3 มกราคม 2567 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ ‘งบปี 67 ไม่ตรงปก Ep.1’ มีข้อความระบุว่า
“ดูงบประมาณ 3.48 ล้านล้าน ที่รัฐบาลเสนอแล้ว หมดหวัง ไม่เห็นอนาคต เสียดายเงินภาษีของประชาชน!!!
ไม่มีอะไรที่แตกต่างจากงบประมาณในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ แถมแย่กว่า เช่น งบกลาโหมและงบกลางที่อยู่ในอำนาจนายกฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าสมัย พล.อ.ประยุทธ์ เสียอีก ขณะที่มีงบลงทุนมีเพียง 20.6% หรือแค่ 717,722 ล้าน (ตามกฎหมายกำหนดเป๊ะ) แต่ไม่เห็นการจัดงบในการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ขจัดความยากจน และความเหลื่อมล้ำตามที่ คุณเศรษฐา ประกาศตอนหาเสียง”

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุต่อว่า ขอยกเป็น 7 ประเด็นในการจัด งบไม่ตรงปก ไม่ตอบโจทย์ และขอลงรายละเอียดให้เห็นในตอนต่อไป
1.การแก้ไขปัญหาความยากจน การสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกร ที่ไม่ใช่แค่การพักหนี้ และการเอาเงินไปแจก แต่คือการสร้างโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน รวมทั้งการลดรายจ่าย
2.การพัฒนาศักยภาพคนไทยในการสร้างอาชีพ รวมทั้งความรู้ในเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และดึงดูดการลงทุน
3.การสร้างแต้มต่อในการทำมาหากินของ #คนตัวเล็ก #SMEs #คนรุ่นใหม่ ทั้งทุน ความรู้ เทคโนโลยี และตลาด
4.การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งปัญหา PM.2.5, การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร, ขยะของเสียต่างๆ
5.การส่งเสริมให้ภาคประชาชนผลิตและมีพลังงานสะอาดใช้ โดยการสนับสนุนของรัฐบาล
6.การรองรับ และแก้ปัญหาสังคมผู้สูงวัย ที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของคนไทยโดยตรง
7.การส่งเสริมการสร้างรายได้เข้าประเทศ เช่นงบส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ภาคเอกชน, งบส่งเสริมศักยภาพเกษตรกร และเอกชนในการส่งออก
“นี่แค่ 7 ตัวอย่างที่ดิฉัน และ #ไทยสร้างไทย ตรวจสอบแล้ว เห็นว่าการจัดงบประมาณปี 67 นี้ ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ ไม่สามารถสร้างความหวังให้คนไทยได้เห็นอนาคตที่ดีขึ้นได้”

วันเดียวกันที่รัฐสภา (3 มกราคม) นายกัณวีร์ สืบแสง สส.พรรคเป็นธรรม กล่าวถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ว่า การอภิปรายงบประมาณในครั้งแรกของตนเองไม่รู้สึกหนักใจ แต่ที่หนักใจคือร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่ทางรัฐบาลได้เสนอมา เพราะเห็นว่ามีปัญหา 3 ส่วน
คือร่างดังกล่าวไม่แตกต่างจากปีที่แล้วเหมือนเป็นการตัดแปะ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลมากเพราะ เพราะประชาชนมีความคาดหวังกับรัฐบาลที่นำโดยนายเศรษฐ ทวีสิน ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไม่ทำงานแบบเดิมๆ แต่เท่าที่เห็นมีแผนงานเดิมเก่ามาเรื่อยๆ ซึ่งประชาชนรอการเปลี่ยนแปลงมา 9 ปี แต่ยังคงเห็นงบแบบเดิมเช่นงบฝากเลี้ยง และยังฝากเลี้ยงต่อมาเรื่อยๆ ดังนั้นแบบนี้ประชาชนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
กัณวีร์ กล่าวว่า ตอนนี้นโยบายในปัจจุบันก็ไม่ตรงปก งบประมาณก็ไม่ตรงปกอีก และกระทรวงต่างๆ ก็ไม่ตอบโจทย์ในภารกิจหลัก สำหรับตนเองจะมีการอภิปรายในวันพรุ่งนี้ (4 มกราคม) โดยจะอภิปรายในประเด็นเรื่องความมั่นคงที่ไม่ใช่ความมั่นคงกระแสหลัก เรื่องชายแดนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความมั่นคงของมนุษย์ โดยจะเตรียมความพร้อมในเรื่องกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ
กัณวีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนการอภิปรายวันนี้จะเป็นการอภิปรายในภาพรวม เกี่ยวกับเศรษฐกิจปากท้องและสภาพแวดล้อมของประชาชน และพรุ่งนี้จะเป็นเรื่องความมั่นคงความเหลื่อมล้ำ ส่วนสุดท้ายจะเป็นเรื่องทรัพยากรมนุษย์
ทั้งนี้การเตรียมความพร้อมของฝ่ายฝ่ายค้านมีการร่วมมือกันเป็นอย่างดี โดยมีการแบ่งหน้าที่ และเวลา โดยพรรคก้าวไกลจะได้เวลา 380 นาที พรรคประชาธิปัตย์200 นาที ไทยสร้างไทย 60 นาที พรรคเป็นธรรม20 นาที และพรรคเล็กอีกสามพรรคจะได้พรรคละ 10 นาที โดยการอภิปรายจะมีการแบ่งตามความถนัดของแต่ละคน
กัณวีร์ กล่าวด้วยว่า อยากเห็นการทำงานที่เป็นผลสัมฤทธิ์มากที่สุดเพราะใช้เงินภาษีจากประชาชน ซึ่งมองว่า 3 เดือนที่ผ่านมาที่รัฐบาลเข้ามาทำงาน ต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ได้แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นซึ่งเป็นการสะท้อนจาก พ.ร.บ.งบประมาณในครั้งนี้




