‘ปชน.’ จ่อเสนอญัตติด่วนเข้าสภาฯ ก่อน ‘คดีตากใบ’ หมดอายุความพรุ่งนี้!

24 ต.ค. 2567 - 18:15

  • เหลือ 33 ชั่วโมง! ‘ปชน.’ จ่อเสนอญัตติด่วน ‘คดีตากใบ’ พรุ่งนี้ (25 ต.ค.)

  • ‘รอมฎอน’ มองต้องใช้ปาก-หู ในการพูด-รับฟัง แทนใช้ปืน-ความเงียบ พร้อมเรียกร้องเพื่อน สส.ร่วมให้ข้อเสนอแนะ-เห็นชอบ

The_peopleare_ready_to_propose_an_urgent_motion_Tak_Bai_case_SPACEBAR_Hero_c209f5a676.jpg

รัฐสภา (24 ตุลาคม 2567) รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการประชุมสภาฯในวันที่ 25 ตุลาคม นี้ ว่า พรรคประชาชนจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้เปิดโอกาสให้สมาชิกมีการอภิปรายหารือเกี่ยวกับทางออกทางการเมืองในโศกนาฏกรรมตากใบ

รอมฎอน กล่าวว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายของอายุความที่กำลังจะขาดลงของคดีอาญาที่เกี่ยวข้อง นับจากวินาทีนี้ ที่เรากำลังสนทนากันอยู่ เหลืออีกเพียง 33 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าคำนวณจากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของโลก ทั้งจำเลย 7 คน และผู้ต้องหา 8 คน ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก ของประเทศไทย หรือในภูมิภาคอาเซียน สามารถเดินทางกลับมามอบตัวได้ ที่น่าจะเป็นห้วงเวลาสุดท้าย ซึ่งตนคิดว่าเจ้าหน้าที่เอง ก็พยายามจับกุมคุมตัวอย่างถึงที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องการสปิริตของผู้ที่ตกเป็นจำเลยและผู้ต้องหาด้วย

รอมฎอน กล่าวต่อว่า เราไม่อาจรอได้ จึงถือโอกาสเปิดญัตติด่วน เพื่อหารืออย่างเร่งด่วน ว่าหลังจากนี้จะเอาอย่างไร ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบ ก็คงเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นปัญหา หากคดีความนี้ขาดอายุความไป ความชอบธรรมของอำนาจรัฐไทยในความหมายภาพใหญ่ ที่เรากำลังเผชิญหน้าปัญหาความชอบธรรม ความไว้วางใจของประชาชนที่พร่องไป เราจึงต้องหาวิถีทางทางการเมืองต่างๆ ในการโอบรับโอบอุ้มความรู้สึก ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมของประชาชนเหล่านั้นไว้ ซึ่งสถานการณ์ชายแดนใต้ เวลานี้ก็ถือว่าคุกรุ่น แบบแผนความรุนแรงหลายกรณีก็เริ่มกลับมา ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น เมื่อความชอบธรรมในอำนาจบริหารของรัฐไทยเริ่มเสื่อม ทางกลุ่มผู้ก่อการไม่ว่าจะกลุ่มใด ก็ใช้ช่องว่างเหล่านั้น ในการก่อเหตุ 

“ขอเรียกร้องให้ สส.จากทุกพรรคการเมือง ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนนึง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของบ้านเมือง ความชอบธรรมทางการเมืองสำคัญมาก เราจึงควรต้องใช้กลไกรัฐสภาของเราในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองนี้ เราควรต้องใช้ปาก และหู ในการพูด และรับฟัง แทนที่จะใช้ปืน และความเงียบ เรามีพื้นที่ไว้สำหรับการอภิปรายถกเถียง ดึงหลายเรื่องที่อยู่ข้างนอกสภากลับเข้ามาอภิปรายกัน”

