รทสช.ปักธงค้าน ปชน.! ชงแก้ ม.256 ตัดอำนาจ สว.ขัดเจตนารมณ์ รธน.เสี่ยงผิดกราวรูดยกสภา

6 ม.ค. 2568 - 11:25

  • ‘ธนกร’ เผย รทสช.ค้าน ปชน. ชงแก้ ม.256 ตัดอำนาจ สว.ชัดขัดเจตนารมณ์ รธน.ทำเสียสมดุล 2 สภา

  • มองหนักข้อสุดซอย เอื้อมแตะหมวด 1-2 พ่วงอำนาจองค์กรอิสระหวั่นขัดรัฐธรรมนูญ

  • เตือนระวังถูกฟ้อง ม.157 เจอผิดกราวรูดทั้งสภา เชื่อรัฐสภาไม่เอาด้วย

Thanakorn_opposes_the_People_Party_decision_to_amend_Section_256_violating_the_constitution_SPACEBAR_Hero_cbe891bbf4.jpg

ธนกร วังบุญคงชนะ  รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 

“ส่วนตัวมองว่า การเสนอแก้ไขมาตรา 256 โดยใน (6) ของพรรคประชาชน เรื่อง การออกเสียงรับหลักการวาระแรก และเสียงเห็นชอบในวาระ 3 ที่กำหนดให้ใช้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ โดยเสนอให้ตัดเงื่อนไขที่ต้องใช้เสียงเห็นร่วมด้วยของ สว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ออกไป และแทนที่ด้วยเสียงเห็นชอบจาก สส. ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 แทนนั้น ถือเป็นการริบอำนาจ หรือตัดทอนอำนาจของ สว.ลงอย่างชัดเจน ซึ่งขัด ต่อเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญเรื่องอำนาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา”

ธนกร กล่าวต่อว่า โดย สว. หรือสภาสูง มีเพื่อช่วยกลั่นกรองกฎหมายจากสภาผู้แทนราษฎรให้เกิดความรอบคอบ ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ประเทศชาติมากที่สุด หากถูกตัดอำนาจลงไป มองว่าจะเป็นการเสียสมดุลของอำนาจทั้งสองสภาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วย เพราะจะเป็นชนวนสร้างความขัดแย้งขึ้นระหว่างสองสภาอย่างแน่นอน ที่สำคัญรัฐธรรมนูญมาตรา 156 (15) ได้บัญญัติชัดเจนให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ต้องกระทำร่วมกันของรัฐสภา 

นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ขอคัดค้านในการเสนอร่างแก้ไขของพรรคประชาชน ได้ตัดเงื่อนไขของการนำไปออกเสียงประชามติ ก่อนการทูลเกล้าฯ ในมาตรา 256 (8) ในกรณีเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ เรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่หรืออำนาจศาล หรือองค์กรอิสระนั้น “ตนในฐานะ สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ย้ำจุดยืนชัดเจนมาตลอด ว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แต่ต้องไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ เพราะรัฐธรรมนูญในหมวดดังกล่าวได้เขียนไว้อย่างดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปแก้ไข”

ส่วนการเสนอของพรรคประชาชน ที่เสนอให้ไม่ต้องจัดทำประชามติก่อนเสนอทูลเกล้าฯ นั้น ธนกร มองว่า สุดท้ายจะมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมตามมา เพราะเคยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 วินิจฉัย เป็นบรรทัดฐานไว้แล้วว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้องจัดทำประชามติก่อนและหลังในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับถึง 3 ครั้ง  

“หากพรรคประชาชนดันทุรังอาจสุ่มเสี่ยงที่ผู้เสนอร่างและสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมพิจารณา เนื่องจากไม่มีการจัดทำประชามติก่อนเสนอทูลเกล้าฯ อาจถูกร้องเอาผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 รวมทั้งเกี่ยวโยงปัญหาสมาชิกรัฐสภาฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง และอาจถูกส่งให้ ป.ป.ช.ถอดถอนด้วย เชื่อว่าจะไม่ผ่านความเห็นชอบทั้งสองสภา ไม่เอาด้วยกับกฎหมายที่สุ่มเสี่ยงแบบนี้แน่นอน ที่สำคัญพรรคร่วมรัฐบาล ย้ำจุดยืนเดิมชัดเจนมาตลอดว่า แก้รัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องไม่แตะหมวด 1-2” ธนกร กล่าวย้ำ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์