ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาติดตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการส่งตัวผู้ถูกกักตัวชาวอุยกูร์กลับไปประเทศต้นทาง โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าชี้แจง
กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมายฯ เผยว่า เมื่อเดือน ม.ค. 68 คณะกรรมาธิการทราบข่าวว่าจะมีการส่งคนอุยกูร์กลับจีน จึงได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบถาม ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ สมช. ซึ่งทุกหน่วยงานปฏิเสธหมด โดยระบุว่าไม่มีนโยบายส่งชาวอุยกูร์กลับ เนื่องจากในขณะนั้น นายกรัฐมนตรีกำลังเดินทางไปเยือนประเทศจีน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงเพียงว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม ภายหลังก็ปรากฏข่าวว่า มีการส่งกลับชาวอุยกูร์จริง เพื่อให้การประชุมมีความต่อเนื่อง ในวันนี้จะมีการสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการที่ได้ปฏิบัติตามมาตรา 13 ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 (พ.ร.บ.อุ้มหายฯ) หรือไม่ และเหตุใดก่อนหน้านั้นถึงระบุว่าไม่มีนโยบายส่งกลับ
ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า การส่งกลับชาวอุยกูร์เกิดขึ้นหลังจากที่นายกฯ เดินทางไปจีน ซึ่งตนเองยังไม่ทราบข้อเท็จจริง คณะกรรมาธิการฯ หลายท่านที่สนใจอาจมีการสอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุม โดยขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าการส่งกลับชาวอุยกูร์ขัดกับหลักกฎหมายหรือไม่ ตนเองติดตามฝ่ายบริหารก็เห็นว่า ดำเนินการตามกฎหมาย แต่ต้องการให้มีการชี้แจงรายละเอียด
สำหรับขั้นตอนการส่งกลับที่มีการนำรถมารับและปิดเทปดำรอบรถนั้น ในทางปฏิบัติต้องมีการถ่ายวิดีโอและต้องมีการกระทำกับบุคคล ไม่ใช่กระทำกับยานพาหนะ
ต้องมีการถ่ายเหตุการณ์ระหว่างการควบคุม แต่ในความเห็นของผม ยังไม่เข้าข่ายผิดองค์ประกอบของ พ.ร.บ.ซ้อมทรมาน แต่ถ้าทำกับบุคคลก็ว่าไปอีกอย่าง
— กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ
กมลศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า กระบวนการตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ระหว่างการควบคุมตัวได้กำหนดไว้ว่า ต้องมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร ทั้งนี้ ต้องติดตามสถานการณ์ในประเทศปลายทางด้วยว่า มีการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือไม่
ส่วนกรณีที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมพาสื่อมวลชนไปดูความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ 40 คน ที่ถูกส่งกลับจีนนั้นถือเป็นเรื่องดี
ฝ่ายบริหารต้องพิสูจน์ว่าได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ทั้งต้นทางและปลายทาง ไม่ได้ถูกย่ำยีศักดิ์ศรี เพราะเป็นเรื่องที่หลายประเทศติดตามอยู่
— กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ




