ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่หากรัฐบาลใหม่เข้ามาอาจตรวจสอบย้อนหลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ตนคิดว่าวันนี้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเองก็เป็นว่าที่ นายกฯ ก็ควรไปเตรียมตัวเป็นนายกฯ ไม่ควรคิดว่าตัวเองยังเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล
“ต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตัวเอง คนที่จะเป็นรัฐบาลจะต้องคิดว่าวันนี้ท่านเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี จะทำนโยบายให้สำเร็จอย่างไร เพราะบางนโยบายก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ดังนั้นต้องมาคิดว่า จะทำอย่างไรให้นโยบายสำเร็จ เช่น ค่าแรง 450 บาท คุณพิธาจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของพี่น้องคนไทยทุกคน เหมือนที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็น ไม่ใช่ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีของคนแค่ 14-15 ล้านเสียงที่เลือกมาเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านต้องไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร” ธนกร กล่าว
ธนกร กล่าวว่า “พล.อ.ประยุทธ์ ก็มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ และได้บริหารงานประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์มาโดยตลอด พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมให้ตรวจสอบ”
ธนกร กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล มีองค์กรอิสระอยู่หลายองค์กร คอยตรวจสอบอยู่แล้ว และตนคิดว่านายพิธา ต้องใช้เวลาในการเตรียมการชี้แจงเรื่องกฎหมายหรือปัญหาหุ้นต่างๆ มากกว่า ไม่ใช่ว่าจะมาบอกว่าจะมาเช็กบิลรัฐบาล ซึ่งเรื่องหุ้นตนไม่ก้าวล่วงแต่คงจะมีทีมชี้แจง และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าจะมีใครไปทำให้เกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นจากตัวของท่านเอง เพราะพวกตนก็ไม่ได้เกี่ยว ตนเชื่อว่ากระบวนการต่างๆ ก็เดินหน้าไป ซึ่งเป็นเรื่องที่นายพิธาจะต้องเตรียมการมากกว่าที่จะมาบอกว่า จะมาไล่เช็กบิลพล.อ.ประยุทธ์
ธนกร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ สร้างผลงานและทำประโยชน์ให้ประเทศมา 8 ปี ถ้าอยากตรวจสอบก็ตรวจไป ตนเองก็พร้อมที่จะช่วยนายกฯ ในการชี้แจง
“ผมคิดว่านายกฯ เป็นคนดี ความดีจะคุ้มครองท่าน ไม่ได้มีความกังวล หรือไม่ได้รู้สึกอะไร สื่อมวลชนก็เห็นว่านายกฯ ไม่ได้มีความเครียดหรือกังวล ยังคุยยิ้มหัวเราะ วันนี้พวกผมก็เตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่ได้ทุกที่อยู่แล้ว ไม่มีความกังวล เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และขอให้กำลังใจพรรคก้าวไกล ในการที่จะจัดตั้งรัฐบาล วันนี้พวกเราเองก็ปล่อยให้พรรคร่วมตั้งรัฐบาลดำเนินการกันไป”
ผู้สื่อข่าวถามว่า การจะมาขุดเรื่องเก่าอย่างนี้ เป็นความบ่มเพาะความขัดแย้งหรือไม่ ธนกร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องคิด ตนจึงได้บอกว่าวันนี้คนที่จะเป็นรัฐบาล จะเป็นรัฐบาลแล้ว ไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน การตรวจสอบเป็นหน้าที่ของคนที่จะเป็นฝ่ายค้าน และขณะเดียวกันมีองค์กรณ์อิสระคอยตรวจสอบ ซึ่งภาคประชาชนหรือหน่วยงานต่างๆ ก็มีการยื่นร้องเรียนไปยังองค์กรอิสระ ซึ่งนายกฯ ก็พร้อมที่จะไปชี้แจง
“ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลใหม่ในการมาตรวจสอบ เว้นแต่เป็นเรื่องการบริหารที่รัฐบาลใหม่จะต้องแก้ไข มองว่าโครงการไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน อาจจะไม่ทำต่อก็ได้ นั่นคือหน้าที่”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ทีมกฎหมายได้ร้องผู้สมัครพรรคอื่นๆ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บ้างหรือไม่ ธนกร กล่าวว่า ไม่ค่อยมี หรือมีก็น้อย เพราะบางพื้นที่คะแนนห่างมากจึงไม่ได้ร้องอะไร
เมื่อถามว่ากรณีที่ร้องนั้น คำร้องเหล่านั้นจะนำไปสู่การให้ใบเหลืองใบแดงได้หรือไม่ ธนกร กล่าวว่า ไม่แน่เหมือนกัน ซึ่งหากมีการเลือกตั้งซ่อมพรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้สมัครเราก็พร้อม
“ต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตัวเอง คนที่จะเป็นรัฐบาลจะต้องคิดว่าวันนี้ท่านเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี จะทำนโยบายให้สำเร็จอย่างไร เพราะบางนโยบายก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ดังนั้นต้องมาคิดว่า จะทำอย่างไรให้นโยบายสำเร็จ เช่น ค่าแรง 450 บาท คุณพิธาจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของพี่น้องคนไทยทุกคน เหมือนที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็น ไม่ใช่ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีของคนแค่ 14-15 ล้านเสียงที่เลือกมาเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านต้องไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร” ธนกร กล่าว
ธนกร กล่าวว่า “พล.อ.ประยุทธ์ ก็มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ และได้บริหารงานประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์มาโดยตลอด พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมให้ตรวจสอบ”
ธนกร กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล มีองค์กรอิสระอยู่หลายองค์กร คอยตรวจสอบอยู่แล้ว และตนคิดว่านายพิธา ต้องใช้เวลาในการเตรียมการชี้แจงเรื่องกฎหมายหรือปัญหาหุ้นต่างๆ มากกว่า ไม่ใช่ว่าจะมาบอกว่าจะมาเช็กบิลรัฐบาล ซึ่งเรื่องหุ้นตนไม่ก้าวล่วงแต่คงจะมีทีมชี้แจง และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าจะมีใครไปทำให้เกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นจากตัวของท่านเอง เพราะพวกตนก็ไม่ได้เกี่ยว ตนเชื่อว่ากระบวนการต่างๆ ก็เดินหน้าไป ซึ่งเป็นเรื่องที่นายพิธาจะต้องเตรียมการมากกว่าที่จะมาบอกว่า จะมาไล่เช็กบิลพล.อ.ประยุทธ์
ธนกร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ สร้างผลงานและทำประโยชน์ให้ประเทศมา 8 ปี ถ้าอยากตรวจสอบก็ตรวจไป ตนเองก็พร้อมที่จะช่วยนายกฯ ในการชี้แจง
“ผมคิดว่านายกฯ เป็นคนดี ความดีจะคุ้มครองท่าน ไม่ได้มีความกังวล หรือไม่ได้รู้สึกอะไร สื่อมวลชนก็เห็นว่านายกฯ ไม่ได้มีความเครียดหรือกังวล ยังคุยยิ้มหัวเราะ วันนี้พวกผมก็เตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่ได้ทุกที่อยู่แล้ว ไม่มีความกังวล เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และขอให้กำลังใจพรรคก้าวไกล ในการที่จะจัดตั้งรัฐบาล วันนี้พวกเราเองก็ปล่อยให้พรรคร่วมตั้งรัฐบาลดำเนินการกันไป”
ผู้สื่อข่าวถามว่า การจะมาขุดเรื่องเก่าอย่างนี้ เป็นความบ่มเพาะความขัดแย้งหรือไม่ ธนกร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องคิด ตนจึงได้บอกว่าวันนี้คนที่จะเป็นรัฐบาล จะเป็นรัฐบาลแล้ว ไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน การตรวจสอบเป็นหน้าที่ของคนที่จะเป็นฝ่ายค้าน และขณะเดียวกันมีองค์กรณ์อิสระคอยตรวจสอบ ซึ่งภาคประชาชนหรือหน่วยงานต่างๆ ก็มีการยื่นร้องเรียนไปยังองค์กรอิสระ ซึ่งนายกฯ ก็พร้อมที่จะไปชี้แจง
“ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลใหม่ในการมาตรวจสอบ เว้นแต่เป็นเรื่องการบริหารที่รัฐบาลใหม่จะต้องแก้ไข มองว่าโครงการไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน อาจจะไม่ทำต่อก็ได้ นั่นคือหน้าที่”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ทีมกฎหมายได้ร้องผู้สมัครพรรคอื่นๆ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บ้างหรือไม่ ธนกร กล่าวว่า ไม่ค่อยมี หรือมีก็น้อย เพราะบางพื้นที่คะแนนห่างมากจึงไม่ได้ร้องอะไร
เมื่อถามว่ากรณีที่ร้องนั้น คำร้องเหล่านั้นจะนำไปสู่การให้ใบเหลืองใบแดงได้หรือไม่ ธนกร กล่าวว่า ไม่แน่เหมือนกัน ซึ่งหากมีการเลือกตั้งซ่อมพรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้สมัครเราก็พร้อม




