'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมาก็เป็นที่น่าเสียดาย เพราะหลังจากการหารือหลังบ้าน รวมถึงในที่ประชุมสภาฯ ก็มีเสียงตอบรับที่ดีจากทุกฝ่ายว่า ควรให้มีการเสนอญัตติเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำมัน
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เมื่อครู่นี้ก่อนที่ 'โสภณ ซารัมย์' ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะปิดการประชุม ได้มีเพื่อนสมาชิกเช่น 'รังสิมันต์ โรม' และ 'พริษฐ์ วัชรสินธุ' สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนได้ลุกขึ้นหารือต่อที่ประชุม ซึ่งประธานสภาฯ เองก็รับปากว่าขอให้จบวาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน แล้วจะเปิดโอกาสให้มีการเสนอญัตติในเรื่องนี้
"แต่ปรากฏว่าทันทีที่มีการขานชื่อเสร็จ ประธานสภาฯ ก็ได้ปิดประชุมหนีทันที เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เราเองควรต้องใช้เวลาในสภาฯ ให้คุ้มค่าที่สุด วันนี้นอกเหนือจากการโหวตนายกรัฐมนตรี สิ่งที่เป็นปัญหากับพี่น้องประชาชน ก็คือเรื่องน้ำมัน เราก็สามารถใช้เวลาในสภาฯ ให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้ และไม่มีเหตุผลอะไรที่ทางฝั่งรัฐบาลจะต้องปิดสภาฯ หนี หรือป้องกันการตรวจสอบหรือเปล่า อย่างที่เราตั้งคำถามไว้ว่าวิกฤตพลังงานขณะนี้มีส่วนพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชัน"
ขณะที่ 'วีระยุทธ' กล่าวว่า ในฐานะที่เป็น สส.สมัยแรก วันนี้เข้าสภาเป็นวันที่ 2 ประหลาดใจมาก จริง ๆ เป็นข้อดี ที่เราสามารถโหวตนายกรัฐมนตรีได้เสร็จสิ้นเร็ว เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาบ่าย จึงได้หารือกับฝ่ายค้าน และรัฐบาลบางส่วน ซึ่งมีการตอบรับ และพูดในสภาด้วยซ้ำ ว่าจะมีการตอบรับญัตติด่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำมันให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล แต่ถือว่าแปลกใจมาก ที่เรียกว่าปิดสภาหนี ทั้งที่เมื่อโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จ ประธานโสภณกล่าวไว้ว่า จะหารือกันต่อ แต่กลับมีการปิดสภาเลย ทำให้เราไม่สามารถพูดถึงญัตติด่วนที่ได้เตรียมกันไว้ และมีผู้แทนราษฎรพรรคอื่นๆ พร้อมเสนอด้วยเช่นเดียวกัน
วีระยุทธ กล่าวต่อว่า ต้องบอกว่าเป็นการแสดงที่สะท้อนว่า ไม่ได้อยู่เคียงข้างกับพี่น้องประชาชนเลย ทุกวันนี้ แม้แต่ในขณะนี้ที่เราพูดกันอยู่ เชื่อว่ามีพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ชาวนา เกษตรกร ชาวประมง ผู้ประกอบการรายย่อย ที่กําลังเดือดร้อนอยู่ และเราได้รวบรวมข้อเสนอจากประชาชนหลายภาคส่วน หลายจังหวัด เพื่อหารือส่งต่อข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้แก้ไข ในฐานะ สส. เรียกว่าน่าผิดหวัง และแปลกใจกับการทำงานตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่มีนายกรัฐมนตรีในรัฐสภายุคนี้
