แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวภายหลังการรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ในวันแรก (4 เมษายน 2566) ว่า หลัง กกต.ได้ตรวจสอบเอกสารทั้ง 49 พรรคการเมืองที่มายื่นสมัคร และได้จับสลากหมายเลขพรรคในช่วงเช้าที่ผ่านมา ทุกพรรคมีเอกสารครบถ้วน สามารถออกใบรับสมัครได้ครบทั้งหมด และได้หมายเลขตามลำดับที่จับสลากได้
นอกจากนี้ โดยภาพรวมการรับสมัครค่อนข้างเรียบร้อย มีปัญหาบ้างคือสถานที่คับแคบ จุดรับสมัครน้อย ในช่วงบ่ายมีพรรคการเมืองมายื่นสมัครอีก 5 พรรค แต่ถอนตัว 1 พรรค ทำให้ขณะนี้มีพรรคการเมืองมาสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 53 พรรคการเมือง และรับแจ้งรายชื่อบุคคล ซึ่งพรรคการเมืองจะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 16 พรรค 20 คน
เลขาฯ กกต. กล่าวด้วยว่า รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด กกต.จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเช่นเดียวกับ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หากพบว่าผู้สมัครรายใดไม่มีคุณสมบัติจะไม่ประกาศรายชื่อ ซึ่งผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ หากศาลฯ ไม่คืนสิทธิให้ พรรคการเมืองก็จะเหลือจำนวนผู้สมัครเท่าที่มีอยู่ ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกฎหมายกำหนดให้ กกต.เป็นเพียงผู้รับแจ้งชื่อเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ
ส่วนที่มีข่าวว่าบางพรรคเอกสารการสมัครไม่ครบทำให้การสมัครล่าช้า เลขาฯ กกต.ชี้แจงว่า เกิดจากการใช้เอกสารที่เป็นสำเนาที่พิมพ์มาจากคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เอกสารตัวจริง แต่ กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ได้ทำให้สาระสำคัญของการรับสมัครเสียไป หรือเอกสารไม่สมบูรณ์ จึงได้ดำเนินการรับสมัคร
เมื่อถามถึงกรณีบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตที่ไม่มีโลโก้ และชื่อพรรคการเมือง แสวง กล่าวว่า ได้คุยทำความเข้าใจกับหลายพรรคการเมือง ว่ารูปแบบบัตรที่ กกต.จะจัดพิมพ์ดีสำหรับพรรคการเมือง เพราะจากการถอดบทเรียนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มีบัตรเสียมาก เนื่องจากรูปแบบบัตรเลือกตั้งมีโลโก้และชื่อพรรค
อีกทั้งครั้งนี้กฎหมายกำหนดให้บัตรเลือกตั้ง 2 ประเภทต้องมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยแบบแบ่งเขตกำหนดให้มีช่องกาเครื่องหมายและหมายเลขเท่านั้น ส่วนแบบบัญชีรายชื่อกำหนดให้มีช่องกาเครื่องหมาย โลโก้ และชื่อพรรค ดังนั้นบัตรทั้ง 2 ใบจะทำเหมือนกันไม่ได้ และสีจะมีความแตกต่างกัน โดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการจัดพิมพ์ และเรื่องสีถือเป็นความลับ
แสวง ยืนยันว่า กกต.จะพยายามอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยจะให้ทุกหมายเลขของผู้สมัครทั้ง 2 ประเภทอยู่ในบัตรเลือกตั้งหน้าเดียว ซึ่งแบบแบ่งเขต ยอดผู้สมัครสูงสุด ขณะนี้ คือ 16 หมายเลข ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)
