Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo01_ddbe48d253.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo02_aa09ca8cd5.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo03_5802ccc88b.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo04_f06d2e9e16.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo05_17374f6bbf.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo06_bb1befc16d.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo07_0e5b518a5d.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo08_2000a4790a.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo09_511ae92280.jpeg

Photo Story: ‘ธนาธร’ ยัน ‘ปลดล็อกท้องถิ่น’ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ขอหยุดกักขังประเทศ

7 ธ.ค. 2565 - 16:18

  • ‘ธนาธร’ ยัน ‘ปลดล็อกท้องถิ่น’ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ย้อนฝ่าย ‘อนุรักษ์นิยม’ สุดโต่งกักขังประเทศ ไม่ยอมกระจายอำนาจ เดินหน้ารณรงค์หลังถูกคว่ำคาสภาฯ ฝาก ‘พรรคก้าวไกล’ สานต่อภารกิจ

  • ‘วีรศักดิ์ เครือเทพ’ อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ชี้คนลงมติคว่ำ มองเรื่องการเมือง มากกว่าคุณภาพชีวิตประชาชน

Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo01_ddbe48d253.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo02_aa09ca8cd5.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo03_5802ccc88b.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo04_f06d2e9e16.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo05_17374f6bbf.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo06_bb1befc16d.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo07_0e5b518a5d.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo08_2000a4790a.jpeg
Thanatorn_Constitution_Local_Unlock_SPACEBAR_Photo09_511ae92280.jpeg
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พริษฐ์ วัชรสินธ์ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรคก้าวไกล พร้อมสมาชิกพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงหลังสภาคว่ำร่างกฎหมายปลดล็อกท้องถิ่น ว่า  ตนขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงถึงข้อที่เราคิดว่าไม่สมเหตุสมผลคือ 1. แนวคิดที่ว่าพวกเราสุดโต่งเกินไป เร็วเกินไป แรงเกินไป หลายคนกลัวว่าแนวคิดของเราจะนำไปสู่การแบ่งแยกประเทศมันแรงเกินไปหรือไม่ ตนถามกลับว่าแล้วท่านไม่กลัวหรือว่าถ้าไม่ทำประเทศจะช้าและประชาชนจะเดือดร้อนไปอีกนานเท่าไร  

ตนคิดว่าความกลัวของท่านเป็นความกลัวที่ไม่สมเหตุสมผล ความกลัวของท่านกำลังกักขังอนาคตของประเทศนี้ และอนาคตของคนรุ่นต่อไปอยู่ สุดโต่งเกินไปหรือไม่ตนถามกลับว่าการปล่อยให้ปัญหาของประชาชนไม่ได้รับการแก้ไขมาเป็นสิบๆ ปี เป็นการอนุรักษ์นิยมสุดโต่งเกินไปหรือไม่ คำถามคือสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ปัจจุบันนี้ต่างหากที่สุดโต่งเกินไปหรือไม่  ตนยืนยันว่าสิ่งที่เราทำและเสนอไม่ได้สุดโต่งเกินไป คนที่กักขังประเทศไว้อย่างนี้ต่างหากที่สุดโต่ง  

ธนาธร กล่าวต่อว่า คำชี้แจงต่อไปที่ตนคิดว่าไม่เป็นธรรม คือเรื่องการยกเลิกกำนันผู้ใหญ่บ้าน ยืนยันว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกกำนันผู้ใหญ่บ้านแต่อย่างใด โดยเขียนไว้ว่าให้จัดทำแผนการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค และมาทำประชามติว่าจะรับแผนยกเลิกส่วนภูมิภาคนี้หรือไม่ภายใน 5 ปี โดยให้สังคมไทยได้แลกเปลี่ยนกันว่าราชการส่วนภูมิภาคควรจะมีบทบาทอย่างไร  

และสุดท้ายคือเรื่องการทุจริต คิดว่าทุกรายงานยืนยันตรงกันหมดว่าส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมีการทุจริตมากกว่าท้องถิ่น โดยในช่วง 15 ที่ผ่านมาส่วนกลางและภูมิภาคมีมูลค่าการทุจริตรวมประมาณ 4 แสนล้านบาท ขณะที่ท้องถิ่นมี  4 หมื่นล้านบาท และในช่วงปีที่ผ่านมาท้องถิ่น 7,850 แห่ง มีเรื่องร้องเรียนทุจริต 600 กว่าเรื่อง ขณะที่กระทรวงมหาดไทยกระทรวงเดียวมีข้อร้องเรียน 500 กว่าเรื่อง  

“ความตั้งใจของเราไม่ใช่ความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่เป็นการทำให้ประสิทธิภาพการบริหารงานภาครัฐ การให้บริการประชาชนของภาครัฐดีขึ้น ข้อกล่าวหาและหลายข้อสงสัยไม่ได้ตั้งอยู่บนความจริง แต่ตั้งอยู่บนอคติที่ผิดๆ เสียดายอย่างยิ่งที่การลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้ถูกปัดตกไป ถ้าเราดูเฉพาะเสียงของ ส.ส. ผมต้องบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เสียงรับหลักการมากกว่าเสียงไม่รับ จริงๆ แล้วที่มันไม่ผ่านต้องบอกว่ามันไม่สามารถหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.ได้ถึง 84 เสียงหรือ 1 ใน 3 ตามที่กฎหมายกำหนด จึงน่าเสียดายโอกาสและเวลาของประเทศเป็นอย่างยิ่ง” ธนาธร กล่าว 

ธนาธร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขอขอบคุณ 8 หมื่นกว่ารายชื่อ และหลายองค์กรที่สนับสนุนในเรื่องนี้ ขอให้ทุกท่านเดินต่อเพื่อผลักดันการกระจายอำนาจต่อไปร่วมกับเรา และขอบคุณ ส.ส.จากทุกพรรคการเมือง วันนี้ได้รับเสียงจาก ส.ส.ทั้งหมด 248 เสียง และ ส.ว.ทั้ง 6 เสียง แม้จะยังไม่เพียงพอแต่ขอขอบคุณจากใจของพวกเรา ถึงแม้พวกเราจะทำไม่สำเร็จในวันนี้  ตนและคณะก้าวหน้าจะรณรงค์เพื่อเพิ่มความเข้าใจต่อประชาชนในเรื่องการกระจายต่อไป เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าท้องถิ่นมีศักยภาพอย่างที่ท้องถิ่นปัจจุบันเป็น และขอฝากให้พรรคก้าวไกลสานต่อภารกิจนี้ต่อไปด้วย  

ด้าน พิธา กล่าวว่า ยินดีรับฟังและจะนำไปสานต่อ ซึ่งเราจะใช้เป็นนโยบายปราศรัยทุกเขต และยืนยันกับธนาธรว่า การกระจายอำนาจหรือการปลดล็อกท้องถิ่นได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันหากไม่มีการแก้กฎหมายต่อไปในครั้งหน้า ไม่มีพรรคที่เอาด้วย ไม่มี ส.ว. ที่มากกว่า 6 คน ประเทศไทยก็จะกระจุกตัวต่อไป ฉะนั้นปัญหาของประชาชนที่ไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือแล้งซ้ำซาก ขยะส่งกลิ่นเหม็น ก็จะไม่มีโอกาสได้แก้ไข เพราะหลักการในการปกครอง คนที่ใกล้ชิดกับปัญหาควรที่จะได้รับโอกาสในการแก้ปัญหา 

ขณะที่ วีรศักดิ์  เครือเทพ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า มีข้อคิด 2 ประเด็น คือ จากผลที่ออกมาในการลงมติในครั้งนี้ คือความรู้สึกเสียดายไม่เฉพาะแต่พวกเราเท่านั้น แต่เสียดายรายชื่อ 8 หมื่นกว่าคนที่แสดงความเห็นเข้ามา ผู้ที่ลงมติบางคนก็มองเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องการเมืองมากเกินไป และเอาเรื่องการเมืองมาปนกับคุณภาพชีวิตของประชาชน หากได้ฟังคำชี้แจงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะทราบว่าการกระจายอำนาจ ปลายทางคือคุณภาพชีวิตของประชาชน โอกาสที่ประชาชนจะได้ดูแล จัดการตัวเอง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เร็วกว่าการรอกลไกของรัฐ แต่หลายท่านกลับมองคุณภาพชีวิตของประชาชนมาที่หลัง เมื่อมองไปเป็นประเด็นการเมือง ทำให้บางครั้งการคิด การตัดสินใจก็จะมีอคติ ประเด็นสุดท้ายคือเร็วๆนี้จะมีการเลือกตั้ง และตนก็มั่นใจว่านโยบายการปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญ ที่พรรคการเมืองจะออกมาชูประเด็นเพื่อหาเสียง ตนจึงอยากให้ติดตามว่าผลจากการลงมติในวันนี้กับสิ่งที่แต่ละพรรคการเมืองจะหาเสียงต่อไป ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ มีการกลืนน้ำลายหรือไม่  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์