‘กมธ.ตำรวจ’ ไล่บี้ปม ‘ทักษิณ’ - คดีป้าบัวผัน

18 ม.ค. 2567 - 12:32

  • ‘ชัยชนะ’ ประธาน กมธ.ตำรวจฯ บี้ ‘อธิบดีกรมราชทัณฑ์’

  • แจงสังคมให้ชัด นับโทษ ‘ทักษิณ’ แล้วหรือยัง หลังมีคลิปหลุดไม่เรียก ‘นช.’

  • ชี้ ‘รพ.ตำรวจ’ 2 มาตรฐาน จี้ตอบให้ได้ส่วนเกิน ‘สปสช.’ เอาเงินมาจากไหน

  • ขู่เตือน ‘ภาคประชาชน’ รอตรวจสอบอยู่

  • จับตา ‘คดีป้าบัวผัน’ หากไม่คลี่คลายพร้อมลงพื้นที่

  • ชี้แก๊งก่อเหตุมีพฤติกรรมรุนแรง แนะต้องแก้กฎหมายลงโทษเด็ก ไม่ให้มีช่องโหว่

The_Police_Committee_is_following_up_on_Thaksin_case_and_the_Aunt_Buapan_case_SPACEBAR_Hero_3bd4b75389.jpg

กรณี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายคุณสมบัติได้รับการพักโทษพิเศษ กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง เรื่องนี้ ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นว่า ตอนนี้ทางกรรมาธิการตำรวจ ต้องรอหนังสือจากกรมราชทัณฑ์ทั้งหมดที่ทำส่งไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ถ้าภายในเดือนนี้ไม่ตอบกลับมา ก็ต้องส่งหนังสือติดตามไปอีกครั้ง แต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่า กรรมาธิการตำรวจก็ทำได้ภายใต้กรอบกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ภาคประชาชนก็ยื่นองค์กรอิสระ

ส่วนประเด็นที่กรมราชทัณฑ์ยอมรับถึงการไม่เรียกทักษิณ ว่า ‘นักโทษชาย’ (นช.) เนื่องจากว่า ไม่ได้โดนคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และยังไม่ได้นับโทษนั้น หากตีความแบบนี้ ทักษิณได้รับโทษแล้วหรือไม่ ดังนั้น ในเรื่องนี้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ต้องชี้แจงต่อสังคมให้ชัดเจน

อธิบดีกรมราชทัณฑ์จะต้องชี้แจง ให้สังคมคลายข้อสงสัยให้ได้ ทั้งระเบียบ ทั้งเรื่องพัก ทั้งเรื่องค่ารักษาที่บอกว่าหากเกินสิทธิ์จาก สปสช. ใช้เงินส่วนตัวได้ ซึ่งต้องตอบให้ชัดเจน หากเกินสิทธิ์ สปสช. แล้วผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วยสามารถเบิกเงินส่วนตัวได้ทุกคน โรงพยาบาลตำรวจคืนละเป็นหมื่น ผมยืนยันว่าจะเป็นคนหนึ่งที่จะบอกประชาชนคนทั้งประเทศว่า หากนักโทษคนไหนป่วยแล้วเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล รักษาห้องพิเศษได้หมด นี่คือการแสดงให้เห็นว่าเป็นสังคม 2 มาตรฐาน

ส่วนในวันไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจ ความจริงแล้ว กรมราชทัณฑ์จะไม่ให้กรรมาธิการตำรวจขึ้นไปเลย แต่ในหนังสือกรมราชทัณฑ์เขียนมาว่า ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของโรงพยาบาลตำรวจ ในการอนุมัติให้ใครเข้าพื้นที่ ดังนั้น จึงบอกไปว่า หากชี้แจงมาแบบนี้ ก็มีสิทธิ์ที่จะขึ้น แต่ในส่วนของพื้นที่หวงห้ามที่อ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเยี่ยมไม่ได้ ตนเองก็ไม่เข้า

ผมทำตามกฎหมาย ผมขึ้นไปชั้น 14 ผมไปแค่หน้าวอร์ดพยาบาล แต่เมื่อผมลงมาชั้น 7 ผมสามารถพูดคุยกับนักโทษ 2 คนได้ นี่จึงอยากให้สังคมพิจารณาเองว่า อะไรคือ 2 มาตรฐาน