ในส่วนของข้อเสนอเราเตรียมมาอย่างเป็นระบบ อยากให้รัฐบาลนำไปทำต่อทันที คือการปลดล็อกให้รถขนส่งน้ำมันเข้ามาในพื้นที่ แม้เข้าใจว่าเมื่อวานนี้ มีการสั่งการจากกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว แต่อยากให้มีการรับลูกต่อจากผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ เพื่อให้การขนส่งน้ำมันเป็นไปอย่างทั่วถึง
เรื่องสำคัญในวันนี้ คือการที่ ศบก.นำโดย 'พิพัฒน์ รัชกิจประการ' รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งประกาศว่า วันนี้จะเกิดการจับผิดในซัพพลายเชน จากผู้ประกอบการน้ำมัน จ๊อบเบอร์ รวมถึงผู้ค้าส่ง และตัวแทนปั๊มน้ำมันเข้ามาเพื่อหาให้ได้ว่า ใครเป็นจุดก่อปัญหา ทำให้น้ำมันไม่ถึงมือประชาชน น้ํามันหมดปั๊มอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น ต้องติดตามกันต่อว่า จะสามารถจับผู้ทำผิด หาจุดโหว่ได้เจอหรือไม่ ว่าน้ํามันที่หายไป อยู่ที่ไหน ถ้าไม่สามารถติดตาม หรือเอาผิดใครได้ ถือว่าส่งสัญญาณ ทําลายความเชื่อมั่นของประชาชนตั้งแต่วันแรก ในภาวะที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกปั่นป่วนขนาดนี้ ปัจจัยภายนอกมีแต่จะรุมเร้า ถ้าปัจจัยภายในเราไม่ช่วยกันทําให้แข็งแรง ให้ประชาชนเชื่อมั่นเชื่อว่า น่ากังวลจริงๆ ในเวลาที่เหลือ
อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการทำงานกันต่อ ในการเรียกร้องข้อเสนอว่า จําเป็นอย่างยิ่งในการต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด แค่มีน้ํามันในปั๊มอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องไปถึงชาวนา ชาวประมงด้วย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในตลาด โดยเฉพาะจุดเปราะบาง ต้นทางโลจิสติกส์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าปลายทางต่อไป
สําหรับวงประชุมทําเนียบฯ ที่ยกมาที่สภาในวันนี้ ฝ่ายค้านได้มีการเข้าขอพูดคุย หรือแลกเปลี่ยนหรือไม่ ณัฐพงษ์ มองว่า พื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด คือการใช้พื้นที่ที่ประชุมสภา เพราะเป็นพื้นที่ที่ประชาชนทั้งประเทศ สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ และสมาชิกเอง มีเอกสิทธิ์ในการคุ้มครองการอภิปรายอยู่แล้ว ตนเองไม่เห็นเหตุผลอะไร ที่รัฐบาลอาจใช้เหตุผลว่า มีคณะกรรมการตรงนั้นอยู่แล้ว และอาจไม่จําเป็นจะต้องมีการประชุมญัตตินี้หรือไม่ แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่า หากสมมุติว่า ให้พวกเราเข้าไปมีส่วนร่วม ในการเข้าร่วมประชุมตรงนั้น
ส่วนได้มีการหารือกับโสภณหรือไม่ ว่าเหตุผลที่ปิดประชุมไปก่อนคืออะไร จะเลื่อนญัตติหรือว่าไม่ให้พูด ณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากติดตามการประชุมสภาเมื่อสักครู่ มีเพื่อนสมาชิกได้ยกมือขึ้นหารือ และประธานเองก็มีการรับปากในที่ประชุมด้วยซ้ํา โดยระบุว่า รอจบวาระนี้ก่อน จะเปิดโอกาสให้มีการหารือกัน แต่เมื่อประกาศผลโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จกลับปิดประชุม จึงคิดว่าเป็นบรรยากาศที่ไม่เหมาะสม คนที่ทำหน้าที่ประธานสภาในวันนี้ อยากให้ฝั่งรัฐบาลเอง เปิดพื้นที่ในการพูดคุยแบบนี้มากยิ่งขึ้น
