การประชุมร่วมกันของรัฐสภา (25 มกราคม 2566) ที่มี ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 และมาตรา 272 เรื่องที่มานายกรัฐมนตรีให้มาจาก ส.ส. และการตัดอำนาจ ส.ว.ไม่ให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามที่ฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอ ซึ่งเลื่อนขึ้นมาพิจารณาแทนที่ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน
โดยก่อนการพิจารณาเรื่องดังกล่าว สมชาย แสวงการ ส.ว. ลุกขึ้นขอหารือว่า การนำร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาพิจารณาก่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ....นั้น ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมและรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเรื่องนี้ ส.ว.ไม่ทราบมาก่อนในการประชุมขอเลื่อนวาระการประชุมครั้งนี้
ขณะที่ ชวน ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้มีการประชุมของวิป 3 ฝ่าย โดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวในวันนั้นว่าร่าง พ.ร.บ.จริยธรรมสื่อฯ จะมีสมาชิกอภิปรายยาว จึงขอเลื่อนวาระแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาก่อน ซึ่งที่ประชุมครั้งนั้นก็เห็นด้วย อีกทั้งวันนี้เป็นการประชุมรัฐสภานัดพิเศษ ฉะนั้น จึงเป็นอำนาจประธานในการบรรจุวาระ ไม่ผิดข้อบังคับการประชุมรัฐสภาแต่ประการใด และเรื่องนี้ก็ได้เรียนให้ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาทราบแล้ว ทั้งนี้ เห็นว่าไม่จำเป็นต้องลงมติ แต่ถ้าสมชายยังติดใจ ตนยินดีที่จะถามมติให้
ทั้งนี้ สมชาย ยังยืนยันต้องการให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติ ทำให้เกิดความชุลมุนทันที ส.ส.ฝ่ายค้านพากันประท้วง ระบุ ส.ว.ไม่มีสิทธิเสนอญัตติเพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติได้
ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนลุกขึ้นมาสนับสนุนว่าเป็นอำนาจโดยชอบของชวนในการบรรจุวาระ จากนั้นเวลา 13.00 น. ชวนกดออดเพื่อให้สมาชิกแสดงตนเป็นองค์ประชุม ก่อนจะลงมติว่าเห็นควรจะรับญัตติของสมชายหรือไม่
ทั้งนี้ระหว่างรอให้สมาชิกแสดงตน จุลพันธ์ ประท้วงว่าหากเดินหน้าลงมติต่อไป และถ้ามติที่ประชุมชี้ว่าสิ่งที่ประธานกระทำไม่ชอบจะเกิดสิ่งที่ตามมามหาศาล ที่ผ่านๆ มาการประชุมนัดพิเศษจะเป็นโมฆะ ดังนั้นจะเดินหน้าลงมติไม่ได้ เพราะจะเดินหน้าสู่ทางตัน
ขณะที่ ชวน กล่าวว่า สมาชิกจะมีความคิดเห็นอย่างไรก็ตาม แต่ช่วยทำให้องค์ประชุมครบ อย่าประชดโดยไม่กดบัตรแสดงตน เพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้สมาชิกต้องให้ความเห็นอยู่ดี
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงนายชวน ว่า ทำผิดข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา เพราะวินิจฉัยญัตติที่ไม่ใช่ญัตติ จะเป็นการกระทำไม่ชอบในระบบรัฐสภาไทย และน่าอับอาย ถ้าประธานรัฐสภายังให้ลงมติ ตนและฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นญัตติที่ไม่ชอบ รัฐสภาไม่ควรกระทำเรื่องนี้ เราจะไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ทั้งสิ้น การตรวจสอบองค์ประชุมสามารถทำได้ แต่วัตถุประสงค์เพียงต้องการล้มองค์ประชุมโดยใช้วิธีไม่ชอบ รวมทั้งจะขอกล่าวหาชวน ด้วยว่าให้ความร่วมมือด้วย
