ชัชปัฐวี อัฏฐพรเมธา ตัวแทนสมาพันธ์กัญชาเพื่อประชาชน พร้อมคณะ ยื่นหนังสือต่อ ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ. ... เรียกร้องให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายและระเบียบต่างๆ ในการควบคุมกัญชาทางการแพทย์ กัญชาเพื่อการนันทนาการและกัญชง
โดยทางตัวแทนฯ กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์เรื่องกัญชาในประเทศไทย กลายมาเป็นประเด็นที่ถกเถียงและเป็นปัญหาอย่างกว้างในสังคม ประกอบกับความขัดแย้งในทางการเมืองส่งผลให้เกิดความความสับสน เกิดความไม่แน่นอนในเรื่องของกฎหมายและการบังคับใช้ หากวันนี้ กัญชาต้องกลับเข้าไปอยู่ในบัญชียาเสพติดอีกครั้ง ผลกระทบที่ตามมา และผลเสียที่จะเกิดขึ้นนั้นจะสร้างความเสียหายกับประชาชนในวงกว้าง และจะส่งผลให้ทุกอย่างกลับลงไปสู่ระบบใต้ดิน ที่รัฐไม่มีความสามารถในการควบคุมใดๆ
สุดท้ายปัญหาเหล่านี้ ก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้วางมาตรฐานทางกฎหมาย เพื่อกำกับดูแลกัญชาเสรีอย่างเสมอภาคเท่าเทียม มีขอบเขต และแก้ไขปัญหาสังคม โดยขอให้เพิ่มเนื้อหากฎหมายควบคุมกัญชานันทนาการที่ชัดเจนตามรูปแบบในต่างประเทศที่สากลยอมรับโดยมีตัวบทแยกกันอย่างชัดเจนระหว่างเชิงการแพทย์และนันทนาการ เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยและผู้ใช้ ผู้จำหน่ายกัญชา ควบคู่ไปกับป้องกันการเข้าถึงของเยาวชนภายใต้ระเบียบควบคุมชัดเจน โดยไม่สร้างเงื่อนไขกีดกันทางการค้าหรือจำกัดสิทธิ์ใดๆ ที่ขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่ประชาชนควรจะได้รับอย่างถูกต้อง ดังนี้
1. คัดค้านกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด
2. เพิ่มเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.เรื่องการใช้กัญชานันทนาการภายใต้การควบคุม
3. แยกโมเดลกัญชาทางการแพทย์และกัญชานันทนาการออกจากกันให้ชัดเจน
4. ต้องไม่มีการผูกขาดสัมปทานกัญชา และผูกขาดโดยแพทย์เท่านั้น
5. เสนอให้ร้านกัญชาสามารถสูบได้ในพื้นที่ปิดเพื่อป้องกันการสูบในที่สาธารณะ
6. เปิดให้สามารถขายออนไลน์ได้ผ่านการลงทะเบียนยืนยันตัวตนตามคุณสมบัติที่กฎหมายกําหนด
7. อนุญาตให้ประชาชนสามารถสกัดยากัญชาใช้ได้เองในครัวเรือนโดยผ่านการอบรม
8. แยกกฎหมายควบคุมกัญชง กัญชาออกจากกันให้ชัดเจน
9. ผู้ขายต้องมีใบอนุญาตโดยต้องผ่านการอบรมให้มีความรู้ขั้นพื้นฐาน
10. ตั้งกำแพงภาษีนำเข้ากัญชาต่างประเทศ เพื่อเป็นการสนับสนุนกัญชาที่ผลิตในประเทศ
ด้าน ศุภชัย กล่าวว่า ในฐานะประธาน กมธ. พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ที่คาดว่าร่างกฎหมายนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในสัปดาห์หน้า จากข้อเรียกร้องของสมาพันธ์ฯ บางเรื่องเป็นอำนาจหน้าที่ของสภาฯ ที่จะพิจารณาในร่าง พ.ร.บ.นี้ ส่วนอีกหลายเรื่องเกี่ยวข้องกับส่วนงานของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งตนจะทำหน้าที่ช่วยประสานงานไปยังกระทรวงฯต่อไป