ส่วนที่เป็นการพักโทษพิเศษนั้น ชัยชนะ ระบุว่า ระเบียบการพักโทษมีมานานแล้ว แต่การคุมขังนอกเรือนจำเพิ่งมีการประกาศออกมา เพราะระเบียบคุมขังนอกเรือนจำ ทำตั้งแต่ปี 2563 หากจะมองว่าเอื้อก็ไม่แฟร์ ต้องมองเป็นกลาง แต่ตอนนี้ อย่าไปมองเรื่องระเบียบข้างนอกเรือนจำ แต่ต้องมองว่าสิ่งที่โดนกระทำอยู่ตอนนี้ เป็นการกระทำ 2 มาตรฐานหรือไม่

หากอธิบดีกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ดำเนินการทั้งหมด หากทำหนังสือชี้แจงมาไม่ได้ และไม่มีข้อเท็จจริง ระเบียบรองรับ อย่าลืมว่าวันนี้ ภาคประชาชนก็ยื่นไปที่องค์กรอิสระ ถ้าเมื่อไหร่ที่องค์กรอิสระคุ้มครอง แล้วขอดูภาพวงจรปิดตอนเข้า ตอนออก และตอนดำเนินการ หากพบว่ามีการกระทำผิดขั้นตอนเรื่องนี้จะเป็นปัญหาแน่นอน

‘กมธ.ตำรวจ’ ถก ‘คดีป้าบัวผัน’ เป็นวาระด่วน จับตา ตร.สืบสวน ‘ลุงเปี๊ยก’ หากไม่คลี่คลายพร้อมลงพื้นที่ ชี้แก๊งก่อเหตุมีพฤติกรรมรุนแรง แนะต้องแก้กฎหมายลงโทษเด็ก ไม่ให้มีช่องโหว่

ส่วนการดำเนินการของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ ในคดีเยาวชนรุมทำร้ายร่างกาย บัวผัน ตันสุ หรือ ‘ป้ากบ’ จนเสียชีวิตนั้น ชัยชนะ เปิดเผยว่า จากการสอบถาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มอบหมายให้เข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ทราบว่าเยาวชนทั้ง 5 คนนั้น มี 2 คน เป็นลูกชายของตำรวจ ในส่วนข้อเท็จจริงนั้นเยาวชนทั้ง 5 คน ได้กระทำความผิดจริง แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงแจ้งจับ ‘ลุงเปี๊ยก’ ซึ่งเป็นสามีของป้ากบ เราก็ได้ข้อสงสัยว่า ทำไมฝ่ายสืบสวนของ สภ.อรัญประเทศ ไม่ได้ทำการไล่ดูกล้องวงจรปิดให้ถูกต้อง

เดิมทีตำรวจชั้นสอบสวนเชื่อว่าลุกเปี๊ยก เป็นผู้กระทำความผิด ส่วนมีการนำตัวไปซ้อมตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่นั้น ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะเข้าไปเยี่ยมลุกเปี๊ยก ที่ศูนย์บำบัดของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ปทุมธานี ซึ่งผมจะรอฟังข้อเท็จจริง หากไม่กระจ่าง ก็จะประสานงานกับ กมธ.การสวัสดิการสังคมฯ เพื่อไปเจอกับลุงเปี๊ยก โดยตรง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ส่วนประเด็นที่มีการออกมาอ้างเรื่องซ้อมลุงเปี๊ยก (ใช้ถุงดำคลุมหัวเพื่อบังคับให้รับสารภาพ) เป็นเพียงแค่การหยอกล้อ สามารถฟังขึ้นหรือไม่นั้น ชัยชนะ ก็ยืนยันว่า “ฟังไม่ขึ้น จะเห็นได้ว่ารองผู้กำกับสืบสวนและสอบสวน โดนย้ายไปช่วยราชการแล้ว 1 คน และการทำร้ายผู้ต้องหานั้น เรามีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อุ้มหาย ป้องกันอยู่แล้ว ดังนั้น ตำรวจทำถึงขั้นนั้นไม่ได้ หากใครทำก็ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หากผิดจริงต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีละเว้น”

