ยิ้มรับฉายา ‘ทวีไอพี’ ปัด 2 มาตรฐาน

24 ธ.ค. 2567 - 11:43

  • ‘ทวี’ ยิ้มรับฉายา ‘ทวีไอพี’ ปัด สองมาตรฐาน ‘ปมทักษิณ’ ยันพักโทษมีทุกเดือน แต่ไม่เป็นข่าว

  • เผย 12 จนท.มีความมั่นใจสู้คดีใน ‘ป.ป.ช.’ ไม่หวั่นแพทยสภาลุยสอบวิชาชีพ

  • สั่ง ‘ดีเอสไอ’ ตรวจสอบข้อเท็จจริง รื้อคดี ‘แตงโม’ ก่อนยื่นอัยการสูงสุดหรือไม่

The_Minister_of_Justice_gave_an_interview_about_the_nickname_SPACEBAR_Hero_76ff4e96af.jpg

‘พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง’ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงฉายา ‘ทวีไอพี’ ว่า ต้องขอบคุณในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ แต่อยากให้สนใจการทำงานของ รมว.ยุติธรรม หากมองในแง่บวก  IP คือ Internet public ซึ่งอยากใช้ฉายานี้ให้เป็นประโยชน์ เพราะต้องการนำความยุติธรรมไปถึงประชาชน สิ่งที่อยากจะทำในปีใหม่นี้ คือ การขจัดปัญหายาเสพติด คงไม่เรียกว่าสงครามยาเสพติด แต่จะแก้ไขปัญหาอย่างไรให้ประชาชนมีความปลอดภัย รวมถึงความยากจนซึ่งกระทรวงยุติธรรมดูเรื่องหนี้สิน และการขจัดผู้มีอิทธิพลและคอร์รัปชั่น ตลอดจนการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็นสิ่งที่จะต้องทำให้เร็ว เพื่อประชาชนทุกคน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า  ความยุติธรรมถูกมองว่าสองมาตรฐานและเป็นความยุติธรรมที่เข้าถึงเฉพาะบุคคล พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ยังไม่เคยมีใครที่ไม่เคยเข้าไปช่วยเหลือ เพียงแต่อาจมีความรู้สึก หากดูเรื่องการพักโทษ ก็ได้ให้นโยบายว่าหากใครที่เข้าเกณฑ์โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งในแต่ละเดือนค่อนข้างมีมาก โดยตามกฎหมายการพักโทษคือยังรับโทษอยู่ เพียงแต่เราเชื่อว่าเขาจะไม่ไปก่ออาชญากรรม หรือบางคนมีอาการเจ็บป่วยหากใครคิดว่าไม่เป็นธรรมและมองว่าเป็นสองมาตรฐานถ้าเราเข้าช่วยเหลือได้ก็จะช่วยเหลือเต็มที่ ส่วนที่มีการมองว่ากลุ่มการเมืองจะได้รับการพักโทษเป็นลำดับแรกนั้นไม่น่าจะใช่ การพักโทษมีอยู่ทุกเดือน เพียงแต่ไม่ได้ออกมาพูดหรือเป็นข่าว ซึ่งยังเชื่อในการสำรวจความคิดเห็นและความเชื่อมั่นของประชาชน แต่ภาพที่เห็นก็จะนำไปปรับปรุงในการทำงาน  

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มต่อต้าน ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีไปยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. เร่งรัดให้ตรวจสอบ 12 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับชั้น 14 พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นข้อเสนอของกลุ่มดังกล่าว ซึ่งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ทางกรมราชทัณฑ์ได้เชิญตนไปประชุมและได้พบกับ 12 คน โดยทุกคนมีความมั่นใจเพราะทำตามระเบียบและกฎหมาย เชื่อมั่นว่ามีพยานหลักฐานสำหรับในส่วนของราชทัณฑ์ ส่วนโรงพยาบาลตำรวจนั้น ย้ำเสมอว่าได้เห็นหลักฐานในช่วงที่ครบรอบ 120 วัน คณะกรรมการก่อนที่จะมีการพิจารณาได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเรื่องการป่วย ซึ่งเป็นทีมแพทย์ทั้งหมด เชื่อมั่นว่าหากมีหลักฐานที่ปรากฏตามที่เห็นและส่งไปให้ ป.ป.ช. จะเป็นมาตรฐานที่ยอมรับได้ ต้องเรียนว่านายทักษิณต้องราชทัณฑ์ 6 เดือน 

แม้จะไม่ได้อยู่ในเรือนจำ แต่เราได้เขียนกฏหมายและกฎกระทรวงเอาไว้ให้โรงพยาบาลเป็นที่ควบคุม รวมทั้งมีหนังสืออายัดตัวด้วย เป็นมุมที่กรมราชทัณฑ์ได้ทำตามมาตรฐาน ส่วนภาพของทักษิณที่ดูแข็งแรงมากจนไม่เหมือนคนป่วยนั้น นั่นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง บางคนมองภาพภายนอกดูแข็งแรงแต่ภายในอาจป่วย เราต้องเชื่อแพทย์ ทุกอย่างต้องเชื่อแพทย์ และเราไม่ได้เชื่อทั้งหมดเพราะแพทย์ แต่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่ตนเปิดเผยไม่ได้ ซึ่งในระหว่างประชุม แพทย์ที่เข้าประชุมได้ชี้ว่าตรงนี้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น ผลเอ็มอาร์ไอ 

เมื่อถามถึงกรณีแพทยสภาตรวจสอบว่าแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจได้ปฏิบัติโดยยึดตามหลักวิชาชีพหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราต้องอยู่บนพื้นฐานความจริง อย่าไปอยู่บนความกลัว เชื่อมั่นว่าถ้าทุกคนได้รับความจริง เขาก็ต้องใช้ดุลยพินิจ ซึ่งเราเคารพทุกหน่วยงาน เมื่อถามย้ำว่า หากแพทย์ทำตามหลักวิชาชีพถูกต้องตามกระบวนการก็ไม่มีอะไรต้องกลัวใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราเชื่อมั่นในการทำงาน และเป็นการทำงานตามปกติ แม้ขณะนั้นตนไม่ได้เป็นรมว.ยุติธรรม แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งได้เห็นหลักฐานและดูอย่างละเอียด รวมถึงให้ฝ่ายกฎหมายได้ตรวจสอบด้วย 

เมื่อถามถึงกรณีทักษิณ จะขออนุญาตศาลอาญาออกนอกประเทศเพื่อไปพบกับ ‘อันวา อิบราฮิม’ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่เมืองลังกาวี ประเทศมาเลเซียในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ได้หรือไม่ เนื่องจากยังมีคดีมาตรา 112  พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า ไม่ทราบและไม่ได้ติดตาม หากศาลห้ามไปก็ต้องขออนุญาตศาล   

ทั้งนี้ ได้กล่าวถึงกรณี ‘อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์’ ขอให้กระทรวงยุติธรรม ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อขอรื้อคดีเสียชีวิตปริศนาของ ‘นิดา พัชรวีระพงษ์’ หรือ ‘แตงโม’ ว่า เท่าที่มายื่นเรื่องที่กระทรวงยุติธรรมเหมือนจะให้ รมว.ยุติธรรมทำหนังสือไปถึงอัยการสูงสุด แต่ในเบื้องต้นได้ส่งไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบข้อเท็จจริง  

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูรายละเอียดแล้วมองว่ามีข้อมูลอะไรที่จะสามารถรื้อฟื้นคดีได้บ้างหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นถึงขนาดนั้น แต่เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งก่อนที่ตนจะทำหนังสือไปยังอัยการสูงสุดจะต้องมีการตรวจสอบเสียก่อน    

เมื่อถามว่า จะมีการวางกรอบเวลาให้ดีเอสไอในการตรวจสอบกี่วัน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องสั่งให้ทำเร็ว เพราะบางเรื่องเป็นคำพิพากษาของศาล ดังนั้นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ 

พร้อมเปิดเผยถึงของขวัญปีใหม่ของกระทรวงยุติธรรมที่นำมามอบให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า มอบไปแล้วเป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติของกระบวนการยุติธรรม ส่งไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งรัฐมนตรีต่าง ๆ ก็เอาส่วนของหน่วยงานตนเองมาแลกเปลี่ยนกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์