกิดปัญหาควรแก้และหารือพูดจากันมากกว่า” ธนกร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองภาพการพบกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พบกับนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (พท.) ที่สนามแข่งขันฟุตบอลที่อังกฤษอย่างไร ธนกร กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของทุกฝ่ายที่รู้จักกัน นักการเมืองเมื่อเลือกตั้งสู้กันเต็มรูปแบบ หลังเลือกตั้งก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น การไปเจอใครเป็นปกติ ตนไปต่างประเทศยังเห็นนักการเมืองบางคน ทุกอย่างทำเปิดเผยไม่มีใครว่าอะไร