ชวน กล่าวว่า สิ่งที่ทำวันนี้จะบันทึกว่าใครเข้าใจข้อบังคับกฎหมายอย่างไร ใครฉลาดมาก ฉลาดน้อยเพียงใด เมื่อเป็นญัตติ ก็ต้องขอมติจากที่ประชุม ตนไม่เห็นด้วยที่ นพ.ชลน่านจะใช้วิธีไม่ร่วม ขอให้เสียบบัตรแสดงตนร่วมเป็นองค์ประชุม
ชวนยืนยันให้มีการลงมติ จึงกดออดเรียกสมาชิกมาแสดงตนเป็นองค์ประชุมเพื่อลงมติ โดยรออยู่นานร่วม 40 นาที ก็ยังไม่มีท่าทีจะมีองค์ประชุมครบ ในที่สุดนายชวนจึงกล่าวว่า ขณะนี้มีตัวเลขสมาชิกอยู่แค่ 275 คน ไม่ครบองค์ประชุม ขอปิดประชุมในเวลา 13.35 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่รอสมาชิกแสดงตัวเป็นองค์ประชุมก่อนปิดประชุมนั้น ชวนได้กล่าวในตอนท้ายว่า ที่ตนพูดไม่ใช่ว่าจ้ำจี้จ้ำไช แต่ด้วยความปรารถนาดีกับทุกคน ในฐานะที่เป็นนักการเมืองรู้ว่าการจะเป็นผู้แทนได้ยากเย็นเพียงใด ทราบดีว่าไม่มีใครลอยมาหรือนอนมา ยกเว้นพระนำหน้า แต่ทุกคนมาด้วยความเหนื่อยยาก ตนก็เหนื่อยยากเป็นมา 16 สมัยไม่เคยสบาย ต้องเอาชนะมาด้วยความยุติธรรม ในสมัยที่มีการใช้เงินกันมาก การไม่ซื้อเสียงและไม่โกงเลือกตั้งยิ่งเหนื่อย ดังนั้นเรามีโอกาสมาเป็นผู้แทนฯ ที่เหลืออยู่เพียงสั้นๆ จึงควรทำหน้าที่ให้ดี และขอขอบคุณสมาชิกที่มาร่วมประชุมในวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเสียบบัตรแสดงตนปราฏว่าโซนที่นั่งฝั่ง ส.ว.มี ส.ว.นั่งอยู่ร่วมบางตา ส่วน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล แม้จะอยู่ในห้องประชุมก็ตาม แต่มีคำสั่งไม่ให้กดบัตรแสดงตนร่วมเป็นองค์ประชุม จึงทำให้รัฐสภาล่มเป็นครั้งที่ 3 นับจากต้นปี 2566
โดยก่อนการพิจารณาเรื่องดังกล่าว สมชาย แสวงการ ส.ว. ลุกขึ้นขอหารือว่า การนำร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาพิจารณาก่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ....นั้น ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมและรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเรื่องนี้ ส.ว.ไม่ทราบมาก่อนในการประชุมขอเลื่อนวาระการประชุมครั้งนี้
ขณะที่ ชวน ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้มีการประชุมของวิป 3 ฝ่าย โดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวในวันนั้นว่าร่าง พ.ร.บ.จริยธรรมสื่อฯ จะมีสมาชิกอภิปรายยาว จึงขอเลื่อนวาระแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาก่อน ซึ่งที่ประชุมครั้งนั้นก็เห็นด้วย อีกทั้งวันนี้เป็นการประชุมรัฐสภานัดพิเศษ ฉะนั้น จึงเป็นอำนาจประธานในการบรรจุวาระ ไม่ผิดข้อบังคับการประชุมรัฐสภาแต่ประการใด และเรื่องนี้ก็ได้เรียนให้ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาทราบแล้ว ทั้งนี้ เห็นว่าไม่จำเป็นต้องลงมติ แต่ถ้าสมชายยังติดใจ ตนยินดีที่จะถามมติให้
ทั้งนี้ สมชาย ยังยืนยันต้องการให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติ ทำให้เกิดความชุลมุนทันที ส.ส.ฝ่ายค้านพากันประท้วง ระบุ ส.ว.ไม่มีสิทธิเสนอญัตติเพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติได้
ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนลุกขึ้นมาสนับสนุนว่าเป็นอำนาจโดยชอบของชวนในการบรรจุวาระ จากนั้นเวลา 13.00 น. ชวนกดออดเพื่อให้สมาชิกแสดงตนเป็นองค์ประชุม ก่อนจะลงมติว่าเห็นควรจะรับญัตติของสมชายหรือไม่
ทั้งนี้ระหว่างรอให้สมาชิกแสดงตน จุลพันธ์ ประท้วงว่าหากเดินหน้าลงมติต่อไป และถ้ามติที่ประชุมชี้ว่าสิ่งที่ประธานกระทำไม่ชอบจะเกิดสิ่งที่ตามมามหาศาล ที่ผ่านๆ มาการประชุมนัดพิเศษจะเป็นโมฆะ ดังนั้นจะเดินหน้าลงมติไม่ได้ เพราะจะเดินหน้าสู่ทางตัน
ขณะที่ ชวน กล่าวว่า สมาชิกจะมีความคิดเห็นอย่างไรก็ตาม แต่ช่วยทำให้องค์ประชุมครบ อย่าประชดโดยไม่กดบัตรแสดงตน เพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้สมาชิกต้องให้ความเห็นอยู่ดี
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงนายชวน ว่า ทำผิดข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา เพราะวินิจฉัยญัตติที่ไม่ใช่ญัตติ จะเป็นการกระทำไม่ชอบในระบบรัฐสภาไทย และน่าอับอาย ถ้าประธานรัฐสภายังให้ลงมติ ตนและฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นญัตติที่ไม่ชอบ รัฐสภาไม่ควรกระทำเรื่องนี้ เราจะไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ทั้งสิ้น การตรวจสอบองค์ประชุมสามารถทำได้ แต่วัตถุประสงค์เพียงต้องการล้มองค์ประชุมโดยใช้วิธีไม่ชอบ รวมทั้งจะขอกล่าวหาชวน ด้วยว่าให้ความร่วมมือด้วย
ชวน กล่าวว่า สิ่งที่ทำวันนี้จะบันทึกว่าใครเข้าใจข้อบังคับกฎหมายอย่างไร ใครฉลาดมาก ฉลาดน้อยเพียงใด เมื่อเป็นญัตติ ก็ต้องขอมติจากที่ประชุม ตนไม่เห็นด้วยที่ นพ.ชลน่านจะใช้วิธีไม่ร่วม ขอให้เสียบบัตรแสดงตนร่วมเป็นองค์ประชุม
ชวนยืนยันให้มีการลงมติ จึงกดออดเรียกสมาชิกมาแสดงตนเป็นองค์ประชุมเพื่อลงมติ โดยรออยู่นานร่วม 40 นาที ก็ยังไม่มีท่าทีจะมีองค์ประชุมครบ ในที่สุดนายชวนจึงกล่าวว่า ขณะนี้มีตัวเลขสมาชิกอยู่แค่ 275 คน ไม่ครบองค์ประชุม ขอปิดประชุมในเวลา 13.35 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่รอสมาชิกแสดงตัวเป็นองค์ประชุมก่อนปิดประชุมนั้น ชวนได้กล่าวในตอนท้ายว่า ที่ตนพูดไม่ใช่ว่าจ้ำจี้จ้ำไช แต่ด้วยความปรารถนาดีกับทุกคน ในฐานะที่เป็นนักการเมืองรู้ว่าการจะเป็นผู้แทนได้ยากเย็นเพียงใด ทราบดีว่าไม่มีใครลอยมาหรือนอนมา ยกเว้นพระนำหน้า แต่ทุกคนมาด้วยความเหนื่อยยาก ตนก็เหนื่อยยากเป็นมา 16 สมัยไม่เคยสบาย ต้องเอาชนะมาด้วยความยุติธรรม ในสมัยที่มีการใช้เงินกันมาก การไม่ซื้อเสียงและไม่โกงเลือกตั้งยิ่งเหนื่อย ดังนั้นเรามีโอกาสมาเป็นผู้แทนฯ ที่เหลืออยู่เพียงสั้นๆ จึงควรทำหน้าที่ให้ดี และขอขอบคุณสมาชิกที่มาร่วมประชุมในวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเสียบบัตรแสดงตนปราฏว่าโซนที่นั่งฝั่ง ส.ว.มี ส.ว.นั่งอยู่ร่วมบางตา ส่วน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล แม้จะอยู่ในห้องประชุมก็ตาม แต่มีคำสั่งไม่ให้กดบัตรแสดงตนร่วมเป็นองค์ประชุม จึงทำให้รัฐสภาล่มเป็นครั้งที่ 3 นับจากต้นปี 2566



