สมช. ชง 6 ข้อ สอบพิรุธ ‘เมียนมา’ ฟันตัดไฟ - มท. โยนเผือกร้อน ‘ครม.-ภูมิธรรม’

3 ก.พ. 2568 - 13:36

  • สมช. ชง 6 ข้อ พิจาณาตัดไฟ ‘เมียนมา’ ยึดหลักฐานความมั่นคง โยงพื้นที่เอี่ยว ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ ส่งข้อมูลให้ ‘มหาดไทย-กฟภ.’ พิจารณาตัดไฟ พร้อมให้ กต. ประสานเมียนมาตั้ง ‘คณะกรรมการร่วม’ ลงพื้นที่แก้ปัญหา

  • รองปลัดมหาดไทย แจงอำนาจ ผู้ว่าฯ พบใช้ไฟผิดกฎหมาย ต้องส่งข้อมูลให้ สมช. เหตุสัญญาตัดไฟได้ต้องกระทบความมั่นคง

The_National_Security_Council_PEA_SPACEBAR_Hero_5bf90e0bb4.jpg

สมช. โยน 6 ข้อ สอบพิรุธ ‘เมียนมา’ ใช้ไฟโยง ‘คอลเซ็นเตอร์’

ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยภายหลังประชุม กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประมวลข้อมูลด้านความมั่นคงเพื่อส่งให้ กฟภ. พิจารณา ระงับการจ่ายไฟพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นฐานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งหมด 5 จุด ประกอบด้วย จุดซื้อขายบริเวณบ้านเจดีย์สามองค์ - เมืองพญาตองรัฐมอญ  ,จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณบ้านเหมืองแดง - เมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน เมียนมา,จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณสะพานมิตรภาพไทย - พม่า - เมืองท่าขี้เหล็ก  ,จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณสะพานมิตรภาพไทย - พม่า แห่งที่ 2 - อ.เมียวดี ,และจุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณบ้านห้วยม่วง - อ.เมียวดี  ว่า  ที่ผ่านมา สมช. มีการติดตามมีการติดตามเรื่องการหลอกลวงออนไลน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แล้วเมื่อ 31ม.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและกระทรวงมหาดไทยในการกำหนดแนวทางที่ชัดเจน ข้อมูลให้เกิดความรอบคอบในการตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูลให้รอบคอบมากขึ้น ซึ่ง สมช. ก็มีข้อมูลที่จะส่งให้ กระทรวงมหาดไทย และ กฟภ.อยู่แล้ว 

โดยที่ประชุมได้ประมวลข้อมูลด้านความมั่นคง มีหลักฐานที่เชื่อมั่นและมีหลักฐานปรากฏระดับหนึ่งที่จะส่งให้ กระทรวงมหาดไทยและ กฟภ. โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอาญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา ซึ่งพบข้อมูลสำคัญ 6 ประเด็น ดังนี้

1.ข้อมูลด้านความมั่นคง พื้นที่ตั้งจุดต่างๆ ที่เชื่อว่ามีความเสี่ยง และมีหลักฐานระดับหนึ่งว่าเกี่ยวพันกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผ่านมามีหลายจุด ทั้งที่ แม่สาย เมียวดี พญาตองซู

2.พบว่ามีความเชื่อมโยงของบุคคลในบริษัทสัมปทาน กับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงบ่อนกาสิโน ซึ่งเป็นเรื่องของตัวบุคคลที่อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าเชื่อมโยงกับการจำหน่ายไฟในเมียนมา

3.พบข้อมูลเรื่องการใช้ไฟเพิ่มผิดปกติและมีความต้องการขอการใช้ไฟเพิ่ม โดยไม่สามารถอธิบายได้ว่าจะเอาไปทำอะไร ถือว่ามีความพยายามในช่วงที่ผ่านมา แต่เราไม่ได้อนุมัติไป

4.รัฐบาลไทยเคยตัดไฟไปแล้วที่ ชเวโกะโก กับ เจเจพาร์ค แต่ก็ปรากฏว่ายังสามารถประกอบกิจการได้ อาจจะเป็นการใช้น้ำมันปั่นไฟหรือไม่ ก็ต้องไปดู

5.เราเห็นว่าสัดส่วนการใช้ไฟเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพิจารณา แต่ละจุดเป็นอย่างไร จะได้นำมาประกอบการพิจารณาจึงมีการขอข้อมูลจากในพื้นที่