ชัยชนะ ยืนยันด้วยว่า ‘คดีป้าบัวผัน’ ถือเป็นวาระเร่งด่วนของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ เพื่อติดตามสถานการณ์ หากเรื่องต่างๆ ยังไม่ชัดเจน ก็จะมีการลงพื้นที่ แต่หากการสอบสวนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ข้อเท็จจริง ก็ไม่ต้องลงพื้นที่ แต่เบื้องต้น ได้มีการพูดคุยกับ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะประธาน กมธ.สวัสดิการฯ แล้วถึงความไปได้ในการลงพื้นที่ไปพบลุงเปี๊ยก เมื่อถามย้ำถึงมุมมองว่า กรณีนี้ใครควรได้รับโทษ ชัยชนะ ก็ระบุว่า ชั้นพนักงานสืบสวนสอบสวนต้องรับผิดชอบ

โดยเฉพาะในเรื่องการออกหมายจับบุคคลที่เป็นแพะ และเข้าไปรับโทษมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดพลาด และต้องไปมองว่าตำรวจช่วยตำรวจหรือไม่ เพราะ 2 คน ที่กระทำความผิดเป็นลูกตำรวจ และทำไมถึงไม่ออกหมายจับตั้งแต่ครั้งแรก ทั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลในอนาคตคือประมวลกฎหมายอาญามาตรา 73 และ 75 ค่อนข้างเขียนช่วยเยาวชนไว้ชัดเจน หรือในมาตรา 74 ที่ระบุว่า หากผู้กระทำความผิดอายุไม่เกิน 14-15 ปี ก็ให้ศาลเป็นดุลยพินิจ ผมจึงกังวลเรื่องนี้มากที่สุด

สำหรับประเด็นที่มีการเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเรื่องการลงโทษเด็กและเยาวชน ให้เทียบเท่ากับผู้ใหญ่นั้น ชัยชนะ กล่าวว่า อย่าใช้คำว่าเรียกร้อง เราต้องเอาข้อเท็จจริงและปัญหาของสังคม นำเสนอเพื่อแก้ไขกฎหมายดีกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากแชทกลุ่มไลน์ของกลุ่มเยาวชนที่หลุดออกมา เห็นว่าพฤติกรรมรุนแรงมากและเป็นขบวนการ ถ้ากฎหมายเปิดช่อง ในวันข้างหน้าหากมีเยาวชนเป็นเครื่องมือผ่านยาเสพติด ก็คิดว่าจะเกิดเหตุอาชญากรรมกับเยาวชนมากขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มเยาวชนก็ยอมรับแล้วว่า ที่กระทำความผิด เพราะได้ดื่มน้ำกระท่อม ซึ่งถ้าดื่มอย่างเดียวก็ไม่มีปัญหา แต่ยังมียาเสพติด จึงเป็นปัญหา ดังนั้น จึงกังวลเรื่องช่องว่างของกฎหมาย

เมื่อถามว่า สุดท้ายแล้วต้องมีการเยียวยาลุกเปี๊ยก หรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า ถ้ามีการทำร้ายร่างกายและบังคับขู่เข็ญจริง นอกจากการเยียวยาแล้ว ก็ต้องมีการลงโทษตามกฎหมาย

หากสังคมนี้ มีคนไม่ได้ทำผิด แต่โดนขู่เข็ญให้ยอมรับและนำตัวไปทำแผน สังคมนี้ก็อยู่ไม่ได้ ยิ่งเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างนี้ ถ้าเขาคาดหวังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ สังคมจะคาดหวังกับใคร

The_Police_Committee_is_following_up_on_Thaksin_case_and_the_Aunt_Buapan_case_SPACEBAR_Photo_V01_8114fc424c.jpg

‘ประชาธิปัตย์’ จ่อส่ง ‘ชินวรณ์ บุณยเกียรติ’ ลงสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีธรรมราช

สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แจก ‘ใบแดง’ มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล สส.เขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ในเรื่้องนี้ ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ พรรคอยู่ในขั้นตอนที่คณะกรรมการสรรหาบุคคลที่จะลงสมัครลงเลือกตั้งซ่อม สส. เขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช เบื้องต้น คาดว่าพรรคน่าจะส่ง ชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ลงชิงเก้าอี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์