รายการ Deep SPACE Special เจาะลึกมรสุมทางการเมืองของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย (พรรคสีน้ำเงิน) ภายใต้ประเด็นร้อนแรง “ฮั้ว มั่ว รั่ว” รอวันเช็คบิล ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตรอบด้านที่กำลังสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างหนักในรอบสัปดาห์นี้
รายการชวนวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย ชวนขบคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังเผชิญกับมรสุม และสารพัดปัญหารอบด้าน
โดยวิเคราะห์แยกแยะตามประเด็นหลักได้ดังนี้
“ฮั้ว” – ข้อหาล็อกเก้าอี้ สว. สายสีน้ำเงิน
ปมปัญหาดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างหนัก หลังเครือข่ายภาคประชาชนอย่าง iLaw ได้ยื่นหลักฐานชี้เป้า 9 นักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการบล็อกโหวต หรือ “ฮั้วเลือก สว.” โดยข้อมูลชุดนี้ถูกส่งต่อไปยังพรรคฝ่ายค้านเพื่อใช้เป็น “หัวเชื้อ” ชิ้นสำคัญในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยิ่งไปกว่านั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยังรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษในข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็นกฎเหล็กทางกฎหมายที่รอวันเช็คบิล
ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า คดีทุจริตฮั้วเลือก สว.จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 แน่นอน และไม่มีการเลื่อนหรือยืดเยื้อออกไป แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีรายงานข่าวและกระแสสังคมคาดการณ์ว่าอาจต้องขยายเวลาพิจารณาออกไปจนถึงเดือนกันยายน 2569 เนื่องจากฝ่ายการเมืองฝั่งรัฐบาลได้หยิบยกประเด็น “สว.สีส้ม” เข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม
“กกต. ยืนยันจะปิดจบคดี เพื่อสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม และนัดลงมติวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายการเมือง (น้ำเงิน-ส้ม) จะมีการขุดคุ้ยข้อมูลและยื่นหลักฐานกล่าวหากันไปมาอย่างเข้มข้น แต่ในแง่ของกระบวนการชี้ขาด กกต. ยืนกรานว่าจะไม่ใช้กรณีการตอบโต้ทางการเมืองนี้มาเป็นเหตุผลในการขยายเวลา”
“โดยสำนวนการสอบสวนหลัก ที่มีผู้ถูกกล่าวหาและเสนอชื่อฟันสูงถึง 229 ราย จะถูกลงมติวินิจฉัยชี้ขาดว่าจะ “ส่งฟ้องศาลฎีกา” หรือ “ยกคำร้อง” ให้จบลงภายในกรอบเดือนสิงหาคม 2569 นี้ เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการยื้อคดีและรักษาความเชื่อมั่นขององค์กรอิสระ”
“มั่ว” – นโยบายบัตรคนจนพ่นพิษ ตัดสิทธิ์ฐานเสียง
ความผิดพลาดในการคัดกรองคุณสมบัติ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ส่งผลให้ประชาชนกว่า 6 ล้านคนถูกปัดตกและสูญเสียสิทธิ์ กลายเป็นปมปัญหาและความเสี่ยงต่อรัฐบาล ซึ่งความโกลาหลนี้ทำให้ฐานเสียงระดับรากหญ้าของพรรคสีน้ำเงินเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง จนแกนนำพรรคต้องเร่งแก้ไขกฎเกณฑ์ ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ ขยายเวลา และสั่ง “คืนสิทธิ์” เป็นการด่วนเพื่อลดกระแสตีกลับและกู้ฐานคะแนนนิยมคืนมา
รายการ Deep SPACE Special ยังได้ขยายประเด็น “มั่ว” ที่ 2 กรณี “ประธาน กสทช. หมดวาระตามปกติ แต่ดื้อแพ่งไม่ยอมลง” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์นี้
สืบเนื่องจากกรณีที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ชี้ขาดว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง ประธาน กสทช. ส่งผลให้เกิดกระแสข่าวลือและการตีความที่คลาดเคลื่อนทางกฎหมาย เนื่องจากฝั่ง นพ.สรณ ยังคงยืนยันปฏิบัติหน้าที่ต่อ และเตรียมยื่นฟ้องศาลปกครอง จนทำให้เกิดภาวะบอร์ดล่มและส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร
นอกจากนี้ยังมีประเด็น “มั่ว” ที่ 3 กรณีล้มกระดานหรือแอบยกเลิกการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จนเกิดกระแสข่าวลือที่สร้างความสับสนในรอบสัปดาห์ จากที่มีกระแสข่าวลือว่า “กระทรวงแรงงานลักไก่ล้มเลือกตั้งเอง” ซึ่งความเป็นจริง สำนักงานประกันสังคมและกระทรวงแรงงานไม่ได้ล้มกระดานหรือแอบยกเลิกการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แต่จำเป็นต้องชะลอการเลือกตั้งออกไปชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด เพื่อรอคำวินิจฉัยสูงสุดจากศาลปกครอง โดยการสั่งเลื่อนครั้งนี้เกิดจากปมข้อกฎหมายเรื่อง “เงื่อนไขการลงทะเบียน”
“รั่ว” – วิกฤตโกงสอบท้องถิ่น กสถ.
ปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่น หรือการสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งถูกกระทรวงมหาดไทยขุดคุ้ยขึ้นมา ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องการสอบรั่วธรรมดา แต่ยังลามไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เช่น กรณีภูเก็ตที่มีปัญหา รวมถึงเรื่องการจัดการนอมินี ที่ล้วนเป็นปัญหา เป็นยอดภูเขาน้ำแข็งที่โยงใยไปถึงเครือข่ายผลประโยชน์และฐานกำลังการเมืองระดับท้องถิ่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการภายใต้การกำกับดูแลของพรรคสีน้ำเงินโดยตรง
ศึกในและแรงกดดันภายนอก รอวันเช็คบิล
รายการ Deep SPACE Special ประเมินว่า สถานการณ์ภายนอกและหลากหลายปัญหาที่รุมเร้า ก่อรอยร้าวภายในพรรคสีน้ำเงิน และยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อความสัมพันธ์ของสองแกนนำหลักอย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกับ เนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีนอกพรรค
โดยชนวนขัดแย้ง มาจากแนวคิดการปฏิรูประบบราชการ และการ “รีเซ็ตกระทรวงมหาดไทย” ทั้งการปฏิรูปกระจายอำนาจทางการคลัง หรือการปรับลดบทบาทส่วนภูมิภาค ซึ่งนักวิเคราะห์การเมืองมองว่า ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอำนาจเครือข่ายสายตรงของเนวินอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ต่อหน้าสื่อจะมีการโชว์ภาพความกลมเกลียว แต่ในทางบริหารคือนัยยะของการวัดพลังครั้งสำคัญ
มรสุม “ฮั้ว มั่ว รั่ว” ทั้ง 3 ด้านนี้ จึงเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ทำให้รัฐบาลพรรคสีน้ำเงินกำลังเดินอยู่บนเส้นลวดทางการเมืองที่อันตรายอย่างยิ่งในขณะนี้
ติดตามรายการ Deep SPACE ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00-14.00 น. พร้อมข้อมูลใหม่ ทุกแวดวงข่าวสารรอบตัว ลึกกว่าที่รู้