6.จุดที่มีการตัดไฟไปแล้วเราก็พบว่ามีหลักฐานบางอย่างเชื่อมโยงว่ามีการเปิดเส้นทางใหม่ ด้วยการเอาใช้ไฟจากจุดอื่นมายังจุดที่ตัดไฟไปแล้ว

ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จัดส่งให้ กฟภ. และกระทรวงมหาดไทยไปพิจารณาตามกฎหมาย และเงื่อนไขที่กำหนดกับบริษัทคู่สัญญา

ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า สมช. มีมติสามเรื่อง คือ สมช. ประมวลข้อมูลด้านความมั่นคงทั้งหมดส่งให้ กฟภ. นำข้อมูลไปเจรจากับบริษัทคู่สัญญาเพื่อพิจารณากำหนดมาตรการที่เหมาะสม ให้เป็นไปตามสัญญาจากมาตรการเบาไปหาหนักในการพิจารณาจ่ายไฟ

ล่าสุดการไฟฟ้าทำงานเชิงรุก โดยได้แจ้งบริษัทคู่สัญญาไปแล้วว่ามีความกังวลเรื่องการใช้ไฟที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นตามสัญญา ซึ่งได้มีส่งหนังสือแจ้งไปแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว

ขณะเดียวกันมีมติให้กระทรวงการต่างประเทศประสานกับรัฐบาลเมียนมาในการที่จะไปกำชับให้บริษัทคู่สัญญาซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐบาลเมียนมาอนุมัติให้มาทำสัญญาสัมปทานกับไทย เพื่อไปตรวจสอบว่าตรงไหนมีขายไฟในจุดที่ไม่เหมาะสมและขายไฟให้กับกลุ่มผิดกฎหมาย 

รวมทั้งขอให้มีคณะทำงานตรวจสอบจากฝั่งไทยร่วมกับเมียนมา ว่าจุดไหนที่ยังมีปัญหาอยู่เพื่อเห็นชอบตรงกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นมาตรการเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นกับบริษัทคู่สัญญาของ กฟภ. ใน 5 จุด เป็นมาตรการเฉพาะหน้า

ส่วนระยะยาว ต้องย้อนดูมติ ครม. ในการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่ปี 2537 ที่เห็นแก่ เรื่องการค้าชายแดน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเรื่องมนุษยธรรมกับประชาชนตามแนวชายแดนจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงอนุญาตให้มีการจำหน่ายไฟฟ้า 

แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมีกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มที่ทำผิดกฎหมายต่างๆใช้ประเทศเพื่อนบ้านในการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว  ต้องเป็นเรื่องที่ไทย ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ปัญหาร่วมกัน สมช. ก็จะมีการประเมินภาพรวมรอบประเทศไทยว่ามีปัญหาแบบนี้หรือไม่เพื่อจะได้มีการทบทวนและกำหนดนโยบายให้เหมาะสมในเรื่องนี้โดยนำประสบการณ์ปัญหาที่พบเจอมาประกอบการพิจารณาว่าจะปรับแก้นโยบายหลักเกณฑ์เงื่อนไขอย่างไรให้มีความเหมาะสม

ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า จะรีบทำหนังสือส่งให้กระทรวงมหาดไทยและ กฟภ. ภายในบ่ายวันนี้ ส่วนมาตรการจะเบาไปหาหนักนั้นขึ้นอยู่กับ กฟภ. ที่ต้องดูเงื่อนไขว่ามีขั้นตอนอย่างไร เช่น การงดจ่ายไฟจะงดแบบไหน แต่ทั้งหมดเราก็คำนึงถึงผลกระทบกับประชาชนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องดูตามความเหมาะสม

ย้ำว่าที่ผ่านมาไม่ใช่โยนกันไปโยนกันมา เ_พราะต่างคนต่างมีหน้าที่ย้ำเรื่องข้อกฎหมายกระบวนการทำงานในปัจจุบันต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจน_ และ สมช. มีข้อมูลด้านการข่าว การไฟฟ้าสามารถให้ข้อมูลด้านความมั่นคงกับ กฟภ. และกระทรวงมหาดไทยได้ อย่างไรก็ตามจะดำเนินการให้เร็วที่สุด และ กฟภ. จะนำมติวันนี้ไปเจรจา กับคู่สัญญา 