ส่วนบัญชีรายชื่อ แม้จะมีพรรคที่มีสิทธิส่งผู้สมัครรวม 60 พรรค ก็จะทำให้อยู่ในหน้าเดียวกันให้ได้ และในวันเลือกตั้ง นอกจากหน้าหน่วยจะมีการติดประกาศข้อมูลของผู้สมัครแล้ว ก็จะมีการติดป้ายไวนิลข้อมูลผู้สมัครไว้ในจุดที่ประชาชนไปใช้สิทธิในคูหาแล้วสามารถมองเห็นได้ เพื่อสามารถจดจำเบอร์ไปกาบัตรได้ถูกต้อง
นอกจากนี้ โดยภาพรวมการรับสมัครค่อนข้างเรียบร้อย มีปัญหาบ้างคือสถานที่คับแคบ จุดรับสมัครน้อย ในช่วงบ่ายมีพรรคการเมืองมายื่นสมัครอีก 5 พรรค แต่ถอนตัว 1 พรรค ทำให้ขณะนี้มีพรรคการเมืองมาสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 53 พรรคการเมือง และรับแจ้งรายชื่อบุคคล ซึ่งพรรคการเมืองจะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 16 พรรค 20 คน
เลขาฯ กกต. กล่าวด้วยว่า รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด กกต.จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเช่นเดียวกับ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หากพบว่าผู้สมัครรายใดไม่มีคุณสมบัติจะไม่ประกาศรายชื่อ ซึ่งผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ หากศาลฯ ไม่คืนสิทธิให้ พรรคการเมืองก็จะเหลือจำนวนผู้สมัครเท่าที่มีอยู่ ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกฎหมายกำหนดให้ กกต.เป็นเพียงผู้รับแจ้งชื่อเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ
ส่วนที่มีข่าวว่าบางพรรคเอกสารการสมัครไม่ครบทำให้การสมัครล่าช้า เลขาฯ กกต.ชี้แจงว่า เกิดจากการใช้เอกสารที่เป็นสำเนาที่พิมพ์มาจากคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เอกสารตัวจริง แต่ กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ได้ทำให้สาระสำคัญของการรับสมัครเสียไป หรือเอกสารไม่สมบูรณ์ จึงได้ดำเนินการรับสมัคร
เมื่อถามถึงกรณีบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตที่ไม่มีโลโก้ และชื่อพรรคการเมือง แสวง กล่าวว่า ได้คุยทำความเข้าใจกับหลายพรรคการเมือง ว่ารูปแบบบัตรที่ กกต.จะจัดพิมพ์ดีสำหรับพรรคการเมือง เพราะจากการถอดบทเรียนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มีบัตรเสียมาก เนื่องจากรูปแบบบัตรเลือกตั้งมีโลโก้และชื่อพรรค
อีกทั้งครั้งนี้กฎหมายกำหนดให้บัตรเลือกตั้ง 2 ประเภทต้องมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยแบบแบ่งเขตกำหนดให้มีช่องกาเครื่องหมายและหมายเลขเท่านั้น ส่วนแบบบัญชีรายชื่อกำหนดให้มีช่องกาเครื่องหมาย โลโก้ และชื่อพรรค ดังนั้นบัตรทั้ง 2 ใบจะทำเหมือนกันไม่ได้ และสีจะมีความแตกต่างกัน โดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการจัดพิมพ์ และเรื่องสีถือเป็นความลับ
แสวง ยืนยันว่า กกต.จะพยายามอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยจะให้ทุกหมายเลขของผู้สมัครทั้ง 2 ประเภทอยู่ในบัตรเลือกตั้งหน้าเดียว ซึ่งแบบแบ่งเขต ยอดผู้สมัครสูงสุด ขณะนี้ คือ 16 หมายเลข ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)
ส่วนบัญชีรายชื่อ แม้จะมีพรรคที่มีสิทธิส่งผู้สมัครรวม 60 พรรค ก็จะทำให้อยู่ในหน้าเดียวกันให้ได้ และในวันเลือกตั้ง นอกจากหน้าหน่วยจะมีการติดประกาศข้อมูลของผู้สมัครแล้ว ก็จะมีการติดป้ายไวนิลข้อมูลผู้สมัครไว้ในจุดที่ประชาชนไปใช้สิทธิในคูหาแล้วสามารถมองเห็นได้ เพื่อสามารถจดจำเบอร์ไปกาบัตรได้ถูกต้อง



