ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงประเด็นรัฐสภา เตรียมเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ว่า หากพรรคก้าวไกล ซึ่งเตรียมเสนอ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ ยังคงดึงดันต้องการเสนอแก้ไข มวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งถือเป็นกฎหมายสำคัญมีไว้คุ้มครองประมุขของประเทศ และสุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตนเป็นห่วงว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นฉนวนความขัดแย้งขึ้นซ้ำอีก
“เพราะคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงตน ก็ไม่เห็นด้วยกับการล่วงละเมิดสถาบันอันเป็นที่รัก เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยมาตลอดอย่างแน่นอน ตนไม่อยากเห็นการออกมาปะทะกันของมวลชนทั้งสองฝ่ายเหมือนในอดีต บ้านเมืองเดินมาไกลมากแล้ว จึงขอย้ำว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการแก้มาตรา 112 ขอคัดค้านอย่างถึงที่สุด และไม่สามารถโหวตให้นายพิธาและพรรคก้าวไกลได้” ธนกร ระบุ
ธนกร ยังมั่นใจว่าสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทุกท่าน มีวิจารณญาณและหลักการทำงาน ยึดประโยชน์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนเป็นที่ตั้ง การจะเลือกบุคคลใดมาเป็นประมุขฝ่ายบริหาร ต้องเลือกคนที่ดี มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีข้อกังขาให้สงสัยต้องไปตีความกันอีก ที่สำคัญตอนนี้ พิธา ยืนยันว่าจะเสนอแก้ไขมาตรา 112 และยังมีอีกหลายเรื่องที่ถูกร้องและกำลังถูกตรวจสอบอยู่ ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกล ยังเคยรณรงค์ ‘ปิดสวิตช์ ส.ว.’ มาแล้ว เรื่องนี้คงจำกันได้
ธนกร ยังมองอีกว่า ขณะนี้ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามา ควรรีบวางนโยบายและแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ตามแนวทางที่รัฐบาลปัจจุบันได้เดินหน้ามาแล้ว แก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชน การแก้ปัญหาความยากจนมาก่อนเรื่องอื่น ต้องรีบทำ ไม่ใช่ทำตามใจมวลชนแค่บางกลุ่ม ในเรื่องแก้ไขกฎหมายที่กระทบจิตใจคนไทยทั้งชาติแบบนี้ นอกจากนั้น นโยบายหลายอย่างที่รัฐบาลปัจจุบันได้ดำเนินการมาเกิดประโยชน์กับประชาชน รัฐบาลใหม่ก็ต้องรีบสานงานต่อ
“ประชาธิปไตยเสียงข้างมากในสภาฯ นั้น ก็ต้องรับฟังเสียงข้างน้อยด้วย ซึ่งเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นี่คือแบบของไทยเรา การจะมาเปลี่ยนแปลง โดยอ้างคำว่าปฏิรูปสถาบัน แต่เมื่อไปดูร่างกฎหมายที่เตรียมเสนอ กลับมุ่งจะยกเลิกมาตรา 112 ลดโทษจนคนที่ทำผิดกลายเป็นแค่มาเสียค่าปรับ อีกทั้งเป็นการดึงสถาบันลงมาเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน ถามหน่อย นี่คือการปกป้องตรงไหน ผมเชื่อแน่ว่าคนไทยเขารับไม่ได้หรอก รวมไปถึงอีกหลายเรื่องที่แกนนำพรรคก้าวไกลจะดำเนินการ คนไทยรับไม่ได้แน่” ธนกร ย้ำ
“เพราะคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงตน ก็ไม่เห็นด้วยกับการล่วงละเมิดสถาบันอันเป็นที่รัก เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยมาตลอดอย่างแน่นอน ตนไม่อยากเห็นการออกมาปะทะกันของมวลชนทั้งสองฝ่ายเหมือนในอดีต บ้านเมืองเดินมาไกลมากแล้ว จึงขอย้ำว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการแก้มาตรา 112 ขอคัดค้านอย่างถึงที่สุด และไม่สามารถโหวตให้นายพิธาและพรรคก้าวไกลได้” ธนกร ระบุ
ธนกร ยังมั่นใจว่าสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทุกท่าน มีวิจารณญาณและหลักการทำงาน ยึดประโยชน์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนเป็นที่ตั้ง การจะเลือกบุคคลใดมาเป็นประมุขฝ่ายบริหาร ต้องเลือกคนที่ดี มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีข้อกังขาให้สงสัยต้องไปตีความกันอีก ที่สำคัญตอนนี้ พิธา ยืนยันว่าจะเสนอแก้ไขมาตรา 112 และยังมีอีกหลายเรื่องที่ถูกร้องและกำลังถูกตรวจสอบอยู่ ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกล ยังเคยรณรงค์ ‘ปิดสวิตช์ ส.ว.’ มาแล้ว เรื่องนี้คงจำกันได้
ธนกร ยังมองอีกว่า ขณะนี้ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามา ควรรีบวางนโยบายและแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ตามแนวทางที่รัฐบาลปัจจุบันได้เดินหน้ามาแล้ว แก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชน การแก้ปัญหาความยากจนมาก่อนเรื่องอื่น ต้องรีบทำ ไม่ใช่ทำตามใจมวลชนแค่บางกลุ่ม ในเรื่องแก้ไขกฎหมายที่กระทบจิตใจคนไทยทั้งชาติแบบนี้ นอกจากนั้น นโยบายหลายอย่างที่รัฐบาลปัจจุบันได้ดำเนินการมาเกิดประโยชน์กับประชาชน รัฐบาลใหม่ก็ต้องรีบสานงานต่อ
“ประชาธิปไตยเสียงข้างมากในสภาฯ นั้น ก็ต้องรับฟังเสียงข้างน้อยด้วย ซึ่งเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นี่คือแบบของไทยเรา การจะมาเปลี่ยนแปลง โดยอ้างคำว่าปฏิรูปสถาบัน แต่เมื่อไปดูร่างกฎหมายที่เตรียมเสนอ กลับมุ่งจะยกเลิกมาตรา 112 ลดโทษจนคนที่ทำผิดกลายเป็นแค่มาเสียค่าปรับ อีกทั้งเป็นการดึงสถาบันลงมาเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน ถามหน่อย นี่คือการปกป้องตรงไหน ผมเชื่อแน่ว่าคนไทยเขารับไม่ได้หรอก รวมไปถึงอีกหลายเรื่องที่แกนนำพรรคก้าวไกลจะดำเนินการ คนไทยรับไม่ได้แน่” ธนกร ย้ำ