เมื่อถามว่าจากข้อมูลที่ฝ่ายไทยมีทั้ง 5 จุดสามารถตัดสินใจตัดไฟได้เลยหรือไม่ ฉัตรชัย ย้ำว่าเป็นข้อมูลที่ปรากฏในระดับหนึ่ง รายละเอียดคู่สัญญาแต่ต้องมีการพูดคุยกับบริษัทคู่สัญญาด้วย แต่ถ้าจะให้ชัดมากๆ ต้องมีคณะไปตรวจสอบให้ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนก่อน เชื่อว่าเมียนมาก็ต้องการแก้ปัญหานี้เช่นกัน

กฟภ. ชี้เอาให้เคลียร์ ต้องข้ามไปดูฝั่ง ‘เมียนมา’

ขณะที่ ประสิทธิ์ จันทร์ประสิทธิ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า ปัจจุบันทาง PEA มีข้อมูลบริษัทที่ได้สัมปทาน ซึ่งประเทศเมียนมาที่ท่าขี้เหล็ก คือ บริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป (พีแอนด์อี) จำกัด แต่ถ้าเป็นที่แม่สอดมี 2 บริษัท และที่พญาตองซู 1 บริษัท ซึ่งทั้งหมดมีประมาณ 4 บริษัท ตอนนี้ข้อมูลทางความมั่นคงหลังจากที่ได้ประชุมวันนี้ก็ได้ประโยชน์ จะนำไปดำเนินการต่อไป 

ส่วนจะดำเนินการตัดไฟได้เลยหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าทำผิดก็ตัดได้ เพียงแต่ว่ากระบวนการต่างๆ ต้องรอบคอบและรัดกุม ยืนยันจะดำเนินการอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนเรื่องการลงพื้นที่ไปตรวจสอบนั้นจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ซึ่งข้อมูลมีมาจำนวนหนึ่งแล้วที่เราสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนการที่จะงดจ่ายไฟก็ต้องไปตรวจสอบก่อน

เมื่อถามว่าหากลงพื้นที่ไปแล้วประกอบกับหลักฐานที่มีอยู่ซึ่งมีจำนวนมากจะสามารถดำเนินการตัดไฟได้เลยใช่หรือไม่ ประสิทธิ์ ระบุว่า เราต้องมองเรื่องของกฎหมาย มติ ครม. และเราก็สามารถเสนองดจ่ายไฟเข้าที่ประชุม ครม. ได้เลย และหาก ครม. อนุมัติก็งดจ่ายไฟได้ทันทีซึ่งการลงพื้นที่นั้นต้องข้ามไปฝั่งเพื่อนบ้าน เพราะเป็นการลงพื้นที่จริง ซึ่งหากบริษัทที่ได้รับสัมปทานยืนยันว่าไม่มีการกระทำผิด เราก็ต้องไปตรวจสอบ

ส่วนในสัญญาที่ให้กับบริษัทที่ได้รับ สัมปทานได้ระบุไว้หรือไม่ว่าหากนำไฟไปใช้ผิดประเภทจะตัดไฟทันที ประสิทธิ์ กล่าวว่า ในสัญญาระบุไว้ว่า ถ้านำไปใช้แล้วกระทบต่อความมั่นคง เพราะฉะนั้นความมั่นคงก็เลยเกี่ยวข้องกับที่ประชุมสภาความมั่นคงวันนี้

เมื่อถามว่ามีโอกาสจะเสนอที่ประชุม ครม. ในวันอังคารนี้ (4ก.พ.) เลยหรือไม่ว่าให้งดจ่ายไฟไปก่อน ประสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูหลักฐานทั้งหมดเพื่อจะนำมาประมวล ถ้าเรื่องงดจ่ายไฟก็ต้องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยต้องไปลงพื้นที่ก่อน อย่างเร็วที่สุดซึ่งก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน และวันนี้มีคณะกรรมการของ PEA ที่ได้เดินทางไปดูมาบ้างแล้ว ที่ อ.แม่สาย และ อ.แม่สอดก็ไปมาแล้ว แต่ไปฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันนี้เรายังไปแค่ชายแดน ไม่ได้ข้ามไปฝั่งเพื่อนบ้าน