รอมฎอน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข้อเสนอมากมาย ทั้งระหว่างและหลังจากคดีได้หมดอายุความไปแล้ว ว่ารัฐบาลควรทำ และไม่ควรทำอะไร ซึ่งมีข้อเสนอตั้งแต่การแก้ไขกฎหมาย ปรับปรุงระเบียบต่างๆ หรือข้อเสนอให้รัฐบาลทำ ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ จึงเป็นโอกาสที่จะนำข้อเสนอเหล่านั้น มานำเสนอต่อที่ประชุม เพื่อให้สภาประมวลข้อเสนอ เพื่อส่งต่อให้รัฐบาล และงานที่เกี่ยวข้อง 

_“ครั้งหนึ่งในอดีต ภายหลังเหตุการณ์ตากใบ ไม่กี่เดือน ในสมัยนายกฯ ทักษิณ เคยใช้กลไกสภาในการเปิดอภิปรายภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 40 เป็นกลไกอภิปรายทั่วไปสองสภา ซึ่งนายกฯ ทักษิณได้ร้องขอให้มีการเปิดอภิปราย โดยใช้เวลากว่า 2 วัน ในการรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ซึ่งมีทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และข้อเสนอแนะที่นำมาสู่การปฏิบัติได้หลายเรื่อง ผมอยากเห็นว่าวิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว วันนี้เมื่อกระบวนการยุติธรรมของเรา ไม่สามารถเอื้ออำนวยให้กับประชาชนได้ เราก็ควรใช้พื้นที่ทางการเมืองแบบนี้”_รอมฎอน กล่าว

รอมฎอน กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้จะเป็นไปไม่ได้ หากขาดความร่วมมือของ สส.พรรคต่างๆ อยากเรียกร้องและโน้มน้าวเพื่อนสมาชิก ให้มาเห็นชอบด้วยกัน รวมถึงเสนอแนะเรื่องต่างๆ ขณะเดียวกัน ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อส่งสัญญาณให้กับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พวกเรา สภาแห่งนี้ พรรคการเมืองหลายพรรค ใส่ใจต่อปัญหาความทุกข์ยากของท่าน

‘รอมฎอน’ มอง ‘ทวี’ ไม่ระวัง หลังบอกให้รอปาฏิหาริย์ ‘คดีตากใบ’ ชี้ ปชช. คาดหวัง ‘รบ.’ ทำอะไรได้มากกว่านี้

รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงคดีตากใบ ระบุขอให้รอปาฏิหาริย์ ว่า พ.ต.อ.ทวี คงแค่คิดตอนนั้นไม่ได้ระวัง แต่ยิ่งพูดแบบนั้น คนก็ยิ่งโกรธ เนื่องจากตัวของรัฐมนตรี ก็อยู่ในรัฐบาล มีอำนาจ ทำให้คนมองว่า คงจะทำอะไรได้มากกว่านี้

รอมฎอน ยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ ที่ได้มีการเชิญ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วม แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้มาแต่อย่างใด ย้ำว่า ตนอยากพูดคุยกับนายภูมิธรรมจริงๆ เนื่องจากสิ่งที่พูดออกไปอาจจะคลาดเคลื่อน และคนในพื้นที่ก็จะได้สื่อสาร รวมถึงพูดถึงสิ่งที่เขาต้องการ มองว่า คนถืออำนาจรัฐควรใจใหญ่กว่านี้ ควรใช้โอกาสนี้ ในการพลิกวิกฤต ให้เป็นโอกาส คนที่มีอำนาจรัฐ ควรทำอะไรได้ดีกว่านี้ ทำให้ดูว่ารัฐบาลแคร์เขาบ้าง 

ส่วนกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลใส่เกียร์ว่างในเรื่องนี้ รอมฎอน กล่าวว่า หลายคนก็คาดหวังมากกว่านี้ และบังเอิญตอนนี้มีหลายคดีให้เปรียบเทียบในประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่กรณีที่สำคัญกับประชาชนกลับได้รับกันคนละแบบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์