โดยทางตัวแทนฯ กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์เรื่องกัญชาในประเทศไทย กลายมาเป็นประเด็นที่ถกเถียงและเป็นปัญหาอย่างกว้างในสังคม ประกอบกับความขัดแย้งในทางการเมืองส่งผลให้เกิดความความสับสน เกิดความไม่แน่นอนในเรื่องของกฎหมายและการบังคับใช้ หากวันนี้ กัญชาต้องกลับเข้าไปอยู่ในบัญชียาเสพติดอีกครั้ง ผลกระทบที่ตามมา และผลเสียที่จะเกิดขึ้นนั้นจะสร้างความเสียหายกับประชาชนในวงกว้าง และจะส่งผลให้ทุกอย่างกลับลงไปสู่ระบบใต้ดิน ที่รัฐไม่มีความสามารถในการควบคุมใดๆ
สุดท้ายปัญหาเหล่านี้ ก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้วางมาตรฐานทางกฎหมาย เพื่อกำกับดูแลกัญชาเสรีอย่างเสมอภาคเท่าเทียม มีขอบเขต และแก้ไขปัญหาสังคม โดยขอให้เพิ่มเนื้อหากฎหมายควบคุมกัญชานันทนาการที่ชัดเจนตามรูปแบบในต่างประเทศที่สากลยอมรับโดยมีตัวบทแยกกันอย่างชัดเจนระหว่างเชิงการแพทย์และนันทนาการ เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยและผู้ใช้ ผู้จำหน่ายกัญชา ควบคู่ไปกับป้องกันการเข้าถึงของเยาวชนภายใต้ระเบียบควบคุมชัดเจน โดยไม่สร้างเงื่อนไขกีดกันทางการค้าหรือจำกัดสิทธิ์ใดๆ ที่ขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่ประชาชนควรจะได้รับอย่างถูกต้อง ดังนี้
1. คัดค้านกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด
2. เพิ่มเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.เรื่องการใช้กัญชานันทนาการภายใต้การควบคุม
3. แยกโมเดลกัญชาทางการแพทย์และกัญชานันทนาการออกจากกันให้ชัดเจน
4. ต้องไม่มีการผูกขาดสัมปทานกัญชา และผูกขาดโดยแพทย์เท่านั้น
5. เสนอให้ร้านกัญชาสามารถสูบได้ในพื้นที่ปิดเพื่อป้องกันการสูบในที่สาธารณะ
6. เปิดให้สามารถขายออนไลน์ได้ผ่านการลงทะเบียนยืนยันตัวตนตามคุณสมบัติที่กฎหมายกําหนด
7. อนุญาตให้ประชาชนสามารถสกัดยากัญชาใช้ได้เองในครัวเรือนโดยผ่านการอบรม
8. แยกกฎหมายควบคุมกัญชง กัญชาออกจากกันให้ชัดเจน
9. ผู้ขายต้องมีใบอนุญาตโดยต้องผ่านการอบรมให้มีความรู้ขั้นพื้นฐาน
10. ตั้งกำแพงภาษีนำเข้ากัญชาต่างประเทศ เพื่อเป็นการสนับสนุนกัญชาที่ผลิตในประเทศ
ด้าน ศุภชัย กล่าวว่า ในฐานะประธาน กมธ. พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ที่คาดว่าร่างกฎหมายนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในสัปดาห์หน้า จากข้อเรียกร้องของสมาพันธ์ฯ บางเรื่องเป็นอำนาจหน้าที่ของสภาฯ ที่จะพิจารณาในร่าง พ.ร.บ.นี้ ส่วนอีกหลายเรื่องเกี่ยวข้องกับส่วนงานของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งตนจะทำหน้าที่ช่วยประสานงานไปยังกระทรวงฯต่อไป



