สมรภูมิ ‘ป่าปูน’ ศึก 2 เสี่ย ‘เสี่ยเอก-เสี่ยนิด’ แผนคืนชีพ ‘อนาคตใหม่’

2 มี.ค. 2566 - 18:47

  • คืนชีพ ‘ขั้วอนาคตใหม่’ ปลุกกระแส ‘ก้าวไกล’ สานพลัง ‘ก้าวหน้า’ ปรับยุทธวิธีรบครั้งใหม่ ผลพวงดราม่า ‘ปิยบุตร-พิธา’ ถึงเวลา ‘เสี่ยเอก ธนาธร’ ออกโรง ท้าชน ‘เพื่อไทย’ วัดพลัง ‘เสี่ยนิด เศรษฐา’ สมรภูมิเลือกตั้ง ‘เขตเมือง-ป่าปูน’

Thanatorn_Srettha_Battleground_Urban_Area_SPACEBAR_Thumbnail_ee29efa723.jpeg
ภายหลังเกิดดราม่าทำนอง ‘น้อยใจ’ ผ่านโลกโซเชียลฯ ระหว่าง ‘ทิม’ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กับ ‘อ.ป๊อก’ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เกิดวิวาทะฟาดฟันถึงขั้นยกสำนวนขึ้นมาสู้กัน ‘พิธา’ ตอบโต ‘ปิยบุตร’ มือไม่พาย อย่าเอาเท้าราน้ำ และพูดทำนองอย่าทำให้พรรคเสียสมาธิ ในฝั่ง ‘ปิยบุตร’ ก็ฟาดกลับ อย่าเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ทำเอาสะเทือนไปทั้ง ‘ขั้วอนาคตใหม่’ ทันที  
 
งานนี้ว่ากันว่า ‘ฟางเส้นสุดท้าย’ เกิดจากเหตุการณ์ที่ ‘ปิยบุตร’ โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคก้าวไกลจะได้ ส.ส. ไม่เกิน 30 ที่นั่ง พร้อมเปรียบว่าพรรคก้าวไกลเป็น ‘น้ำเต็มแก้ว’ ที่จะไม่ลด แต่ก็ไม่เพิ่ม ต้องไปโหนร่วมรัฐบาลกับ ‘พรรคเพื่อไทย’ 
 
ทำให้พรรคก้าวไกล ขอ ‘ลูกพรรค’ งดให้สัมภาษณ์สื่อในเรื่องนี้ รีบจัด ‘พิธีกรรมเคลียร์ใจ’ ระหว่าง ‘ปิยบุตร-พิธา’ เพียงข้ามวัน เกิดภาพทั้งคู่กอดคอกัน และจัดเลี้ยงกันเองภายใน มีบรรดา ส.ส.ก้าวไกล มาร่วมด้วย งานนี้มี ‘เสี่ยเอก’ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปธ.คณะก้าวหน้า ทำหน้าที่ ‘โซ่ข้อกลาง’ นำทัพขอให้สนับสนุน ‘ก้าวไกล’ ต่อไป เพื่อสนับสนุนให้ ‘พิธา’ เป็นนายกฯ จากนั้นบรรดา ‘ลูกพรรคก้าวไกล-ขุนพลก้าวหน้า’ นำแคปชันไปขยายผลต่อ 
 
ผ่านมาเพียง 1 สัปดาห์ เกิดความเคลื่อนไหวสำคัญ ‘ธนาธร’ ขึ้นเวทีหาเสียงพรรคก้าวไกลที่ จ.อุดรธานี ทั้งนี้ที่ผ่านมาทั้ง 2 ฝั่ง พยายามมี ‘ระยะห่าง’ ต่อกัน เพราะเกรงในเรื่องข้อกฎหมาย ในเรื่อง ‘ครอบงำพรรค’ ที่มีโทษถึงขั้น ‘ยุบพรรค’ ได้ หากย้อนสิ่งที่ ‘พิธา’ เคยโพสต์ถึง ‘ปิยบุตร’ ก็พอจะเห็นเค้าโครงของปรากฏการณ์ล่าสุด 
 
“คุณปิยบุตร ต้องเลิกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ เลิกทำตัวไม่เป็นมืออาชีพ ทำตามที่คุณธนาธรเคยขอไว้ กลับมาช่วยกันเท่าที่กฎหมายอนุญาต ทำให้คนที่เคยปรามาสอนาคตใหม่ ก้าวไกล คิดผิด และอนุญาตให้ผมและอีกหลายร้อยชีวิตที่พรรคมีสมาธิในการทำงานโค้งสุดท้าย” พิธา กล่าว 22 ก.พ. 66 
 
