‘ภูมิธรรม’ ย้ำให้ ‘ทบ.’ ตรวจสอบปม ‘นายพล’ ขู่ใช้ ม.112 ‘แสตมป์’ แล้ว

20 ม.ค. 2568 - 12:33

  • มอบหมายแล้ว ! ‘ภูมิธรรม’ เผย ปมนายพลขู่ยัดคดี ม.112 ‘แสตมป์’ ให้ ‘ทบ.’ สอบสวนอยู่ วอนอย่าเหมารวมกองทัพมีปัญหา

  • รอรายงานผลสอบสวนเหตุระเบิดยิงสลุต พล.ร.9

  • ลั่น 30 ม.ค.นี้ รัฐบาลเปิดดีเดย์ปราบปราม ‘ยาเสพติด-คอลเซ็นเตอร์-ค้ามนุษย์’ ตามแนวทาง ‘ทักษิณ’

The_Minister_of_Defense_spoke_about_the_stamp_case_SPACEBAR_Hero_6f3348ee07.jpg

‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ‘อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข’ หรือ ‘แสตมป์’ นักร้อง ออกมาระบุว่าถูกนายพลข่มขู่จะยัดคดีมาตรา 112 ว่า เรื่องนี้โฆษกกองทัพบกได้ออกมาพูดแล้ว ให้เป็นไปตามกระบวนการ ถ้าตรวจสอบแล้วเป็นการข่มขู่จริง ให้กองทัพบกไปดำเนินการ  

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการนำเรื่องมาตรา 112 มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ภูมิธรรม กล่าวว่า ตกเป็นเครื่องมือมานานแล้ว มีทั้งเป็นเครื่องมือและมีทั้งการไปละเมิดจริง ต้องว่าไปตามกระบวนการ รัฐบาลประกาศนโยบายชัดเจนอยู่แล้วว่า ทุกพรรคการเมืองที่มาร่วมจะไม่ให้มีการละเมิดเรื่องมาตรา 112 ถือเป็นการกระทบกับสถาบันหลักของประเทศ  

เมื่อถามว่า จะมีการกำชับหน่วยงานของทหารหรือไม่ว่า อย่าเอาเรื่องนี้ไปแอบอ้างหรือไปหาประโยชน์ ภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดบนฐานข้อเท็จจริง ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนเป็นเพียงข่าวขึ้นมา และทางกองทัพเปิดให้มีการสอบสวน และให้มีการร้องขอมาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เพียงแค่กรณีเดียวอย่ามาบอกว่า กองทัพมีปัญหา ซึ่งขอให้ไปดูตามข้อเท็จจริง ต้องไปดูว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร ไม่อยากให้เอาประเด็นใดประเด็นหนึ่งแล้วมาบอกตำรวจทำอย่างนั้น กองทัพทำอย่างนี้ ต้องมาดูข้อเท็จจริง ไม่อยากให้สรุปเร็วเกินไป เมื่อถามว่า อภิวัชร์ย้ำว่าการข่มขู่เป็นเรื่องจริง ภูมิธรรม กล่าวว่า เราดูเรื่องความมั่นคง อย่าไปลงรายละเอียดเลย     

พร้อมกล่าวถึงประเด็นอุบัติเหตุระหว่างการยิง สลุต ที่ พล.ร.9 จ.กาญจนบุรี เนื่องในวันกองทัพไทย จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย ว่า เป็นเรื่องเกิดระหว่างการปฏิบัติปกติ ก็ให้มีการสอบสวนมา จะไปล้วงลูกทุกเรื่องไม่ได้ เชื่อว่า เดี๋ยวจะมีรายงานมา 

นอกจากนี้ ภูมิธรรมได้กล่าวถึงกรณี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศบนเวทีช่วยหาเสียงนายกอบจ.พรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน ว่าจะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามปัญหาคอลเซ็นเตอร์และปัญหายาเสพติดในระยะเวลา 1 ปี ว่า เรื่องนี้ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้จัดการปัญหาเรื่องยาเสพติด ขณะนี้ทางรัฐบาลก็เอาจริงเอาจังอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งแรกที่กำลังดำเนินการอยู่คือการป้องกันจากต้นทางให้ไม่สามารถเข้าประเทศไทยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีการประชุมร่วมกันกับทุกหน่วยงาน และวันที่ 30 ม.ค.นี้จะเป็นวันดีเดย์ที่จะมีการประชุมร่วมกันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจจะมาชี้แจงพร้อมกัน หากใน 6 เดือนไม่เห็นผลก็จะมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นในการดำเนินการให้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“หากเจ้าหน้าที่ท่านใดรู้สึกว่าการทำงานนี้ไม่เหมาะสมก็จะให้สิทธิสมัครใจย้ายได้ แต่ไม่ใช่เป็นการย้ายไปในที่ๆดีขึ้น แต่เป็นการย้ายเพราะทำงานสำคัญไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะนายอำเภอ และผู้กำกับที่ต้องดูแลในจุดที่เล็กลงไปให้ได้”

ภูมิธรรม กล่าว

ภูมิธรรม กล่าวว่า การทำงานในพื้นที่ชายแดนเกี่ยวข้องทั้งกับปัญหายาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ ซึ่งการป้องกันในครั้งนี้เป็นเส้นทางเดียวกัน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องความมั่นคงที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งจะดำเนินการอย่างเข้มข้นและจริงจัง  

เมื่อถามถึงปัญหาเพื่อนบ้านลักลอบเข้าเมืองที่ล่าสุดมีชาวอินโดนีเซียลักลอบเข้าประเทศไทย 32 คน ภูมิธรรม กล่าวว่า จาก 32 คน เท่าที่เช็คแล้วมีทั้งหมด 12 คน แบ่งเป็นเดินทางผ่านด่านตม.สุวรรณภูมิไปยังจังหวัดตาก 8 คน และ 4 คนไม่ทราบ แต่ว่าทุกคนได้แสดงวีซ่าและอ้างว่ามาท่องเที่ยว ส่วนอีก 20 คนก็ยังไม่ทราบจุดประสงค์ กำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ซึ่งในส่วนของ 20 คนที่ยังไม่ทราบ มีทางเข้าออกด่านหลายทางทั้งบินตรงจากย่างกุ้ง และจากจีนโดยตรงและเมียวดี ซึ่งตรงนี้ก็จะสอบสวนกันอีกครั้งหนึ่ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์