เป็นอิสระต่อกัน! ‘ทวี ’ แจง พนง.อัยการไม่ได้รายงานนัด ‘ทักษิณ’ ฟังคำสั่งคดี ‘ม.112’

28 พ.ค. 2567 - 10:23

  • ‘ทวี ’ ไม่ยุ่งอัยการนัด ‘ทักษิณ’ ฟังคำสั่งคดี ‘ม.112’ บอกเป็นอิสระต่อกัน

  • กางแผนผู้ต้องขังคดียังไม่จบ-เด็ดขาด ให้ติดกำไลอีเอ็มอยู่บ้าน แก้คนล้นคุก

  • พร้อมแก้เครื่องแต่งกาย ไม่แยกใส่สูท-ชุดสีลูกวัว ลั่นหากศาลยังไม่ตัดสิน ควรได้ประกันตัว

Thawee_the_prosecutor_Thaksin_Section_112_case_SPACEBAR_Hero_60795f376c.jpg

วันพรุ่งนี้แล้ว สำหรับกรณีที่อัยการสูงนัดฟังคำสั่งคดีมาตรา 112 ของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี

ในส่วนของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เมื่อถูกถามว่ากรณีของอดีตนายกฯ จะได้รับประกันตัวหรือไม่ หลังผู้ต้องหาคนอื่นๆ ได้รับการประกันตัวในคดีมาตรา 112 เหมือนกัน เจ้าตัวบอกว่า ยังไม่ทราบ และยังไม่ได้ตามเรื่อง เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เป็นในส่วนของพนักงานอัยการ ซึ่งไม่ได้รายงานมาให้ทราบ เพราะมีความเป็นอิสระต่อกัน

อย่างไรก็ตาม มันเป็นกระบวนการยุติธรรม ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินให้คดีถึงที่สุด ให้สันนิษฐานก่อนว่าผู้นั้นบริสุทธิ์

เมื่อถูกถามย้ำว่า ทักษิณ จะได้รับการประกันตัวใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เป็นกระบวนการยุติธรรม เราก็เคารพในองค์กร ขอยืนยันว่ามีความเป็นอิสระต่อกัน

ส่วนกระบวนการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้มีผู้ต้องขังเสียชีวิตเหมือนเกิดกรณี เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ได้มีผู้ยื่นหนังสือมา ซึ่งในบทบาทของกระทรวงยุติธรรมจะต้องมีคณะทำงานไปดูในกระบวนการว่า ส่วนไหนที่การปฎิบัติยังขัดกฏหมาย

เรื่องใหญ่จริงๆ ที่เราพยายามจะแก้ไขอยู่คือ คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาที่ศาลยังไม่ตัดสินให้ถึงที่สุด กับ คดีที่ตัดสินเด็ดขาดแล้ว ต้องปฏิบัติไม่เหมือนกัน

โดยจะแยกการดูแลในเรือนจำ ปัจจุบันสภาพในเรือนจำมีความแออัดมาก โดยขนาดของเรือนจำสามารถดูแลคนได้ประมาณ 180,000 คน แต่ปัจจุบันมีถึง 280,000 คน และเป็นผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีถึง 5 หมื่นกว่าคน ซึ่งขณะนี้ เหมือนเราปฏิบัติขัดรัฐธรรมนูญ

ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมที่กำลังดำเนินการอยู่คือ การเสนอเป็นกฎกระทรวง แก้มาตรา 89/1 คืออยากให้ศาลเป็นผู้ไต่สวนว่า คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา อาจจะไม่ต้องส่งมาที่เรือนจำ โดยจะให้อยู่ที่บ้าน หรือใส่กำไลอีเอ็ม

ขณะนี้ พยายามที่จะแยกคนที่ได้ประกันตัวเมื่อต้องไปขึ้นศาลจะใส่สูท แต่คนที่ไม่ได้ประกันตัวจะใส่ชุดสีลูกวัว ซึ่งจะทำให้เกิดข้อแตกต่างและเป็นมุมมอง ดังนั้น ควรจะให้แต่งกายเหมือนกัน ที่สำคัญเมื่อแยกแล้ว อยากจะให้เขาได้มีโอกาสเตรียมคดีด้วย เพราะการสู้คดีหากอยู่ข้างนอก จะได้เปรียบในการที่จะหาทนายและหลักฐานต่างๆ ขณะนี้ กำลังดำเนินการอยู่ และทยอยทำ ปีนี้อยากจะทำให้เสร็จทั้งประเทศ โดยจะเริ่มในเรือนจำก่อน

ส่วนกรณีที่ฝ่ายการเมืองขีดเส้นว่า จะต้องไม่มีผู้ต้องขังเสียชีวิตในเรือนจำอีกนั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การเสียชีวิตในเรือนจำนั้นสถิติมีเยอะ ซึ่งเกิดจากการเจ็บป่วย และไม่อยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะคดีที่ยังไม่มีการตัดสิน ตามหลักการควรได้รับการประกันตัว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์