ส่วนกรณี รังสิมันต์ โรม ประธานกมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทยยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ออกมาเปิดเผยว่ามีการพยายามขอใช้ไฟไปจากพื้นที่ที่มีการงดจ่ายไฟไปแล้ว ประสิทธิ์ กล่าวว่า ณ วันนี้ถึงแม้จะมีขอ เราไม่ให้แน่นอน และกำลังพิจารณาว่าที่ขายอยู่ ถ้าหมดสัญญาไปแล้ว เราจะใช้เงื่อนไขนี้ ในการที่จะไม่ขายไฟต่อ ถ้าเกิดเขาเอาไปขายในสิ่งที่ผิดกฎหมาย เราจะไม่ต่อสัญญาด้วยซ้ำ ซึ่งสัญญามีแต่ละจุดๆไป จุดละ 3-5 ปี

‘มหาดไทย’ โยนบอมบ์ ‘ครม.-ภูมิธรรม’ เซ็นตัดไฟ ‘เมียนมา’

ชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงถึงอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในการร่วมกับหน่วยงาน เพื่อตรวจสอบการใช้ไฟฟ้า ว่า หากมีข้อมูลข้อเท็จจริงทางการข่าว และเห็นชัดว่าอะไรมีการนำกระแสไฟฟ้าจากฝั่งไทยไปใช้ ในกิจกรรมที่ เป็นอาชญากรรมหรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทางกระทรวงมหาดไทยสามารถรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ มาประกอบการพิจารณา เพราะ กฟภ. มีสัญญาที่ระบุไว้ว่า เราสามารถที่จะเลิกหรืองด และบังคับตามสัญญาในการจ่ายกระแสไฟฟ้า แล้วถ้าพบว่ามีผลกระทบต่อความมั่นคง 

ดังนั้นจึงนำข้อมูลเข้ามาพูดคุยกับ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อรวบรวมข้อมูล ให้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้รับทราบว่า การใช้ไฟในพื้นที่นั้นๆ กระทบต่อความมั่นคงหรือไม่ก่อนจะ ให้การไฟฟ้า นำข้อมูลเหล่านี้ ไปพิจารณาตามสัญญา หากมีความชัดเจนก็สามารถดำเนินการตามสัญญาได้เลย หรือหากยังไม่มีความชัดเจนมากพอ ก็ต้องไปสอบถามคู่สัญญา รวมทั้งลงไปตรวจสอบพื้นที่ เพราะบางครั้งคู่สัญญาอาจจะตอบว่าไม่กระทบ แต่จะช่วยได้หรือไม่ ก็ต้องนำข้อมูลมาประกอบกับทาง สมช. นอกจากนี้หากข้อมูลยังไม่ชัดอีก ก็ต้องมีการตั้งทีมลงไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริสุทธิ์ที่ใช้ไฟ และผู้ที่ทุจริตใช้ไฟโดยไม่ชอบ

ชำนาญวิทย์ กล่าวต่อว่า แนวทางเหล่านี้ กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ส.ค.2567 โดยการทำหนังสือไปสอบถามยังหลายหน่วยงาน ทั้งแนวทางการตัดน้ำตัดไฟรวมถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ต หากได้ข้อสรุปก็เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการตามสัญญาได้ทันที 

ส่วนอำนาจการตัดไฟอยู่ที่ กฟภ.หรือ ต้องนำเข้าที่ประชุม ครม. นายชำนาญวิทย์ กล่าวว่า ตอนที่อนุญาตให้ขายไฟ เป็นมติ ครม. เพราะฉะนั้นการที่จะงดขาย ต้องไปดูว่า ตอนอนุญาตมีเงื่อนไขอย่างไร ซึ่งตามมติ ครม. มีการพูดถึงเรื่องความมั่นคง จึงถูกนำมาเขียนไว้ในสัญญา ทำให้ต้องพ่วงกับ สมช. 

ดังนั้นเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ จะต้องถามทั้งจากกระทรวงการต่างประเทศ และสมช. เพื่อนำมาประกอบ ว่าผิดตามเงื่อนไขหรือไม่หากพบก็สามารถบังคับตามเงื่อนไขได้ทันที พร้อมย้ำว่าการจะตัดไฟได้ ต้องยึดตามสัญญา ซึ่งในสัญญาระบุไว้ประตูเดียว ว่าจะต้องกระทบต่อความมั่นคงเท่านั้น

เมื่อถามย้ำว่าบุคคลที่จะมีอำนาจเซ็นในการตัดไฟฟ้าได้คือ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ใช่หรือไม่ ชำนาญวิทย์ กล่าวว่า เพราะ ภูมิธรรม คุม สมช.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์