ส่วนรังสิมันต์ได้พูดคุยเคลียร์ใจอะไรกับโสภณหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า จริงๆ คำถามตนเองง่ายมาก แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เกิดอะไร ทําไมต้องมีการปิดที่เร็วแบบนี้ เองมองว่า คือการไม่ได้รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทํา เพราะพยายามถามย้ําไปแล้วว่า ตกลงจะมีการพูดคุยในสภาเรื่องนี้หรือไม่
แต่ไม่ได้หมายความว่า จะต้องไม่มีการเจรจา หากซีกรัฐบาลรู้สึกว่า การพูดคุยในวันนี้มีอุปสรรคอะไร เราพร้อมพูดคุย แต่ไม่ใช่ปิดกันกันดื้อๆ แบบนี้ ซึ่งประธานพูดมาประโยคหนึ่งว่า บรรยากาศมันไม่ดี จึงไม่แน่ใจว่า เมื่อได้นายกรัฐมนตรีแล้ว การที่จะอดทนกันสักหน่อย ให้ผู้แทนที่มาจากหลากหลายจังหวัด พูดกันเรื่องนี้ เป็นภาพสะท้อนที่ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ จะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
"ดังนั้น จึงคิดว่าวันนี้เป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดี ในเรื่องการพูดแล้วไม่ทํา ถ้าประธานยังไม่รักษาสัจจะ ในการที่แค่รับปาก ไม่ใช่แค่กับตนเองคนเดียว แต่ประชาชนมองดูในขณะนี้ ตนเองเป็นห่วงจริงๆ ในการที่เราจะรับมือกับความไม่แน่นอนต่าง ๆ และยิ่งน่ากังวลยิ่งขึ้น หากรัฐบาลมีเจตจํานงแบบนี้ ที่แสดงให้เห็น"
วีระยุทธ กล่าวเสริมว่า หากการประชุมข้างหน้ามีการยื่นญัตติ จริงๆ ไม่อยากให้รอไปจนถึงสัปดาห์หน้า เพราะในแต่ละวันที่พี่น้องประชาชนเติมน้ํามันไม่ได้ แปลว่าการทํามาหากินของเขาไม่ประสบความสําเร็จ และมีแนวโน้มที่สถานการณ์รุนแรงขึ้นด้วยซ้ําในสัปดาห์หน้า ถ้าเป็นไปได้เราอยากให้เกิดการพูดคุย และเรียกร้องให้เกิดการพูดคุย และประชุมโดยด่วน ไม่อยากให้รอถึงสัปดาห์หน้า
ส่วนจะทําอะไรได้มากกว่ารอหรือไม่ วีระยุทธ กล่าวว่า ตอนนี้ในเชิงข้อมูล คิดว่าการมีแดชบอร์ด หรือข้อมูลกลาง ให้ประชาชนทุกจังหวัดได้เห็นว่า มีปั๊มน้ํามันที่ไหนเติมได้ มีน้ํามันตรงไหนเท่าไหร่ ขณะที่มีเอกชนเริ่มทําแล้ว แต่รัฐบาลมีอํานาจอยู่แล้ว สามารถรวมข้อมูล เพื่อนําเสนอให้ประชาชนได้
"การเป็นผู้แทนราษฎรต้องเข้าใจหัวอกของประชาชน การรอคิว 3 ชั่วโมง 5 ชั่วโมงทุกวัน ทําให้เขาเสียโอกาสในการทํามาหากิน เป็นต้นทุนชีวิต จึงไม่อยากให้รอ พร้อมทั้งตรวจสอบความโปร่งใสด้วย เพราะเราเห็นปัญหาแล้วว่ามีช่องว่างที่เกิดขึ้น การที่โรงกลั่นบอกว่าน้ํามันออกมาหมดแล้ว น้ํามันสํารองออกมาหมดแล้ว แต่มันมาไม่ถึงหน้าปั้ม การเปิดเผยข้อมูลจะทําให้สามารถตรวจสอบได้ ว่าสุดท้ายแล้วรูรั่วอยู่ตรงไหน"
— วีระยุทธ ย้ำ




