ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาฯ สมช.) โพสต์เฟซบุ๊ก (30 กันยายน 2567) เรื่อง “ใครจะมาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ” ระบุว่า
1.ปีนี้ตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ เลขาฯ สมช จะว่างลงอีกครั้ง เหตุเพราะผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ปัจจุบันจะเกษียณอายุราชการ..แต่จนวันนี้… 30 กันยายนของปีแล้ว ก็ยังไม่มีการแต่งตั้งคนใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่ มานำหน่วย ทั้งๆ ที่หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง อธิบดี หรือเทียบเท่าอื่นๆ ก็มีการแต่งตั้งไปเกือบหมดแล้ว
2.ประเด็นว่า….ไม่มีผู้เหมาะสม หรือมีคุณสมบัติครบถ้วน ที่จะดำรงตำแหน่งนี้หรือ จึงยังตั้งไม่ได้ หรือไม่ได้ตั้ง ….คำตอบคือไม่ใช่ และ มีครับ เพราะปกติในงานราชการนั้น เขามีระบบการแต่งตั้งทดแทนกันตามระบบอยู่แล้ว ราชการแผ่นดินจึงมีความต่อเนื่องมาเป็น 100 ปีแล้ว ไม่ได้สะดุดติดขัดอะไร
….ใน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ก็มีคนที่พร้อมจะขึ้นมาเป็นครับ และมีมากด้วย เพราะอย่างน้อยที่สุด ผู้ที่เป็นรองเลขาธิการฯ อยู่ในขณะนี้ 3 คน หรือแม้แต่ผู้ที่ดำรงตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าใน สมช. ก็มีคุณสมบัติ ความอาวุโส และความรู้ความสามารถ ที่จะขึ้นมาเป็นเลขาฯ สมช. ได้ .,
3.แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ตำแหน่งเลขาธิการ สมช. นั้น มีคนนอกหน่วยมาดำรงตำแหน่งนี้ เกือบ 10 ปีแล้วครับ …เรื่องยุ่งๆ ก่อนหน้านั้น .. สมัยผมเป็นเลขาธิการฯ นั้นไม่พูดถึง ..เอาเป็นว่า หลังผมเกษียณอายุราชการในปี 2557 แล้ว ก็มีคุณอนุสิษฎ์ คุณากร ขึ้นมาเป็นในปี 2558 อีกปี …หลังจากนั้นก็ไม่มีคนในขึ้นมาอีก
…..เอาล่ะ ในระยะต้นๆ นั้น อาจด้วยเหตุผลว่า ระดับรองๆ ใน สมช. อาจอาวุโสยังน้อย ยังไม่พร้อม หรือเติบโตกันไม่ทัน และความจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งของคณะ รสช.
…..แต่มาวันนี้ เจ้าหน้าที่ สมช.ที่ปฏิบัติงานที่นั่น เติบโตมาจากที่นั่นมาแต่ต้น หรือลูกหม้อนั้น เขามีอาวุโส มีความพร้อมยิ่งกว่าพร้อมแล้ว ..เหตุผลอะไรจึงไม่แต่งตั้งเขาขึ้นมา ..
4.เรื่องของตำแหน่งหน้าที่ทางราชการนั้น ชื่อก็บอกแล้วว่า ..เป็นเรื่องของทางราชการ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใคร เพราะฉะนั้นตำแหน่งเหล่านี้ จะต้องใช้หรือถูกใช้ เพื่อประโยชน์ทางราชการเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งในราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ก็เหมือนกัน… มันจะมีประโยชน์สูงสุด ก็ต่อเมื่อถูกใช้ เพื่อการทำงานราชการเท่านั้น
.. ระบบราชการจึงต้องมีระบบคุณธรรม ขึ้นมากำกับการทำงาน และการแต่งตั้งในตำแหน่งต่างๆ ……แต่จะเห็นได้ว่า ..บ่อยครั้งที่การแต่งตั้ง มันไม่เป็นไปตามนั้น แต่มันกลับเป็นไปตามความต้องการของฝ่ายการเมือง เพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์พวก ประโยชน์พรรค ไม่ใช่ราชการ ..
5.นี่ก็มีข่าวออกมาอีกแล้ว ว่า…การแต่งตั้งทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจไม่ลงตัว หรือ มันอาจลงตัวตามระบบของมันแล้ว แต่คนกำกับอาจยังไม่พอใจ และอาจมีการแต่งตั้งระดับ รอง ผบ.สตช. บางคนมาที่ สมช. อีก ..เหมือนที่เคยดัน พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ มาเป็นเลขาฯ สมช. เมื่อปีที่ผ่านมา
ตำแหน่ง เลขาฯ สมช. เป็นตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบงานสำคัญของชาติ ไม่ใช่ตำแหน่งสำรอง หรือใช้รองรับคนที่อกหัก ผิดหวังจากที่ใดที่หนึ่งนะครับ
การแต่งตั้งแบบข้ามห้วยอย่างนี้ มันสร้างปัญหาความไม่เป็นธรรม และความระส่ำระสายในราชการมาตลอด และมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอกครับ นอกจากเพื่อประโยชน์ตน พวก พรรค ไม่ได้เกี่ยวกับผลประโยชน์ทางราชการ อย่างที่ผมพูดไว้แล้ว .. เพราะคนในทำงานสะสมประสบการณ์ เครือข่ายมากว่า 30 กว่าปี กลับไม่แต่งตั้ง แต่กลับไปตั้งคนของตน หรือ ถ้าไม่ใช่ ก็เพื่อสับหลีกให้กับคนของตนที่อื่น ..
6.อย่าพูดเลยครับ ว่า ..ตำแหน่งบริหารระดับสูงของราชการนั้น ไม่ว่าตำแหน่งอะไรใครก็มาเป็นได้ ทำงานได้ เพราะล้วนผ่านงานบริหารระดับสูงกันมาแล้วทั้งนั้น .. ท่านลองหลับตาจินตนาการดูนะครับจะเห็นภาพชัดว่า ..ลองเอาคนขับเรือ หรือขับรถมาขับเครื่องบิน …หรือเอาครูมาเป็นตำรวจ ..เอาหมอมาเป็นสถาปนิก ..ดูซีครับ ว่าภาพมันจะออกมาเป็นอย่างไร
…. ผมไม่ได้ว่าตำแหน่ง อาชีพ อะไรสำคัญ หรือดีกว่าอะไรนะครับ แต่มันฝึกฝน มันสั่งสมประสบการณ์กันมาคนละอย่าง .. มันไม่ควรเพี้ยน หรือสับสนกันอย่างนั้น เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อชาติ บ้านเมือง ..
7.ผมย้ำว่า .. ตำแหน่งหน้าที่ราชการนั้น ..,นั้นไม่ใช่บริษัท หรือกิจการส่วนตัวของใครๆ ที่จะบงการ หรือ แต่งตั้งกันตามอำเภอใจ .. ก็หวังว่าทุกฝ่ายจะเข้าใจเหตุผล และไม่ทำอะไรผิดซ้ำไปซ้ำมาอีกนะครับ