คีย์เวิร์ดสำคัญ คือ “กลับมาช่วยกันเท่าที่กฎหมายอนุญาต” ตาทที่ ‘ธนาธร’ เคยขอไว้ อีกแง่หนึ่งก็สะท้อนว่า ‘ธนาธร’ ยังคงมี ‘อิทธิพล’ ต่อพรรคก้าวไกล หรือเป็น ‘ผู้มากบารมีนอกพรรค’ ที่จะทำหน้าที่หลอมรวม ‘พรรคก้าวไกล-คณะก้าวหน้า’ กรำศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งต้องยอมรับ ‘กระแสก้าวไกล’ ไม่ได้เปรี้ยงเท่า ‘อดีตพรรคอนาคตใหม่’ เช่นเมื่อ 4 ปีก่อน รวมทั้งกระแส ‘พิธา’ ก็ไม่เปรี้ยงเท่า ‘ธนาธร’ ที่ในยุคนั้นมีกระแส ‘ฟ้ารักพ่อ’ เกิดขึ้น 

จุดนี้ทำให้ ‘ขั้วอนาคตใหม่’ ต้องกลับมาร่วมพลังอีกครั้ง เพื่อปลุกกระแส ‘พรรคก้าวไกล’ ให้กลับมา เหมือนกับ ‘อดีตพรรคอนาคตใหม่’ อีกครั้ง บนแนวทาง ‘พรรคเชิงอุดมการณ์’ ที่อยู่ฝั่ง ‘เสรีนิยม’ ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลแสดงจุดยืนชัดเจนในทางการเมือง ในการชนกับ ‘ขั้วอำนาจ 3ป. - ขั้วอำมาตย์’ ไม่ได้สถาปนาตัวเองเป็น ‘พรรคไร้ขั้ว-พรรคขั้วที่ 3’ เฉกเช่นพรรคอื่นๆ และมีคู่ต่อสู้ชัดเจน คือ ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ที่เป็นตัวแทน ‘ขั้วอนุรักษ์นิยม’ นั่นเอง 
 
ดังนั้น ‘ตลาดการเมือง-ฐานเสียง’ ของพรรคก้าวไกล จึงมีการมองว่าอยู่ใน ‘เขตเมือง’ เป็นหลัก ที่เป็นพื้นที่ ‘เชิงอุดมการณ์’ อีกด้านก็เป็น ‘คู่แข่ง’ โดยตรงกับ ‘พรรคเพื่อไทย’ ที่อยู่ใน ‘ตลาดการเมือง’ เดียวกัน โดยมีเส้นแบ่งที่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ เจ้าพ่อนักการตลาดการเมือง เคยแบ่งโซนเอาไว้ 
 
“จุดยืนของพรรคเพื่อไทย คือ เน้นหลักประชาธิปไตยที่มีหลักที่ดี และเน้นเรื่องเศรษฐกิจปากท้องต้องมาก่อน บางทีคนพูดว่า เพื่อไทยสนแต่เศรษฐกิจ ไม่สนใจการเมือง แต่มันไม่ใช่ เพราะจุดยืนทางการเมืองในการที่จะทำอะไรบางอย่างมันก็เป็นความต่างกันของเพื่อไทย และก้าวไกลอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าแฟนคลับชอบแบบเอ็กซ์ตรีม ก็ไปที่ก้าวไกล ชอบปากท้องต้องมาก่อน และประชาธิปไตยที่เหมาะสมก็มาเพื่อไทย” ทักษิณ กล่าว 24 ม.ค. 66 
 
ดังนั้นการออกมาของ ‘ธนาธร’ ขึ้นเวที จ.อุดรธานี จึงสะเทือนไปถึง ‘พรรคเพื่อไทย’ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัว ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ขึ้นเป็น ปธ.คณะที่ปรึกษา ‘อุ๊งอิ๊ง’ ที่จะมาแย่งฐานเสียง ‘เขตเมือง’ ด้วยกันเอง เพราะพรรคเพื่อไทยก็หวังให้ ‘เศรษฐา’ มาเก็บคะแนน ‘เขตเมือง’ ผ่ายภาพ ‘นักธุรกิจ-นักบริหาร’ ส่วน ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร ก็ชู ‘แบรนด์ชินวัตร’ เจาะพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งก็ตรงกับที่ ‘ทักษิณ’ ได้พูดเอาไว้ว่าถ้าเลือก ‘ประชาธิปไตยที่เหมาะสม-เศรษฐกิจ’ ก็เลือกเพื่อไทย ถ้าเลือก ‘ประชาธิปไตยสุดโต่ง’ ก็เลือกก้าวไกล 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์