เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้สั่งการในที่ประชุม ครม. ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของประชาชน โดยกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานความมั่นคง ดำเนินการศึกษาถึงการกำหนดมาตรการ ให้ผู้ที่ถือปืนเถื่อนที่ไม่จดทะเบียน ให้นำปืนมาคืนภาครัฐ ในระยะเวลาที่กำหนด โดยถือว่า ไม่มีความผิด เพื่อเป็นการลดจำนวนปืนที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งจะต้องไม่ขัดกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เดี๋ยวจะมีออกเป็นพระราชกำหนดขึ้นมา เป็นเรื่องนี้และนิรโทษกรรมก่อน แล้วถึงจะนำปืนมาคืนได้ มาตรการสำคัญตรงนี้ ถือเป็นมาตรการสำคัญอีกมาตรการหนึ่ง
— เศรษฐา ทวีสิน
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการลดมาตรการปืนสวัสดิการ เพื่อทำให้การเข้าถึงอาวุธปืนที่เป็นภัยอันตรายต่อประชาชน ลดน้อยลงด้วย
ครม.อนุมัติหลักการ ‘พ.ร.บ.ชาติพันธุ์’ ให้กฤษฎีกา-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ก่อนส่งกลับมาอีกครั้ง
เศรษฐา เปิดเผยด้วยว่า ที่ประชุม ครม. ยังอนุมัติหลักการพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. ... รวมถึงการเสนอกฎหมายระดับรอง โดยให้สำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาและตรวจสอบร่าง พ.ร.บ.ของรัฐบาล, ร่าง พ.ร.บ.ของประชาชน และร่าง พ.ร.บ.ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เกิดความรัดกุม และไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นๆ และเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาและส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร
โดยขอให้ตั้งอยู่บนหลักการและความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้ง ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา

ไฟเขียว! ร่าง พ.ร.บ.กลุ่มชาติพันธุ์ ดันให้สัญชาติไทย-ส่งเสริมความเสมอภาคเท่าเทียม หวังสภาฯ ผ่านกฎหมายทันสมัยประชุมนี้
สอดคล้องกับ สริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม ทีเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เรียบร้อยแล้ว จากนี้ เป็นเรื่องที่จะเข้าสภาฯ ดำเนินการต่อไป ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ สืบเนื่องจากการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน เรื่องการส่งเสริมทุกเผ่าพันธุ์ให้มีสิทธิเท่าเทียมกัน ประกอบกับเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่เคยประกาศไว้ ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย มีจำนวนประมาณ 10 ล้านคน ในทั่วทุกภูมิภาค
จากการศึกษาก่อนที่จะออกมาเป็นร่างกฎหมายฉบับนี้ พบว่ามีปัญหาหลายมิติ ปัญหาหนึ่งคือการที่กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ได้สัญชาติไทย เขาจึงไม่มีสิทธิเท่ากับคนไทย เหมือนเราทิ้งเขาไว้ข้างหลัง จึงจำเป็นต้องมีร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้เขาได้รับการคุ้มครองในฐานะพลเมือง ให้เขาได้สัญชาติไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาดำเนินการต่อ เรื่องที่ทำมาหากิน เนื่องจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เกือบทุกส่วนอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน และพื้นที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราจึงจะให้ความคุ้มครองว่า เคยอยู่ตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น แต่มีเงื่อนไขว่า จะต้องประกอบอาชีพในพื้นที่โล่งเตียนอยู่แล้ว ต้องไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า
— สริมศักดิ์ พงษ์พานิช
ขณะเดียวกัน จะให้เจ้าของพื้นที่ ที่คอยอยู่ดูแลพื้นที่ป่า ให้ได้อยู่ต่อไปในลักษณะคนกับป่าอยู่ด้วยกัน นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมอาชีพ สิทธิ คุณภาพชีวิต สุขภาพอนามัย การท่องเที่ยว และซอฟต์พาวเวอร์ หากเราทำได้สมบูรณ์เรียบร้อย พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ 10 ล้านคน จากเดิมที่เคยเป็นภาระของรัฐบาล จะเป็นพลังสำคัญของรัฐบาล ในการดูแลการบุกรุกทำลายป่า และหากได้เป็นคนไทย 100% ก็จะเกิดความรักประเทศไทย ปฏิบัติตามหน้าที่พลเมืองไทยที่สมบูรณ์
จะมีการลงทะเบียนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้รู้ถิ่นที่อยู่ชัดเจน และต่อไปอาจต้องให้เข้าระบบทะเบียนราษฎร เพื่อให้ได้มีสัญชาติไทย ซึ่งน่าจะเป็นจุดสำคัญที่สุดของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งหากเข้าสภาฯ คงต้องเร่งพิจารณาให้ทันสมัยประชุมนี้ เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล และเป็นความต้องการของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย เชื่อว่า สส.ทุกพรรค จะให้ความสำคัญ และร่วมกันผลักดันผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะเป็นประโยชน์ส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมเสมอภาค ไม่ได้ริดลอนสิทธิประชาชนแต่อย่างใด
— สริมศักดิ์ พงษ์พานิช

กำชับ ‘สส.- ฝ่ายความมั่งคง’ ตรวจเข้มชายแดน ป้องกันลักลอบนำเข้าของผิดกฎหมาย
หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยังกล่าวถึงเรื่องความมั่นคงตามด่านชายแดนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ ทั้งหมูเถื่อน ยางพาราเถื่อน ซึ่งในระยะหลังมีความเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ราคาสินค้าเกษตรไทยดีขึ้น เพราะของเถื่อนไม่สามารถเข้ามาได้
ได้กำชับไปว่า ให้ สส.ในพื้นที่ และหน่วยความมั่นคง กองทัพบก กรมศุลกากร ให้เข้มงวด และหากเห็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายก็ขอให้แจ้งมา รัฐบาลจะได้บริหารจัดการ
— เศรษฐา ทวีสิน
ครม.ไฟเขียว! ยกเว้นตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูต-ราชการลิทัวเนีย
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาเรื่องการยกเว้นการตรวจลงตรา สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการระหว่างประเทศของสาธารณรัฐลิทัวเนีย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศ




