ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากรัฐสภา ในวันนี้ โดยเวลา 13.30 น. วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้เรียกประชุมฝ่ายกฎหมายและฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประชุมรัฐสภา เพื่อหารือถึงแนวทางการประชุมรัฐสภา วันที่ 22 ส.ค.นี้ ที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
กระทั่งเวลา 15.40 น. ภายหลังประชุม ประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า การโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค. จะเริ่มเวลา 10.00 น. จากที่เคยกำหนดเวลา 09.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ที่อาจมีการปิดถนนในบริเวณรอบรัฐสภา โดยจะแจ้งให้ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย รับทราบในวันที่ 18 ส.ค.นี้อีกครั้ง
ส่วนญัตติของ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กรณีขอให้ทบทวนมติที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 19 ก.ค. จะให้เสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ ซ้ำได้หรือไม่ ซึ่งค้างวาระอยู่ตั้งแต่การประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้สภาฯ ดำเนินการเลือกนายกฯ ต่อไปได้นั้น ก็ถือว่ายังค้างอยู่ในวาระ เพราะยังไม่มีข้อยุติ ดังนั้น เมื่อเปิดการประชุมรัฐสภา วันที่ 22 ส.ค. จะพยายามให้เรื่องดังกล่าวได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด เพราะมีเรื่องการโหวตนายกฯ รออยู่
“ขณะนี้เกือบ 3 เดือนแล้ว ที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ ทำให้การบริหารต่างๆ ทั้งเรื่องงบประมาณ ความเดือดร้อนประชาชน กฎหมายที่จำเป็น หรือกฎหมายที่ค้างอยู่เพื่อให้รัฐบาลใหม่ยืนยันก็ยังทำไม่ได้ หวังว่าผู้เสนอญัตติจะใช้เวลาไม่มากนัก เพราะไม่มีประเด็นสำคัญ คงจะให้ที่ประชุมลงมติว่ารับพิจารณาญัตติของนายรังสิมันต์ หรือไม่” ประธานรัฐสภา กล่าว
วันมูหะมัดนอร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมวิป 3 ฝ่าย ในวันที่ 18 ส.ค. จะหารือว่า วาระทั้งหมดจะใช้เวลาเท่าใด อาทิ การทบทวนญัตติของ รังสิมันต์ จะใช้เวลาเท่าใด ฝ่ายกฎหมายเตรียมไว้ว่าจะให้โหวตนายกฯ เวลา 15.00 น. และรู้ผลโหวตในเวลา 17.30 น. ให้ทุกอย่างเรียบร้อย ส่วนเรื่องเสียงโหวตแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย จะมีเพียงพอหรือไม่ เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ที่ต้องมีความพร้อมในการเสนอชื่อ ตนไม่ทราบ ซึ่งตนเพียงเตรียมการแค่ความพร้อมของรัฐสภา
“พรรคการเมืองจะเสนอใครเป็นเรื่องของเขาที่ต้องมีความพร้อมในการเสนอ เราไม่ทราบว่า เสียงของเขาจะเพียงพอหรือไม่” ประธานรัฐสภา กล่าว
เมื่อถามว่า หากแนวโน้มเสียงโหวตนายกฯ ยังไม่เพียงพอ จะสามารถประสานรัฐสภา เพื่อเลื่อนโหวตนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค.ได้หรือไม่นั้น วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีใครประสานมา เมื่อกำหนดวาระประชุมแล้ว ในวันที่ 18 ส.ค.จะออกระเบียบวาระประชุม ถือว่าทุกคนมีความพร้อม ใครจะได้โหวตเป็นนายกฯ ต้องมีเสียง 375 เสียงขึ้นไป ระยะเวลานานมากแล้ว ฝ่ายการเมืองควรต้องมีความพร้อม
ส่วนกรณี ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นให้สอบจริยธรรม ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กรณีโพสต์โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ประธานรัฐสภา ระบุว่า ยังไม่เห็นคำร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นที่มีข้อเสนอให้ผู้ถูกเสนอชื่อโหวตเป็นนายกฯ ต้องแสดงวิสัยทัศน์นั้น ที่ประชุมได้หารือกัน โดยยกข้อบังคับและรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณา พบว่า ไม่มีประเด็นใดที่กำหนดหรือบังคับให้ผู้ถูกเสนอชื่อต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งต่างจากการเลือกประธานและรองประธานสภาฯ ที่ข้อบังคับกำหนดไว้
อย่างไรก็ดี หากมีผู้ประสงค์ให้ผู้ถูกเสนอชื่อเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา สามารถเสนอเป็นญัตติและลงมติชี้ขาดได้ แต่ในมติของรัฐสภานั้น ไม่มีอำนาจบังคับบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกปฏิบัติตาม ดังนั้น ในประเด็นดังกล่าว ต้องขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งในการประชุมวิป 3 ฝ่าย คาดว่าจะมีการซักถามในประเด็นดังกล่าวด้วย
กระทั่งเวลา 15.40 น. ภายหลังประชุม ประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า การโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค. จะเริ่มเวลา 10.00 น. จากที่เคยกำหนดเวลา 09.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ที่อาจมีการปิดถนนในบริเวณรอบรัฐสภา โดยจะแจ้งให้ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย รับทราบในวันที่ 18 ส.ค.นี้อีกครั้ง
ส่วนญัตติของ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กรณีขอให้ทบทวนมติที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 19 ก.ค. จะให้เสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ ซ้ำได้หรือไม่ ซึ่งค้างวาระอยู่ตั้งแต่การประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้สภาฯ ดำเนินการเลือกนายกฯ ต่อไปได้นั้น ก็ถือว่ายังค้างอยู่ในวาระ เพราะยังไม่มีข้อยุติ ดังนั้น เมื่อเปิดการประชุมรัฐสภา วันที่ 22 ส.ค. จะพยายามให้เรื่องดังกล่าวได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด เพราะมีเรื่องการโหวตนายกฯ รออยู่
“ขณะนี้เกือบ 3 เดือนแล้ว ที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ ทำให้การบริหารต่างๆ ทั้งเรื่องงบประมาณ ความเดือดร้อนประชาชน กฎหมายที่จำเป็น หรือกฎหมายที่ค้างอยู่เพื่อให้รัฐบาลใหม่ยืนยันก็ยังทำไม่ได้ หวังว่าผู้เสนอญัตติจะใช้เวลาไม่มากนัก เพราะไม่มีประเด็นสำคัญ คงจะให้ที่ประชุมลงมติว่ารับพิจารณาญัตติของนายรังสิมันต์ หรือไม่” ประธานรัฐสภา กล่าว
วันมูหะมัดนอร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมวิป 3 ฝ่าย ในวันที่ 18 ส.ค. จะหารือว่า วาระทั้งหมดจะใช้เวลาเท่าใด อาทิ การทบทวนญัตติของ รังสิมันต์ จะใช้เวลาเท่าใด ฝ่ายกฎหมายเตรียมไว้ว่าจะให้โหวตนายกฯ เวลา 15.00 น. และรู้ผลโหวตในเวลา 17.30 น. ให้ทุกอย่างเรียบร้อย ส่วนเรื่องเสียงโหวตแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย จะมีเพียงพอหรือไม่ เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ที่ต้องมีความพร้อมในการเสนอชื่อ ตนไม่ทราบ ซึ่งตนเพียงเตรียมการแค่ความพร้อมของรัฐสภา
“พรรคการเมืองจะเสนอใครเป็นเรื่องของเขาที่ต้องมีความพร้อมในการเสนอ เราไม่ทราบว่า เสียงของเขาจะเพียงพอหรือไม่” ประธานรัฐสภา กล่าว
เมื่อถามว่า หากแนวโน้มเสียงโหวตนายกฯ ยังไม่เพียงพอ จะสามารถประสานรัฐสภา เพื่อเลื่อนโหวตนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค.ได้หรือไม่นั้น วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีใครประสานมา เมื่อกำหนดวาระประชุมแล้ว ในวันที่ 18 ส.ค.จะออกระเบียบวาระประชุม ถือว่าทุกคนมีความพร้อม ใครจะได้โหวตเป็นนายกฯ ต้องมีเสียง 375 เสียงขึ้นไป ระยะเวลานานมากแล้ว ฝ่ายการเมืองควรต้องมีความพร้อม
ส่วนกรณี ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นให้สอบจริยธรรม ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กรณีโพสต์โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ประธานรัฐสภา ระบุว่า ยังไม่เห็นคำร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นที่มีข้อเสนอให้ผู้ถูกเสนอชื่อโหวตเป็นนายกฯ ต้องแสดงวิสัยทัศน์นั้น ที่ประชุมได้หารือกัน โดยยกข้อบังคับและรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณา พบว่า ไม่มีประเด็นใดที่กำหนดหรือบังคับให้ผู้ถูกเสนอชื่อต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งต่างจากการเลือกประธานและรองประธานสภาฯ ที่ข้อบังคับกำหนดไว้
อย่างไรก็ดี หากมีผู้ประสงค์ให้ผู้ถูกเสนอชื่อเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา สามารถเสนอเป็นญัตติและลงมติชี้ขาดได้ แต่ในมติของรัฐสภานั้น ไม่มีอำนาจบังคับบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกปฏิบัติตาม ดังนั้น ในประเด็นดังกล่าว ต้องขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งในการประชุมวิป 3 ฝ่าย คาดว่าจะมีการซักถามในประเด็นดังกล่าวด้วย



