พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รมว.ยุติธรรม) ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เรียกกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำรวจ ไปชี้แจงการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งหน่วยงานไม่สามารถให้ข้อมูลกับ กมธ.ได้
รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ไปชี้แจงเรื่องเดียวกันกับ กมธ.อื่น เช่น กมธ.ตำรวจ หรือวุฒิสภา ซึ่งทุกคณะต้องการความรู้ แต่ กมธ.ความมั่นคงฯ มีความแปลก เพราะเอาคนนอกและสื่อมวลชนเข้ามา และจ้องจะถามเจ้าหน้าที่ เช่นถามเรื่องเวชระเบียน “ซึ่งในช่วง 120 วันที่นายทักษิณ พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ มีหลักฐานต่างๆ มากกว่าเวชระเบียน เช่นการตรวจเอ็มอาร์ไอ และทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ จึงอยากนำข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่สอบสวน ไม่ใช่บุคคลที่มาจ้องหาเศษหาเลย พูดให้เกิดความเสียหายกับทางรัฐบาล”
รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า การออกไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น ตามกฎหมายราชทัณฑ์แม้จะเป็นแค่พยาบาลวิชาชีพ หรือเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ก็สามารถส่งไปได้ เพราะอย่างในต่างจังหวัดไม่มีแพทย์ในเรือนจำ และการไปอยู่โรงพยาบาล ก็ถือเป็นเรือนจำชนิดหนึ่ง
เมื่อถามว่า รับรู้และรับทราบถึงกระบวนการทุกอย่างใช่หรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนั้นตนยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ดูจากรายงานแล้ว ยังทำถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ได้กำชับไปว่าเป็นข้าราชการอย่าไปโต้เถียงทางการเมือง เอาข้อมูลไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือผู้ที่มีอำนาจจะให้ได้ ซึ่งเรายินดีให้ความร่วมมือ “แต่ต้องเปิดข้อบังคับของ กมธ.สักนิดว่า เมื่อเรื่องนี้เคยสอบสวนแล้ว และ กมธ.มีหน้าที่เกี่ยวกับความมั่นคง นอกจากนี้ เรื่องนี้ผ่านมาแล้วกว่า 10 กมธ. ก็ไม่เห็นมีความรุนแรงขนาดนี้”
‘ทวี’ งดตอบปม ‘เขากระโดง’ หวั่นทำพรรคร่วมรัฐบาลแตก!
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงปัญหาที่ดินเขากระโดง ที่มีปัญหาระหว่างกรมที่ดินกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า เรื่องนี้ตนได้เคยอภิปรายในสภาฯ ไปแล้ว ขณะนี้อยากรักษาบรรยากาศของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทราบว่าเรื่องอยู่ในกระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น
อีกทั้งที่ดินดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม จึงอยากให้สอบถามนายสุริยะ เพราะห่วงว่าหากพูดไปเกรงว่าจะหยิบบางประเด็นที่นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่ก็ทราบว่าประชาชนห่วงใยเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ประเด็นข้อกฎหมาย กระบวนการ ยังไม่จบ เชื่อว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
เมื่อถามว่า คำสั่งของศาลปกครองยังไม่สิ้นสุด ยังมีกระบวนการอื่นอีกหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า แม้กระบวนการตามมาตรา 61 ยังไม่จบ แต่เมื่อมีคณะกรรมการซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับซี 9 ไม่ใช่ระดับอธิบดี ก็ต้องไปที่กระทรวงคมนาคม ซึ่งก็มีสิทธิโต้แย้ง
“ขณะนี้ถือว่าอยู่ในกระบวนการ และเรื่องทั้งหมดใครจะไปเอาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมไม่ได้แล้ว เพราะมีคำวินิจฉัยจากศาลไปแล้ว อีกทั้งไม่ใช่ที่ดินเล็กๆ โดยสองข้างทางรถไฟมีพื้นที่กว้างฝั่งละ 1 กิโลเมตร ยาว 8 กิโลเมตร ซึ่งศาลมีคำวินิจฉัยไว้แล้ว ตนก็ไม่ได้ว่าใคร ถือเป็นเรื่องของกระทรวงคมนาคม ซึ่งนายสุริยะ ก็เพิ่งมาใหม่ คงต้องเข้าไปดู”
‘ทวี’ เผยดูแลความปลอดภัย ‘ทนายตั้ม’ หลังโดนจองกฐิน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึง การแก้ไขปัญหาลดความแออัดภายในเรือนจำ ว่า ถือเป็นปัญหาใหญ่และทางคณะกรรมการราชทัณฑ์ได้มีการจำแนกผู้ต้องขังที่มีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งมีจำนวนมาก ออกจากนักโทษที่คดีสิ้นสุดแล้ว ก็จะสามารถลดความแออัดได้
นอกจากนี้จะต้องบริหารโทษ เช่น คนป่วยหนัก คนท้อง ทั้งนี้ในอนาคต จะมีการร่างกฎหมาย ซึ่งอาจจะมีเรือนจำของเอกชน หรือบางคนขังเฉพาะวันเสาร์วันอาทิตย์ เช่น เด็กที่จะต้องเรียนหนังสือ คนที่จะต้องเลี้ยงดูลูก ซึ่งต้องไม่ขัดกับกฎหมาย ป. วิอาญา
พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงความปลอดภัยภายในเรือนจำ หลังมีนักโทษถูกแทงเสียชีวิต รวมถึง กรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม อาจถูกจองกฐิน ว่า มีการรายงานและการดูแล วันนี้ผู้คุม หรือพัศดี ทำงานหนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่งผู้คุมก็ทราบว่ามีความขัดแย้งกันหรือความไม่ไว้วางใจกัน ก็จะต้องไปดูว่าทำอย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งต้องยอมรับว่า เรามีคนน้อย ก็พยายามหาอาสาสมัครคุมประพฤติ เช่น ทหาร กำลังหาช่องทางอยู่
ส่วนกรณีของทนายตั้ม ได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการ (ผบ.) เรือนจำ ซึ่งทำหน้าที่รักษาการอยู่ในปัจจุบัน เขาได้ดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว เพราะเรื่องต่างๆ แม้เราไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว หากมีเหตุการณ์ไม่ดีก็จะกระทบภาพลักษณ์




