สุขุมพงศ์ โง่นคำ ผู้ช่วยเลขาธิการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติส่งหนังสือแจ้งกลับมายังสภาฯ เรื่องสะดวกพร้อมตอบชี้แจงญัตติอภิปรายทั่วไป แบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไปนั้น ถือว่าล่าช้า โดยไม่แจ้งเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นหลังวันดังกล่าว ทราบเพียงเหตุผลจากสื่อมวลชนว่า อาจเป็นเพราะวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันวาเลนไทน์ จึงต้องการสร้างความรัก ความปรองดองให้เกิดขึ้น ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าว ถือว่าเรื่องนี้ น่าจะเป็นความคลาดเคลื่อน ขาดเหตุผล และฟังไม่ขึ้น
"ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านขอเรียกร้องไปยัง ครม. ที่ได้มอบหมายให้นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทน ครม.ประสานงานกับสภาฯ พิจารณาขยับเลื่อนการอภิปรายทั่วไปฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 มาเป็นช่วงวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์นี้ จำนวน 3 วัน น่าจะเหมาะสม เพราะมีข้อกล่าวหา สอบถาม และเสนอแนะจำนวนมาก เป็นไปตามที่รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ได้แจ้งในที่ประชุม ครม.ว่ามีข้อสงสัยจากฝ่ายค้านถึง 20 ประเด็น มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา" สุขุมพงศ์ กล่าว
ด้าน สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เรียกร้อง 3 ประเด็น ได้แก่ 1.อย่าดึงงานไปจนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ถือว่านานเกินปกติ 2. อย่ายุบสภาฯ หนี จากปัญหาองค์ประชุมสภาฯ ล่ม ส.ส.ย้ายพรรคกันมากมาย ประชาชนจับตาดูอยู่ ว่าจะมีการยุบสภาก่อนมีการอภิปรายฯ หรือไม่ และ 3.อย่าปิดกั้น ให้เวลาฝ่ายค้านได้อภิปรายเต็มที่ เพราะมีข้อมูลจำนวนมาก แม้จะไม่มีการลงมติ แต่ประชาชนจะตัดสินผ่านการเลือกตั้งในคูหา ขณะเดียวกันอยากให้ประชาชนจับตาดูในการอภิปราย จะมีการดึงเวลา ให้กระทบองค์ประชุมเพื่อไม่ให้มีการอภิปรายหรือไม่ เพราะครั้งนี้จะถือเป็นการชี้ชะตาพลิกขั้วครั้งสำคัญ
ขณะที่ สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ตั้งข้อสังเกตว่าที่ ครม.พร้อมจะชี้แจงญัตติตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป มีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ให้อภิปรายหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีข่าวเล็ดลอดออกมาจากฝ่ายรัฐบาลว่า นายกฯ เตรียมจะยุบสภาฯ ดังนั้น นายกฯ จะมาอ้างว่าช่วงนี้ไม่ว่าง หรือติดภารกิจจำเป็นไม่ได้ มันไม่สง่างาม เป็นนายกฯ มา 8 ปีแล้ว ต้องกล้าให้ ส.ส.อภิปรายในสิ่งที่ทำไม่ถูกต้อง



